
ผวจ.ยะลาสั่งจับกุมกลุ่มตัดไม้
ผู้ว่าฯ สั่งจับกุมกลุ่มตัดไม้ทำลายป่า หลังพบหลักฐานภาพวีดีโอมีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนที่นิคมกือลอง บันนังสตา
12 ก.ย.54 จากกรณีที่มีชาวบ้านร้องเรียนว่า มีกลุ่มบุคคล เข้าทำการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในเขตพื้นที่หมู่ 6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยใช้เลื่อยยนต์ตัดไม้ทำลายป่า พร้อมทั้งแปรรูปไม้จำนวนมาก ซึ่งพื้นที่ป่าดังกล่าว ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวน ม.6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยการดูแลของนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ อ.บันนังสตา ซึ่งอดีตนั้น นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ ได้จัดพื้นที่ทางการเกษตรและที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนที่ประเหตุอุทกภัยใน จ.สุราษฎ์ธานี จ.นครศรีธรรมราช เมื่อครั้งโดนพายุถล่มแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.2505 ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด นายกฤษฎา บุญราช ผวจ.ยะลา กล่าวว่า กรณีมีการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีกลุ่มบุคคลเข้าไปบุกรุกทำลายป่าในเขตป่าสงวนดังกล่าว ซึ่งหลังจากทราบเรื่องก็ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพชรภูมิ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และนายอำเภอบันนังสตา ตำรวจบันนังสตา และผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ (นิคมกือลอง) ทหารฉก.ยะลา 15 เดินทางเข้าไปตรวจสอบ ที่หมู่ 6 บ.ตลาดนิคม ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งหลังจากเข้าตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่การดูแลของนิคมกือลอง ซึ่งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีหน้าที่ดูแลอยู่ และพบว่ามีการบุกรุกที่ดินในเขตหวงห้ามจำนวนกว่า 5 ไร่ โดยหลักฐานที่เจ้าหน้าที่พบคือ ไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก เป็นไม้ที่ตัดแล้ว และไม้ที่แปรรูปเป็นแผ่นแล้วจำนวนมากเช่นกัน นอกจากนั้น ยังพบว่ากลุ่มผู้บุกรุกได้เตรียมพันธุ์ต้นทุเรียน เตรียมไว้ปลูกทดแทน
“เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนเองพร้อมด้วยรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้ลงพื้นที่อีกครั้งและได้เชิญผู้ปกครองนิคมกือลอง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ลงไปดูพื้นที่ร่วมกัน ซึ่งตนเองก็ได้ให้ผู้ปกครองนิคมกือลอง เดินทางไปแจ้งความเพื่อจับกุมผู้ที่กระทำความผิด รวมทั้งจะให้เจ้าหน้าที่ชักลากไม้ออกจากพื้นที่เพื่อเป็นหลักฐานต่อไป ส่วนการดำเนินการเอาความผิดกับผู้ตัดไม้นั้น เนื่องจากมีภาพจากภาพข่าวทีวี เป็นหลักฐาน ที่มองเห็นใบหน้าของผู้ที่กระทำความผิดชัดเจน จึงเชื่อว่าจะสามารถดำเนินการติดต่อบุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพออกมามอบตัวได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากบุคคลดังกล่าวยังไม่มามอบตัว ก็จะดำเนินการจับกุมต่อไป” ผวจ.ยะลา กล่าว
นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมของการบุกรุกป่าในพื้นที่ จ.ยะลา นั้น ที่ผ่านมาพบการบุกรุกป่าในพื้นที่ อ.กรงปินัง อ.ยะหา อ.กาบัง และ อ.เบตง ซึ่งที่เป็นปัญหาหนักและมีการร้องเรียน คือ ที่ อ.กรงปินัง พบการบุกรุก 2 ครั้ง และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ พร้อมรถชักลาก รวมทั้งช้าง และเมื่อจับกุมได้ผู้ที่กระทำความผิดก็อ้างว่า ที่ดินที่ได้เข้าไปชักลากนั้นเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งในขณะนี้ ก็ได้ให้ทาง สนง.ที่ดินจังหวัดยะลา ตรวจสอบความถูกต้อง
ส่วนที่ อ.เบตง อ.ยะหา อ.กาบัง อยู่ในระหว่างการดูแลตรวจสอบอย่างเข้มงวด แต่ปัญหาที่พบในขณะนี้ คือ ภารกิจในการดูแลรักษาป่าไม้ ตาม พรบ.ป่าไม้ ยังไม่ชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ ที่เป็นข้าราชการมีเพียงคนเดียว ส่วนที่เหลือก็เป็นเพียงลูกจ้าง ซึ่งทำให้การดำเนินงานตรวจสอบไม่ทั่วถึงอย่างที่ควร แต่อย่างไรก็ตาม ตนเองในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ อส. รวมทั้งขอความร่วมมือกับทหารในพื้นที่ ช่วยกันดูแล และควบคุมไม่ให้ป่าไม้ในพื้นที่ถูกทำลาย



