ข่าว

'เสี่ยตาชั่ง'ลุยเดี่ยวยื่นค้านฎีกาแดง

'เสี่ยตาชั่ง'ลุยเดี่ยวยื่นค้านฎีกาแดง

12 ก.ย. 2554

'เสี่ยตาชั่ง' ลุยเดี่ยว ยื่นหนังสือค้าน 'ฎีกาแดง' ประกาศตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อประชาชน ร่วมเคลื่อนไหวคัดค้านการถวายฎีกา 3 จุดใหญ่

          12 ก.ย. 54 นายอุทิศ เหมวัตถกิจ หรือ เสี่ยตาชั่ง เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อคัดค้านการดำเนินการของกระทรวงยุติธรรม และคณะทำงานกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริง

          กรณีคณะบุคคลทูลถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของประชาชนที่เข้าชื่อยื่นเอกสารถวายฎีกาว่า เป็นบุคคลที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่  และให้คำนึงกฎเกณฑ์ แนวทางปฏิบัติของกรมราชทัณฑ์ที่ได้เคยมีการปฏิบัติมา

          นายอุทิศ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ตนจะรวบรวมอาสาสมัครและประสานเครือข่ายต่างๆ เพื่อตั้งโต๊ะล่ารายชื่อคัดค้านการถวายฎีกาใน 3 จุดใหญ่ๆของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช สีลม และเยาวราช เพราะถือว่าการดำเนินการของกระทรวงยุติธรรมจะเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

          หากกระทรวงยุติธรรมยังดื้อดึงที่จะดำเนินการถวายฎีกา ประชาชนที่รู้กฎหมายก็จะร่วมกันออกมาเคลื่อนไหว  นอกจากนี้ ยังคัดค้านการขอรื้อคดีที่ดินรัชดาภิเษกซึ่ง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี นำเสนอผ่านสื่อมวลชน 

 

ทีมกม.ปชป.รับพรฎ.อภัยโทษปี 53 เปิดช่องทักษิณรับผิดก่อนถูกปล่อย

        นายวิรัตน์ กัลยาศิริ  ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คณะทำงานกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2553 ที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาในข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับคุณสมบัติหลักเกณฑ์ของนักโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวนั้นมีบางส่วนที่เอื้อประโยชน์ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นว่า เป็นหลักเกณฑ์ทั่วไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งมีเนื้อหาที่ไม่ต่างจากอดีตที่ผ่านมา โดยเนื้อหากฎหมายฉบับดังกล่าวคำนึงถึงความเหมาะสมสำหรับนักโทษที่ยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ทั้งประเด็นเรื่องของอายุของนักโทษ และประเด็นความจำเป็นที่ต้องถูกควบคุมตัวก่อนจึงสามารถเข้าหลักเกณฑ์ได้

        อย่างไรก็ตาม กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีอยู่ 2 ประเด็นใหญ่ที่ไม่เข้าข่ายคุณสมบัติดังกล่าว คือ1.การเข้าชื่อกันร่วมลงนามขอพระราชทานอภัยโทษนั้น ไม่มีรายชื่อของตัวผู้ต้องขังหรือญาติ ดังนั้นถึงจะอ้างว่ามีผู้เข้าร่วมลงนามกว่า2ล้านคนเพื่อขอความเป็นธรรมก็ไม่เป็นไปตามกฎหมาย

        2.นัยยะสำคัญของการขออภัยโทษนั้น ผู้ต้องขังต้องแสดงออกถึงการรับผิด ผ่านถ้อยคำที่ยื่นถวายหรือการกลับมาถูกควบคุมตัว แต่กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีการแสดงออกถึงพฤติกรรมดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย เพราะในฎีกาที่คนเสื้อแดงเข้าชื่อร่วมกันเต็มไปด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ระบบกฎหมายว่ามี 2 มาตรฐาน และโจมตีฝ่ายการเมืองตรงข้าม

        ทั้งนี้ ในประเด็นมาตรา 4 ในข้อกฎหมายฉบับเดียวกันนี้ ที่ไม่มีการกำหนดระยะเวลาของการถูกกักขังซึ่งมีการมองกันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อาจกลับมาติดคุกเพียงไม่กี่วันเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์นั้น ตนมองว่า เป็นไปตามข้อกำหนดคุณสมบัติที่ต้องให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ และยอมรับความผิดก่อน ส่วนใครจะได้ประโยชน์นั้นเป็นอีกเรื่อง

        นายวิรัตน์ กล่าวต่อว่า คนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยรู้ถึงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี เพราะมีนักกฎหมายที่เข้าร่วมเป็นคณะทำงาน รวมถึงรู้ว่าถึงจะให้ประชาชนร่วมลงรายชื่อมากเท่าใดก็ไม่มีผลเพราะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายระบุ แต่ที่ยังยืนยันที่จะกระทำการดังกล่าวนั้นก็เพื่อหวังผลให้เกิดความเข้าใจผิด และหวังดึงกระบวนการยุติธรรมมาให้เป็นประเด็นในเรื่องการเมืองต่อไป