
จาก'พิทักษ์ป่า'ทหาร-สื่อพลีชีพ17นาย
โศกนาฏกรรม ฮ. ทบ.ประสบอุบัติเหตุตกในเวลาไล่เลี่ยกันถึง3ลำซ้อน เมื่อ ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดจากสาเหตุหลายปัจจัย แต่จุดเริ่มต้นจริงๆ คือ ภารกิจ'พิทักษ์ป่า'อย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่รัฐ
จุดเริ่มต้นความสูญเสียเกิดขึ้นเมื่อมีการประสานขอเฮลิคอปเตอร์(ฮ.)เพื่อบินไปรับทหารหน่วยเฉพาะกิจค่ายทัพพระยาเสือ ทหารพรานกองร้อยที่ 947 ตํารวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ 144 และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี รวมทั้งผู้สื่อข่าวช่อง 7 ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนจับกุมกลุ่มชนกลุ่มน้อยที่บุกรุกตัดไม้ทำลายป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระหว่างวันที่ 11-14 กรกฎาคม 2554
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ฮ.ใช้งานทั่วไป แบบ 1 (ฮ.ท.1) หรือ "ฮิวอี้" ได้ขึ้นทำการบินเพื่อลำเลียงทหาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และผู้สื่อข่าวที่ติดค้างอยู่ในป่าออกมาได้ 16 คน แต่ยังเหลือผู้ติดค้างอยู่ในป่าอีกจำนวนหนึ่ง จึงขึ้นทำการบินเพื่อไปรับผู้ตกค้างในวันรุ่งขึ้น
วันที่ 16 ก.ค. 'ฮิวอี้' ประสบอุบัติเหตุตกที่พิกัด NQ 254/127 พื้นที่ จ.เพชรบุรี ห่างฐานทหารรักษาความสงบชายแดนไทย-พม่า ประมาณ 500 เมตร สาเหตุเกิดจาก "สภาพอากาศ" ที่แปรปรวน มีฝนตก และเมฆหมอกหนาทึบ มีทหารเสียชีวิต 5 นาย
ผู้เสียชีวิต จำนวน 5 นาย ได้แก่ 1. พ.ต.กิติศักดิ์ จีนเอี่ยม นักบินที่ 1 2. ร.ท.ปรัชญา นวลศรี นักบินที่ 2 3. จ.ส.อ.รังสรรค์ พลสายบัว ช่างเครื่อง 4. จ.ส.อ.ณรงค์เดช พงษ์นุ่มกูล ช่างเครื่อง 5. พ.ต.กิติภูมิ เอกพันธ์ นายทหารยุทธการ ฉก.ทัพพระยาเสือ
ต่อมาจึงมีการระดมทีมเดินเท้าค้นหาศพทหารผู้พลีชีพทั้ง 5 นาย แต่เนื่องจากสภาพอากาศปิด จึงไม่สามารถนำ ฮ.ขึ้นไปยังจุดรับศพได้ กระทั่งวันที่ 19 ก.ค. พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (ผบ.พล.ร.9) จึงตัดสินใจนำ ฮ.ขึ้นอำนวยการภารกิจ
อย่างไรก็ตาม ชุดอำนวยการภารกิจนำโดย พล.ต.ตะวัน ที่เดินทางโดย ฮ.ใช้งานทั่วไป (ฮ.ท.60) หรือ "แบล็กฮอว์ก" ได้ประสบอุบัติเหตุที่พิกัด NQ 243118 บ้านเขาไม้แดง ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ห่างจุดที่ ฮ.ตกลำแรกประมาณ 500 เมตร
ผู้เสียชีวิต 9 นาย ได้แก่ 1. พล.ต.ตะวัน เรืองศรี ผบ.พล.ร.9 2. ร.อ.เจตต์ สุดใจ รอง ผบ.ร้อย.ลว.ไกลที่ 9 3. ร.อ.จักรพันธ์ บำรุงพืช นายทหารยุทธการ 3 ร้อย.ลว.ไกลที่ 9 4. ส.ต.อิทธิศักดิ์ หิณะสุทธิ์ ร้อย.ลว.ไกลที่ 9 5. พ.ท.ประพันธ์ เจียมสูงเนิน นักบินที่ 1 6. พ.ต.ชูพันธ์ พลวรรณ นักบินที่ 2 7. จ.ส.อ.สมคิด วงษ์ตาแสง ช่างเครื่อง 8. ส.อ.อร่าม วงษ์สิงห์ ช่างเครื่อง และ 9. นายศรวิชัย คงตันนิกูล ช่างภาพสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5
ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจาก "สภาพอากาศเลวร้าย" เช่นเดียวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับ ฮ.รุ่น "ฮิวอี้" ในครั้งแรก หลังจากมีทหารและสื่อมวลชนต้องพลีชีพรวมกันถึง 14 นาย ก็เกิดโศกนาฏกรรม "ซ้ำสาม" ขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 24 ก.ค. โดยเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นขณะเดินทางไปลำเลียงศพจากค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มาบำเพ็ญกุศลที่ พล.ร.9 จ.กาญจนบุรี
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ฮ.ใช้งานทั่วไป แบบ 212 (ฮ.ท.212) หรือ "เบลล์ 212" ได้ลำเลียงศพ พล.ต.ตะวัน และนายศรวิชัย (ช่างภาพ ททบ.5) มาบำเพ็ญกุศลที่ พล.ร.9 จากนั้นได้บินกลับฐานปฏิบัติการที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่กรุงเทพฯ
จากนั้น วันที่ 24 ก.ค. ฮ.รุ่นเบลล์ 212 ลำเดิมได้บินออกจาก ร.11 รอ.กลับไปยังค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อเตรียมลำเลียงศพที่เหลือไปบำเพ็ญกุศลที่ พล.ร.9 จ.กาญจนบุรี
แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อ ฮ.รุ่นเบลล์ 212 ประสบอุบัติเหตุตกที่พิกัด NQ 719299 กลางไร่ของชาวบ้าน หมู่ 7 บ้านหนองเกต ต.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ก่อนถึงค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจานไม่กี่กิโลเมตร ส่งผลให้มีทหารเสียชีวิตอีก 3 นาย รอดชีวิต 1 นาย
รายชื่อทหารที่เสียชีวิต 3 นาย ได้แก่ 1. พ.ต.ธีรวัฒน์ แก้วกมล นักบินที่ 1 2. ร.ท.บูรณา หวานใจ นักบินที่ 2 และ 3. จ.ส.อ.วิเชียร จันทร์พัฒน์ ช่างเครื่อง ส่วนทหารผู้รอดชีวิต 1 นาย คือ ส.อ.พัฒนพร ต้นจันทร์ ช่างเครื่อง
สาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่า เกิดจาก "วัสดุเสื่อมคุณภาพ" โดยมีการพุ่งเป้าไปที่ 1. ใบพัดหาง 2. คันบังคับเลี้ยว และ 3. ชุดเกียร์
สรุปแล้ว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้ง 3 ครั้ง เกิดขึ้นกับ ฮ.3 รุ่นของทบ. คือ 1. ฮิวอี้ (16 ก.ค.) 2. แบล็กฮอว์ก (19 ก.ค.) 3. เบลล์ 212 (24 ก.ค.) ทำให้ทหารเสียชีวิต 16 นาย สื่อมวลชน 1 ราย และมีผู้รอดชีวิต 1 ราย (เหตุเกิดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 16-24 ก.ค. 54)
อย่างไรก็ตาม หลังผ่านเหตุการณ์ ฮ.ตกลำแรกประมาณเดือนครึ่ง และหลังเหตุการณ์ ฮ.ลำที่ 3 ตก ประมาณเดือนเศษ ผลการสอบสวนหาสาเหตุ ฮ.ตกทั้ง 3 ลำ ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการออกมา
พล.ต.พิทยา กระจ่างวงษ์ ผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก เปิดเผยความคืบหน้าผลการสอบสวน ฮ.ตกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนของกองทัพบก จึงยังไม่สามารถสรุปอย่างเป็นทางได้ จึงต้องรอผลการสอบสวนดังกล่าวออกมา ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะออกมาเมื่อใด



