ข่าว

ค้านเตรียมคุกการเมืองรอ'ทักษิณ'

ค้านเตรียมคุกการเมืองรอ'ทักษิณ'

11 ก.ย. 2554

"ศุภชัย" ค้านเตรียมคุกการเมืองรอ "ทักษิณ" ยันต้องจำคุกเหมือนกับคนทั่วไป “วันชัย สอนศิริ”ชี้ช่อง“ทักษิณ”ได้รับอภัยโทษ "เพื่อไทย"ชี้เป็นการสร้างประเด็นการเมือง คอป. ยันเร่งทำรายงานฉบับ 2 ยื่นเสนอต่อ รบ.”ยิ่งลักษณ์” ในสัปดาห์หน้า

           11ก.ย.2554 นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวกับสำนักข่าวเนชั่นถึงกรณีที่กรมราชทัณฑ์จะกลับไปใช้สถานที่คุมขังเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ เพื่อควบคุมนักโทษคดีความมั่นคง คดีทางการเมือง และนักโทษต่างประเทศว่า ตนไม่เห็นด้วย เพราะต้องเข้าใจว่าความเป็นผู้กระทำผิดทางอาญาเป็นความผิดที่มีโทษจากกระทำผิด คนนั้นทำอะไรมาก็ต้องได้แบบนั้น ถ้าศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุก กรมราชทัณฑ์ก็มีระเบียบนำผู้ต้องหาไปขัง ตามหลักเกณฑ์ มีระเบียบอยู่ ยึดเอาโทษเป็นหลัก ไม่ใช่มองว่าที่มาเป็นอย่างไร

           ส่วนแนวคิดเพิ่มเรือนจำให้นักโทษทางการเมืองนั้น พยายามทำให้สบายกว่านักโทษอื่นๆ เหมือนเป็นการเลือกปฎิบัติ ไม่น่าจะเป็นการบริหารบ้านเมืองที่ดี

            “คำถามคือ ถ้าแม่หนึ่งคนมีลูกอดอยาก จึงไปขโมยกล้วยในห้องสรรพสินค้า ถูกจำคุก 2 ปี กับนักการเมืองถูกกล่าวหาว่า ทุจริต โกงกิน ถูกจำคุก 2 ปี ถามว่า 2 คน ใครควรได้อยู่ที่ดีกว่ากัน คำตอบคือเหมือนกัน ไม่แตกต่างกัน ถามว่านักโทษการเมือง ต้องมีคุกหรือไม่ ถามว่านักการเมืองอยู่แออัดไม่ได้หรือไง” นายศุภชัย กล่าว 
 
            นายศุภชัยยังระบุอีกว่า อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณใส่ใจประชาชน เพราะเป็นที่รักของประชาชน แต่ถ้ากลับมาแล้วเป็นนักโทษที่พิเศษกว่าคนอื่น อาจต้องกลับกลายเป็นมีอคติแทนได้

 

 

 “วันชัย สอนศิริ”ชี้ช่อง“ทักษิณ”ได้รับอภัยโทษ

 

             นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา ให้สัมภาษณ์กับ “สำนักข่าวเนชั่น”  ว่า มีความเป็นไปได้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะได้รับพระราชทานอภัยโทษโดยไม่ต้องถูกคุมขังในเรือนจำแม้ว่าจะไม่มีการยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษจากผู้ที่เกี่ยวข้องหรือประชาชนจำนวน 2 ล้านคนก็ตาม เนื่องจากการขอพระราชทานอภัยโทษให้กับนักโทษนั้น เป็นกระบวนการปกติที่ทางรัฐบาลต้องดำเนินการทุกปี ในวโรกาสที่สำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ เช่น เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และหากพิจารณาในพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมาพบว่ามีข้อกำหนดที่เป็นประโยชน์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ คือ มาตรา 6 (ง) ระบุถึงหลักเกณฑ์ขอนักโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว คือ เป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งในปี 2554 นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีอายุครบ 62 ปีแล้ว และในคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกดคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีที่ดินรัชดา ระบุโทษจำคุกเพียง 2 ปีเท่านั้น จึงถือว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าข่ายผู้ได้รับประโยชน์

             นายวันชัยกล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นถูกคุมขังในเรือนจำนั้น ใน พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2553 ได้ระบุไว้ในมาตรา4 ว่า ผู้ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ต้องมีตัวอยู่ในความควบคุมของทางราชการ หรือถูกกักขังไว้ในสถานที่หรือ ที่อาศัยหรือศาลหรือทางราชการกำหนดในวันที่ พ.ร.ฎ. นี้บังคับใช้ติดต่อกันจนถึงวันที่ศาลออกหมายสั่งปล่อย

             “ในทางกฎหมายหากพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับประเทศ และถูกพาตัวไปที่สโมสรตำรวจ และอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ แม้เพียง 5-10 นาที ก็เท่ากับว่าเข้าข่ายตามมาตรา 4 นี้ และได้รับการปล่อยตัวในที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องไปอยู่ในเรือนจำ ส่วนคณะรัฐมนตรีจะนำทูลเกล้าฯถวาย พ.ร.ฎ. ฉบับนี้เมื่อใดนั้นคงไม่ใช่เรื่องยากที่พ.ต.ท.ทักษิณจะรับรู้ เพราะอำนาจตรงอยู่ที่คณะบริหารที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้นำขึ้นทูลเกล้าฯ” นายวันชัย กล่าว

             นายวันชัย กล่าวอีกว่าเดิมที พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ก่อนปี 2553 ได้เขียนข้อความระบุไว้ว่า ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวต้องอายุ 60 ปีขึ้นไปและได้รับโทษ 1 ใน 3 ก่อน แต่เมื่อปี 2553 สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ได้แก้ไขถ้อยคำให้เป็น ผู้ได้รับการปล่อยตัวต้องอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ทำให้เป็นพ.ร.ฎ.อภัยโทษที่เป็นคุณกับ พ.ต.ท.ทักษิณมากขึ้น

 

 

"เพื่อไทย"ชี้เป็นการสร้างประเด็นการเมือง

 

             นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ เป็นการพยายามโยงว่า ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับมาจะมีการเตรียมเรือนจำพิเศษไว้ให้เป็นการปะติดปะต่อ ให้เกิดกระแสข่าวทางการเมืองและเป็นประเด็นทางการเมืองมากกว่า เพราะวันนั้นยังไม่มาไม่ถึง

 

คอป.ยันเร่งทำรายงานฉบับ2ยื่นต่อรบ.”ยิ่งลักษณ์”


 

            นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กล่าวกับ “สำนักข่าวเนชั่น” ถึงความคืบหน้าการสอบสวนค้นหาความจริงกรณีการชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี 2553 ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า คอป.เตรียมจัดส่งรายงานฉบับที่ 2 ยื่นเสนอต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเพียงความตั้งใจว่า จะดำเนินการและส่งรายงานความหน้าให้รัฐบาล และประชาชนทราบภายในสัปดาห์หน้านี้ หากไม่มีอะไรคลาดเคลื่อนก็น่าจะแล้วเสร็จ

            โดยสาระสำคัญเบื้องต้นยังอยู่ที่กลไกที่จะสร้างความปรองดองให้กับประเทศ โดยเฉพาะการเยียวยาผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองแก่ ครอบครัวผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต จากการสลายการชุมนุม โดยในเรื่องนี้ รายงานฉบับแรกคอป. เคยเสนอความเห็นไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ จึงจำเป็นต้องย้ำให้เห็นความสำคัญอีกครั้ง ทั้งนี้ ข้อมูลที่จะออกจากคอป.ในครั้งต่อๆ ไป จะจัดทำเป็น 2 ภาษาคือไทย และอังกฤษ โดยจะเปิดเผยให้ประชาชนและทั่วโลกรับทราบพร้อมๆ กันในช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลทราบ เพื่อความโปร่งใสและให้ข้อมูลได้รับการยอมรับจากสาธารณะ

             นายคณิต ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ต่อกรณีการดำเนินการขอนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่า ทุกอย่างมีขั้นตอนอยู่ จึงต้องดูหลักเกณฑ์