ข่าว

จนท.ลุยค้นผู้สูญหายจากน้ำท่วม

จนท.ลุยค้นผู้สูญหายจากน้ำท่วม

12 ก.ย. 2554

เจ้าหน้าที่ค้นผู้สูญหาย พบซากปรักหักพังขนาดใหญ่ยาวกว่า 2 กม.เหนืออ่างเก็บน้ำคลองตรอน ทางด้านสองตายายรันทด บ้านถูกน้ำป่าพัดหายไปกับสายน้ำ เตรียมติดตั้งสะพานแบริ่งเปิดเส้นทางเข้าบ้านห้วยคอม-ห้วยเนียม

          นายสงกรานต์ พญา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติคลองตรอน จ.อุตรดิตถ์ หนึ่งในทีมค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์ดินโคลนถล่มตำบลน้ำไผ่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า จากผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นายขาล คำไว และนางกัญยานี ซ้อมทม ที่ค้นพบในบริเวณเดียวกัน คือ อ่างเก็บน้ำคลองตรอน ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่รับน้ำที่ไหลจากเขาภูเมียง ตั้งล้อมรอบ ต.น้ำไผ่ จุดเกิดดินโคลนถล่ม นับเป็นปลายน้ำที่ห่างจากหมู่ 3 บ้านต้นขนุน มากกว่า 13 กิโลเมตร  จึงทำให้ทีมค้นหาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานคลองตรอน ร่วมกับอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ ปรับแผนการค้นหาด้วยการใช้แผนที่อุทยานคลองตรอน ขนาด 1 ต่อ 5 หมื่น มากำหนดพิกัดการค้นหา โดยใช้เรือหางยาวเป็นพาหนะ เลาะไปตามความยาวของคลอง เชื่อว่าด้วยกระแสน้ำป่าที่ไหลแรง ไหลเชี่ยวและมีน้ำในปริมาณที่มาก ทำให้พัดร่างของผู้เสียชีวิตมาไกลจนถึงปลายน้ำ
 
          "แต่เมื่อทีมค้นหาเข้าไปยังจุดที่พบผู้เสียชีวิต มีซากปรังหักพัง นอกจากจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่แล้ว ยังมีเศษไม้ที่เป็นส่วนของบ้านเรือน สังกะสี สิ่งของเครื่องใช้ และเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าของซากสัตว์มากมาย เช่น วัว ควาย หมู เป็นแพขนาดใหญ่ยาวกว่า 2 กิโลเมตร  แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าที่จะขึ้นไปเหยียบเพราะเกรงไม่ปลอดภัย ทั้งนี้ต้องใช้ประสบการณ์จากเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม จ.อุตรดิตถ์ เมื่อปี 2549 เป็นแนวทางในการค้นหาผู้สูญหายต่อไป"นายสงกรานต์กล่าว

สองตายายรันทด บ้านถูกน้ำป่าพัดหายไปกับสายน้ำ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอัมฤกษ์ บุตรทา อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ 2 บ้านห้วยเดื่อ ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ และนายเหลี่ยม บุตรทา ซึ่งเป็นสามี ต้องอาศัยอยู่เพิงพักชั่วคราวข้างถนน ที่นำเศษไม้และสังกะสีเก่าที่พอเก็บได้มาล้างน้ำและสร้างเป็นที่หลับนอน หลังบ้านที่อาศัยมาตลอดชีวิต ของสองตายาย ถูกน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวกัดเซาะตลิ่งดินยุบ บ้านจมไปกับกระแสน้ำ
 
          นางอัมฤกษ์ กล่าวว่า ขณะที่นอนอยู่ในเพิงพักกับตาเหลี่ยม ทุกครั้งที่ฝนตกลงมา แม้ปริมาณไม่มากก็ผวากลัว ไม่รอช้ารีบพากันไปนอนที่โรงเรียนบ้านห้วยเดื่อ ซึ่งเป็นศูนย์ฯที่ราชการจัดให้ ตอนนี้ไม่มีบ้านอาศัย น้ำป่าพัดบ้านไป ตนและสามีไม่เหลืออะไร เพราะเก็บข้าวของหนีไม่ทัน แต่ที่เป็นขวัญและกำลังใจให้กับตนและสามีให้สู้ แม้จะไม่เหลืออะไรแล้ว ก็คือ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่นำมาแขวนไว้ในเพิงพัก

          "บ้านถูกน้ำป่าพัดพังเสียหายทั้งหลัง มีเสาบ้านและเศษไม้ แต่กลับพบพระบรมฉายาลักษณ์ดังกล่าวที่เคยแขวนอยู่บ้านหลังเก่า จมอยู่ใต้ดินเปื้อนโคลน จึงนำมาล้างน้ำ พบว่าสภาพยังสมบูรณ์ไม่เสียหายนับเป็นสมบัติสิ่งเดียวที่เหลือ”ยายอัมฤกษ์กล่าวพร้อมยกมือไหว้พระบรมฉายาลักษณ์ฯ"นางอัมฤกษ์ กล่าว

ติดตั้งสะพานแบริ่งเปิดเส้นทางเข้าบ้านห้วยคอม-ห้วยเนียม

          นายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า น้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย ส่วน ด.ช.ยิ่งศักดิ์ อินดีสี อายุ 5 ขวบ ที่เป็นหนึ่งในจำนวนผู้สูญหาย 3 คนยังไม่มีรายงานได้ว่าพบแต่อย่างใด ซึ่งผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายทั้งหมดเป็นชาวบ้านหมู่ 3 ต้นขนุน จากพื้นที่ได้รับผลกระทบ 4 หมู่บ้าน คือ หมู่ 2 บ้านห้วยเดื่อ หมู่ 3 บ้านต้นขนุน หมู่ 4 บ้านห้วยคอม และหมู่ 5 บ้านห้วยเนียม
 
          ทั้งนี้ สรุปยอดตัวเลขที่ผู้ประสบภัยแจ้งความเดือดร้อนล่าสุด มีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 41 หลังคาเรือน เสียหายบางส่วน 48 หลังคาเรือน ถนนชำรุด 4 สาย สะพานพัง 6 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนบ้านห้วยคอม ได้รับความเสียหายทั้งอาคารเรียน โรงอาหาร สนามกีฬาที่ยังถูกดินโคลนไหลมาทับถม ยังไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้อย่างไม่มีกำหนด ตลอดจนประชาชนได้รับผลกระทบ 705 ครัวเรือน 2028 คน ความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้  
 
          นายสุรชัย กล่าวว่า พื้นที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง แม้ปริมาณไม่มาก ชาวบ้านก็ยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย มีการตั้งจุดเวรยามติดตามระดับน้ำในห้วยที่ไหลผ่านหมู่บ้านตลอด 24 ชม.และเฝ้าฟังเสียงดังจากภูเขาที่ล้อมรอบ ต.น้ำไผ่ อันเกิดจากดินโคลนถล่ม เนื่องจากสภาพดินอ่อนตัวง่ายต่อการสไลด์และไหลมากับน้ำป่า ส่วนด้านความช่วยเหลือโดยเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นการดำรงชีวิต ได้รับน้ำใจหลั่งไหลจากทั่วสารทิศ โดยขณะนี้ได้มีการนำดินจากภูเขามาถมคลองห้วยเดื่อ เพื่อทำเป็นเส้นทางสัญจรชั่วคราวไปยัง หมู่ 3 บ้าต้นขนุน แทนสะพานคอนกรีตที่พังเสียหาย พร้อมติดตั้งสัญญาณโทรศัพท์ จายกระแสไฟฟ้า ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ
 
          "แต่ที่ยังน่าเป็นห่วง คือ ชาวบ้านกว่า 200 ครอบครัวที่หมู่ 4 (บางส่วน)และ หมู่ 5 ต.น้ำไผ่ ถูกตัดขาดรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรเข้าไปได้ ก่อนหน้านี้มีการลำเลียงการช่วยเหลือด้วยการเดินเท้าเนื่องจากที่สะพานคอนกรีตข้ามห้วยขุนตรอน พังเสียหายและเป็นจุดบ้านเรือนพังเสียหาย 13 หลังคา จำเป็นต้องระดมกำลังทหารจากจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ เข้ารื้อถอนซากปรักหักพัง บ้านที่พังเสียหาย นำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าไปนำก้อนหินขนาดใหญ่ออก จากนั้นได้วางสะพานแบริ่ง เพื่อให้ยานพาหนะสัญจรเข้าไปยัง 2 หมู่บ้านดังกล่าวได้ ความช่วยเหลือจะเข้าไปถึงในวันนี้อย่างเต็มที่”นายสุรชัยกล่าว
 
          นายสุรชัย กล่าวว่า ส่วนปัญหาการติดต่อสื่อสารนั้น ที่บ้านต้นขนุน ได้บริษัททีโอที ได้โทรศัพท์ไปติดตั้งเพื่อบริการประชาชนได้ใช้ติดสื่อสารกับญาติพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัด และใช้ประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างคล่องตัวมากขึ้น เชื่อว่าการคมนาคม สิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่จำเป็นและเสียหายจะได้รับการแก้ไข