
อาคาร3ชั้นสระบุรีถล่มดับ4สาหัส1
หอพักเมืองสระบุรีถล่มดับอนาถ 4 ศพ สุดสลดแม่นั่งพิงผนังตึกกอดลูกสาววัย 4 ขวบ เสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนพ่อถูกคานทับขยับตัวไม่ได้ ร่ำไห้เห็นลูกเมียตายต่อหน้า คาดฝนตกหนักติดกันหลายวันน้ำเซาะดินทรุด ผู้ว่าฯสั่งช่วยเหลือ
เมื่อเวลา 06.10 น. วันที่ 12 กันยายน ร.ต.อ.ผดุงพล กมลบูรณ์ ร้อยเวร สภ.เมืองสระบุรี รับแจ้งมีเหตุหอพัก 3 ชั้น 10 คูหา ถล่มทับคนเสียชีวิตและทับรถเก๋งเสียหาย ที่เลขที่ 88/1 หมู่ 3 ต.ปากข้าวสาร อ.เมือง จ.สระบุรี จึงพร้อมด้วย นายถาวร พรหมมีชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.กิตติ รุ่งเรืองวงษ์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี พ.ต.อ.บำรุง คงชีพ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์ ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลสระบุรี และมูลนิธิสว่างรัตนตรัย มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิกู้ภัย จ.พระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุเป็นเชิงเขา พบตึกถล่มที่สร้างเป็นห้องพัก 2 ชั้น ชั้นละ 5 ห้อง จำนวน 10 ห้อง ชั้นล่างเป็นอาคารจอดรถ ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 เป็นห้องพัก เบื้องต้นทราบว่า หอพักดังกล่าวไม่มีชื่อ เป็นของนางเสาวนีย์ ศิริพจนานนท์ อายุ 60 ปี โดยอาคารชั้นที่ 3 หล่นทับชั้นที่ 2 จากนั้นอาคารชั้นที่ 2 หล่นทับชั้นล่างบริเวณที่จอดรถ เบื้องต้นพบว่ามีรถจอดอยู่ประมาณ 4 คัน ถูกซากตึกทับแบน มีกลิ่นแก๊สรั่ว เข้าใจว่าเป็นแก๊สจากรถยนต์
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตัวอาคารบริเวณชั้น 2 พบห้องหมายเลข 9 มีผู้เสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อคือ น.ส.วิลาสินีย์ จันดา อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่แผนกสาธารณสุข เทศบาลตำบลกุดนกเปล้า ข้าราชการซี 6 อ.เมือง จ.สระบุรี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 118 หมู่ 18 ต.หนองหญ้าปล้อง อ.วังสะพุง จ.เลย เมื่อตรวจสอบในห้องหมายเลข 7 พบศพผู้เสียชีวิตอีก 1 ศพ ทราบชื่อคือ น.ส.ชลดา เสน่ห์หา พนักงานโรงปูนซีเมนต์ทีพีไอ จ.สระบุรี
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณชั้น 2 ห้องหมายเลข 5 ได้ยินเสียงผู้รอดชีวิตร้องขอความช่วยเหลือ จึงระดมกำลังช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทราบชื่อต่อมาคือ นายสิทธิชัย ประเสสัง อายุ 28 ปี พ่อค้าขายโทรศัพท์ บ้านเดิมอยู่เลขที่ 33/65 ต.คลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ถูกคานทับขยับตัวไม่ได้
ระหว่างเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนายสิทธิชัยออกจากซากอาคารที่พังลงมาก็พบภาพสะเทือนใจ พบศพนางระรินทร์ รื่นเรณู อายุ 28 ปี ภรรยาของนายสิทธิชัย ในสภาพนั่งพิงผนังตึกกอดศพ ด.ญ.รวินท์นิภา ประเสสัง ลูกสาววัย 4 ขวบครึ่ง โดยตลอดเวลานายสิทธิชัยร้องไห้ด้วยความเสียใจ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลือด้วยการใช้แม่แรงยกขนาดใหญ่ค้ำยันคานตึก เพื่อป้องกันตึกถล่มทับซ้ำ จากนั้นใช้เครื่องเจาะฐานล่างบริเวณตัวอาคารให้เป็นรูโหว่เล็กน้อย เพื่อสอดเครื่องช่วยหายใจให้นายสิทธิชัย เนื่องจากเกรงว่าติดอยู่ในซากอากคารจะขาดอากาศหายใจ แต่นายสิทธิชัยไม่ยอมรับ เพราะเสียใจที่เห็นภรรยาและลูกตายต่อหน้าตาตา
ทั้งนี้ การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามใช้เครื่องเจาะผนังอาคารเพื่อเข้าไปถึงตัวนายสิทธิชัย แต่พบว่าวิธีดังกล่าวอาจจะไม่ปลอดภัย เพราะแรงสั่นสะเทือนอาจทำให้ตัวอาคารพังทลายลงมาอีกครั้ง เจ้าหน้าที่จึงกลับมาวางแผนช่วยชีวิตอีกครั้ง เบื้องต้นได้สรุปแผนการช่วยเหลือด้วยวิธีใหม่ โดยการให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนำเครื่องเจาะปูนไปเจาะพื้นล่างบริเวณชั้น 2 ให้ทะลุ จากนั้นเจ้าหน้าที่ช่วยกันพยุงร่างนายสิทธิชัยออกมาจากที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำส่งโรงพยาบาลสระบุรี ท่ามกลางเสียงปรบมือให้กำลังใจ
ส่วนศพนางระรินทร์ และด.ญ.รวินท์นิภา ภรรยาและบุตรสาวของนายสิทธิชัย เจ้าหน้าที่ลำเลียงออกมาจากที่เกิดเหตุก่อนหน้านี้แล้ว มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง จึงนำศพน.ส.วิลาสินีย์ และน.ส.ชลดา ออกจากจุดเกิดเหตุบริเวณชั้น 2 เนื่องจากการกู้ร่างผู้เสียชีวิตเป็นไปอย่างลำบากเช่นกัน
พล.ต.ต.กิตติ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านได้ยินเสียงดังเหมือนมีของหล่นกระทบกันอย่างแรง จากนั้นพบว่าอาคารหอพักชั้นที่ 3 ได้ทรุดลงมาทับกัน เนื่องจากที่เกิดเหตุเป็นเชิงเขา มีฝนตกต่อเนื่องมาหลายวัน โดยคืนก่อนเกิดเหตุฝนตกหนักมาก อาจทำให้ดินทรุด เป็นเหตุให้อาคารทรุดลงมาทับกันดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าเจ้าของอาคารคือนางเสาวนีย์ ขณะเกิดเหตุเป็นลมพักอยู่ในห้องบ้านข้างเคียงตึกที่ถล่ม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเรียกวิศวกรผู้ออกแบบก่อสร้างตึกมาสอบสวน และดูเอกสารทั้งหมดว่ามีการขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องหรือไม่ เพราะอาคารสร้างเพียง 1 ปี 4 เดือนเท่านั้น
พ.ต.อ.บำรุง กล่าวว่า เหตุการณ์อาคารถล่มทำให้มีผู้เสียชีวิตนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่กองวิทยาการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เข้ามาตรวจสอบแล้ว นอกจากนี้จะเรียกวิศวกรที่เขียนแบบและควบคุมการก่อสร้างมาสอบสวนเรื่องแบบแปลน และโครงสร้างต่างๆ ของอาคารด้วยว่า มีการดำเนินการก่อสร้างอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยเข้ามาช่วยสอบสวนด้วย โดยจะเข้าตรวจสอบโครงสร้างของอาคารที่ถล่มด้วย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเป็นเพราะเหตุใด โครงสร้าง หรือเหล็ก และสัดส่วนของอาคารสร้างถูกแบบถูกสเปกหรือไม่
"สำหรับตึกที่ถล่มนั้น มีด้วยกัน 3 ชั้น ชั้นล่างยกสูงเพื่อไว้จอดรถ ส่วนชั้น 2 และ 3 แบ่งซอยเป็นห้องพัก เมื่ออาคารถล่มลงมาผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนของชั้น 2 แทบทั้งหมด หลังเกิดเหตุนายถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว จากนี้ไปก็จะนำเงินบางส่วนของจังหวัดมาช่วยเหลือผู้ที่ประสบเหตุครั้งนี้ต่อไป" พ.ต.อ.บำรุง กล่าว
ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นได้กำชับให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือนายสิทธิชัย ผู้รอดชีวิต ที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลสระบุรี พร้อมให้เงินช่วยเหลือในการบำเพ็ญกุศลศพผู้เสียชีวิตรายละ 5 หมื่นบาท ส่วนเรื่องการสอบสวนต้องปล่อยเป็นหน้าที่ของตำรวจ นอกจากนี้จะสั่งตั้งคณะกรรมการมาตรวจสอบว่า สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร เป็นเรื่องทางเทคนิคการก่อสร้าง หรืออื่นๆ



