ข่าว

ครบสิบปีถล่มเวิลด์เทรดโลกปลอดภัยขึ้นหรือเปล่า

ครบสิบปีถล่มเวิลด์เทรดโลกปลอดภัยขึ้นหรือเปล่า

12 ก.ย. 2554

ครบสิบปีถล่มเวิลด์เทรดโลกปลอดภัยขึ้นหรือเปล่า : มองมุมยุทธศาสตร์ เรือรบ เมืองมั่น www.ruarob.blogspot.com

            วันนี้ของสิบปีที่แล้วทั้งโลกจับจ้องหน้าจอด้วยความตกตะลึงเมื่อเครื่องบินลำแรกพุ่งชนตึกหลังแรกความเชื่อที่อาจจะยังมีอยู่ว่านั่นคืออุบัติเหตุสิ้นสุดลงเมื่อเห็นภาพเครื่องบินลำที่สองพุ่งชนอีกตึกหนึ่ง คืนนั้นสหรัฐสั่งปิดน่านฟ้ายาวนานถึงสองสัปดาห์ สงครามต่อต้านการก่อการร้ายเริ่มขึ้นอย่างเต็มตัว พร้อมกับคำประกาศกร้าวของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ว่าถ้าชาติไหนไม่เข้าร่วมกับสหรัฐก็คือศัตรู

             สิบปีผ่านไปเกิดความเปลี่ยนแปลงในโลกหลายอย่าง สหรัฐบุกอัฟกานิสถานและอิรักด้วยข้ออ้างเรื่องต่อต้านก่อการร้าย เจไอ ชนะทั้งสองศึกและสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้จริง แต่สูญเสียไม่หยุดหย่อนสองศึกนี้ตายหกพันกว่า ภารกิจยังลามเข้าไปในปากีสถาน ขณะที่ตะวันออกกลางเละตุ้มเป๊ะไปหมด แต่กลุ่มหัวรุนแรงฮามาสและเฮซบอลเลาะห์และชาติผู้หนุนหลังยังอยู่กันพร้อมหน้า รัฐบาลวอชิงตันและสาขา เช่น ยูเอสพาคอม ที่ฮาวายกระชับความร่วมมือกับชาติพันธมิตรรอบโลกทั้งด้านทุน ด้านข่าว ด้านอุปกรณ์ ไล่ล่าผู้ก่อการร้ายอย่างเอาเป็นเอาตาย ผลคือผู้ก่อการร้ายโดนเด็ดปีกเป็นว่าเล่น แต่อุดมการณ์ก่อการร้ายกลับขยายตัวไปทั่วโลก และมีตัวใหม่ๆ เข้าทดแทน

             ในช่วงปีแรกๆ ที่การกวาดล้างเครือข่ายก่อการร้ายรุนแรง พวกนี้ก็สู้กลับรุนแรงเช่นกัน องค์กรใหญ่อย่าง อัล-ไกดา สามารถปฏิบัติการถล่มใจกลางยุโรปเทียบเคียงกับที่นิวยอร์ก ได้ถึงสองหนคือที่ลอนดอนกับมาดริด ขณะที่กลุ่มเจไอของอินโดนีเซียก็เล่นงานบาหลี ในไทยเองเสียงปืนแตกเมื่อต้นปี 2547 จนบัดนี้ยังไม่ซาลง เมื่อพวกผู้ร้ายโดนปราบหนัก พวกเขาก็เปลี่ยนฟอร์ม อัล-ไกดา และ บิน ลาเดน เป็นแค่ศูนย์รวมความเชื่อ แต่กลุ่มย่อยๆ ขยายตัวอย่างเข้มแข็งขึ้นโดยผสานทั้งหลักการ ผลประโยชน์เฉพาะถิ่น และการเชื่อมโยงแบบใยแมงมุม ผลคือกลุ่มเก่าอย่าง ตาลีบัน ก็ไม่ตาย กลุ่มใหม่อย่าง อัล-ไกดามาเกร็บ ก็เข้มแข็ง ยังมีหัวรุนแรงเกิดใหม่ในชุมชนคนกลุ่มน้อยในยุโรปและอินเดียเป็นเสี้ยนตำบ่งไม่ออก

             แม้ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านก่อการร้ายของยุโรปจะประเมินว่ากลุ่มก่อการร้ายคลั่งศาสนาจะอ่อนแอลง เพราะผู้นำรุ่นเก่าโดนจับโดนฆ่ามาก ขณะที่ความร่วมมือด้านการข่าวของชาติต่างๆ ก็แนบแน่นขึ้น แต่ในความเป็นจริงก็คือภัยคุกคามด้านนี้ยังมีอยู่สูง จริงอยู่ที่โลกอาจจะมีเวลาหายใจ หันไปห่วงใยเศรษฐกิจที่กำลังเอนไปในทางฉิบหาย สนใจความแข็งแกร่งของจีนที่เกือบจะเป็นคู่ดวลตัวจริงของสหรัฐไป เมื่อยกก่อนทว่าพวกหัวรุนแรงมาตัดหน้าขโมยซีนซะก่อน หรือวิตกปัญหาโลกร้อน แต่พวกถืออุดมการณ์ก่อการร้ายแบบบ้าศาสนานั้นมีความอดกลั้นสูง พร้อมรบยืดเยื้อในสงครามไร้สมมาตร พวกนี้ถูกกันดีนักแบบโลกที่เลื่อนไหลไม่คงรูปแบบยุคอินเทอร์เน็ตนี้ กระนั้นก็ตาม ไม่ต้องวิตกจริตไป เพราะมันอดกลั้นได้ เราก็ต้องชินได้