
ดวงชะตา'อภิสิทธิ์'ต้อง...ฆาฏ1ปี
ดวงชะตาอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะต้องฆาฏ1ปี : โดย 'ฟองสนาน จามรจันทร์' โหรสมัครเล่น (บทความนี้ใช้หลักวิชาโหราศาสตร์ไม่เกี่ยวข้องใดๆกับกรมประชาสัมพันธ์ที่ผู้เขียนสังกัด)
คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่27ของประเทศ ปัจจุบันกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และกำลังจะเป็นว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ถือว่าอยู่ในสถานะบุคคลสาธารณะที่สามารถเปิดเผยข้อมูลดวงชะตาได้ เพราะวิถีชีวิตด้านการงานของท่านเกี่ยวโยงถึงการทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ
คุณอภิสิทธิ์ เกิดวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2507 ซึ่งจากปากของท่านเองบอกว่าเกิด เวลา 06.00น. ที่เมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ และตรงกับเวลา 12.00 น. ของเวลาที่กรุงเทพฯซึ่งเมื่อนำมาผูกเป็นดวงชะตาแล้วท่านเป็นคนราศีกรกฎ ธาตุน้ำ ดังรูป
ก…………ทำนายพื้นฐานดวงเดิม
1….. ปกติคนเกิดราศีกรกฎ มักจะเดินเหมือนปู และราศีนี้เป็นภพที่สี่หรือพันธุของโลก คนราศีกรกฎจึงรักและผูกพันกับครอบครัว ชอบอยู่และตกแต่งบ้าน ชอบให้บริการ
2…………พระอาทิตย์(๑)ดาวยศศักดิ์และบางตำราบอกว่าเป็นตัวแทนการเมืองเด่นได้มาตรฐานมหาจักร กุมลัคนาจึงเป็นตัวตัดสินที่หนึ่งที่บ่งบอกว่าจะขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้
ประเด็นขัดแย้งคือคุณอภิสิทธิ์ เกิดวันจันทร์ พระอาทิตย์จึงเป็นกาลกิณีวันเกิดตามหลักทักษา ตามปกติแล้วถ้ากาลกิณีวันเกิดกุม เล็ง หรือถึงลัคนา จะให้โทษทางร้ายมากเช่น ชีวิตไม่นิ่งขึ้นๆลงๆเหมือนจรวจไฟหางหัก อาภัพ ทรัพย์สมบัติเก่ารักษาไม่ได้ แม้เกิดในตระกูลสูงมักเอาตัวไม่รอด
แต่ตามหลักโหรแล้วหากกาลกณีที่กุมลัคนานั้นได้มาตรฐานมหาจักรจะคุ้มโทษอีกทั้งจากร้ายจะกลายเป็นดี อีกทั้งการต้อสู้ให้ได้มาและรักษาไว้ซึ่งยศศักดิ์(ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี)ก็เป็นไปในลีลาโลดโผน แหวกแนว ตามบุคลิกของดาวมหาจักรที่ต้อง “ฟักตัวขึ้นเป็นใหญ่ กว่าจะได้ต้องบุกบั่นฟันโฉงเฉง”
แต่พระอาทิตย์มหาจักรที่ราศีกรกฎนี้เป็นใหญ่ในราศีกรกฎ บ้านเดิมของพระจันทร์ ซึ่งรวมความหมายถึงภรรยาในชะตาชาย อีกทั้งเป็นราศีธาตุน้ำพระอาทิตย์ตกน้ำส่งผลให้เป็นคนเกรงใจภรรยา หรือบางคนก็เป็นนักดื่มตัวฉกาจ แต่อย่างหลังนี้ทราบว่าคุณอภิสิทธิ์ไม่เป็น
3………….ในดวงชะตาดาวเรียงตัวติดต่อกันห้าราศีอนุโลมได้เกณฑ์มาลัยโยค หรือดวงหอม บ่งบอกว่าวาสนาสูกอีกประเภทหนึ่ง
แต่บางตำราบอกว่าดวงชะตาประเภทนี้จะส่งผลให้เจ้าชะตาขึ้นไม่ถึงจุดสูงสุดของชีวิต หรือถ้าดวงตกก็จะไม่ต่ำสุด อาจจะจุดนี้หรือไม่ก็ไม่ทราบที่โหรบางคนทำนายว่าตามดวงชะตาคุณอภิสิทธิ์จะไม่ได้เป็นถึงนายกรัฐมนตรี เมื่อผลออกมาว่าได้เป็นแสดงว่าความเป็นมาลัยโยคนี้ก็ต้องวัดกันที่เกณฑ์อื่นในดวงชะตาอีก
ดวงชะตานี้เป็นมาลัยโยคแบบลัคนาคุมพล คือลัคนาอยู่ในราศีกลางดาวอื่นๆ หมายความว่าดีทั้งหน้าและหลัง ด้านหน้ามีคนคอยชักจูงดำเนินการให้ ด้านหลังมีคนคอยอุปถัมภ์ค้ำชู หากมีปัญหาอะไรคนจะปัดเป่าแก้ไขให้ และผลคือคุณอภิสิทธิ์จะทำอะไรมักฟังความเห็นคนอื่น ไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดจนหลายคนอาจจะรำคาญ
พระพุธ(๔)สถิตราศีสิงห์ มาตฐานดีนำหน้าลัคนาและดวงดาวทั้งหลายในดวงชะตา จะไม่ตกต่ำ ตามโฉลกที่ว่า “พุธสิงห์ธนูมี อย่าได้กลัวว่าตัวทราม”
พระพุธที่นำหน้าลัคนาเป็นตัวแทนมันสมอง ปัญญา และคำพูด ได้มาตรฐานสูงเยี่ยมคือได้มาตรฐานราชาโชค คือ “…ราชาโชคโฉลกเฉลา ผลบุญเก่าส่งให้เห็นเป็นสง่า มีอำนาจราชศักดิ์ดุจราชา ไม่ต้องซื้อต้องหาก็มาเอง”
พระพุธนำหน้าลัคนาได้มาตรฐานมหาจักร(ตามที่อ้างก่อนหน้านี้)
พระพุธนำหน้าลัคนาได้มาตรฐานอุจจ์ แปลว่า สูงส่ง
สรุปคือพระพุธส่งผลให้เจ้าชะตามีปัญญา และหัวดี พูดเก่ง
พระพุธยังเป็นเดชเดิมตามระบบทักษา บ่งบอกว่ามีตบะ บารมี แบบนักวิชาการ นักพูด ไม่ใช้นักบู๊ น่าจะเป็นฝ่ายวางแผนมากกว่าฝ่ายปฏิบัติ
4………..จุดเด่นอีกแห่งหนึ่งในดวงชะตาที่เป็นเกณฑ์ตัดสินที่สองที่ทำให้คุณอภิสิทธิ์ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคือ พระจันทร์(๒)ตนุลัคน์หรือตัวแทนลัคนาสถิตราศีพฤษภซึ่งเป็นภพที่สิบเอ็ด หรือลาภะคือโชคลาภ ซึ่งภพนี้จะสรุปถึงโชคชัยของดวงชะตา ถือว่าบุญเก่าดีมาก แล้วบางตำราบอกแคล้วคลาดด้วยอีกต่างหาก บุคคลที่ดาวประจำตัวอยู่ในภพนี้มักจะได้เปรียบคนอื่นไปกว่าครึ่งแล้ว
พระจันทร์ดาวประจำตัวสถิตราศีพฤษภ ได้มาตรฐานอุจ แปลว่าสูงส่ง ส่งให้เจ้าชะตาประสบความสำเร็จ
และจากตำรา ชื่อคัมภีร์พยากรณ์ นรลักษณ์วิทยา และหลักกาลชาตาโดยสังเขป ที่เขียนโดยบุคคลที่ใช้นามปากกาว่าอาจารย์อาคเนย์ พระจันทร์คือแววตา เมื่อได้มาตรฐานอุจจะเป็นได้ว่าแววของคุณอภิสิทธิ์ติดจะคมและเฉี่ยวและเชือดเฉือน
5………..พฤหัสบดี(๕)เทพเทวาคุ้มครองดวงชะตาสถิตภพที่สิบเอ็ดเข้มแข็งได้สิงหเกณฑ์ คุ้มครองและคุ้มภัยได้จะเห็นว่าแม้หลายครั้งจะโดนเล่นงานเสียสะบักสะบอมแต่ก็แคล้วคลาดจากการถูกรุมทำร้ายหลายครั้ง
6………..เกณฑ์ตัดสินที่สามสำคัญที่สุดที่ทำให้คุณอภิสิทธิ์ก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้คือ การทั้งพระจันทร์และพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวธาตุดินทั้งคู่กุมกันในราศีพฤษภธาตุดิน เป็นคู่อสิติธาตุชั้นหนึ่งทำให้ดวงชะตาเข้มแข็งก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ คุ้มเรื่องร้ายต่างๆได้
อย่างไรก็ตามตามตำราพระเคราะห์คู่ของหลวงปู่นวมวัดบางลำภูบน สอนไว้ว่า บุคคลที่พฤหัสบดีกุมพระจันทร์ในภพที่สิบเอ็ดของดวงชะตานี้เป็นคนเสน่ห์แรง ถ้าเป็นผู้ชายเมื่อแต่งงานจะไม่ต้องเสียสินสอดหมั้น เพราะฝ่ายหญิงจะมาหาเอง หากเป็นดวงชะตาของผู้หญิงจะได้สินสอดทองหมั้นชนิดแหวนเพชรเม็ดโตเท่าไข่ ตามโฉลกที่ว่า “พฤหัสบดีจันทร์ปั้นตัวหาผัวเมีย มิได้พักต้องเสียขันหมากหมั้น”
แต่คุณอภิสิทธิ์นั้นแต่งงานกับอาจารย์พิมพ์เพ็ญ เวชชาชีวะ อย่างปกติ ถือว่ากรรมอโหสิ แต่ผลออกมาแล้วในการจัดตั้งรัฐบาลจากการที่พรรคการเมืองอื่นๆตีจากพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนมาจับขั้ว(หนีตาม)พรรคประชาธิปัตย์
และยังไม่แน่ว่าในอนาคตวันดีคืนดีจะมีเหตุการณ์ใกล้เคียงแบบนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ เพราะดวงชะตานี้เป็นดวงเดิมเป็นแผนที่ชีวิตตลอดไปของคุณอภิสิทธิ์
7…..จุดอ่อนในดวงชะตา
7.1พระเสาร์(๗)ในดวงเดิมอันเป็นตัวแทนหุ้นส่วนคู่ครองสถิตภพมรณะบ่งบอกว่าคู่ครองหุ้นส่วนจะเจ็บไข้ได้ป่วย พลัดพราก แต่ที่ผ่านมาไม่เกิดกับชีวิตคู่ของคุณอภิสิทธิ์อาจเป็นกรรมอโหสิ แล้วปรากฎออกมาในลักษณะคู่ครองเก็บเนื้อเก็บตัว สีหน้าเรียบเฉย(ที่เห็นบ่อยทางสื่อ)
พระเสาร์เป็นศรีเดิมในระบบทักษาบ่งบอกว่าดวงชะตานี้มีโอกาสได้มรดก
7.2 ดาวสถิตในตำแหน่งไม่ดีหรือทุสถานะคือภพวินาสน์ของดวงชะตาหลายดวง
ภพวินาสน์นี้หมายถึงการจับกุม คุมขัง ถูกจำกัดเสรีภาพ ทรยศหักหลัง ชั่วครั้งชั่วคราว สัวต์ใหญ่ โรงพยาบาล บางตำราบอกว่าเป็นกรรมเก่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอังคาร(๓)เป็นดาวอายุในระบบทักษาสถิตภพวินาสน์บ่งบอกว่ามีช่วงชีวิตที่ถูกจำกัดเสรีภาพ อาจจะเป็นช่วงอยู่โรงเรียนประจำที่อังกฤษตั้งแต่อายุ11ขวบก็ได้
พระอังคารยังเป็นตัวแทนของลูกและการงาน ฉะนั้นเจ้าชะตาจึงมีกรรมต้องชดใช้ในสองเรื่องนี้ รวมทั้งบางส่วนของครอบครัวเดิมที่พระศุกร์(๖)เป็นตัวแทนอยู่ก็สถิตภพวินาสน์ด้วยเช่นกัน
ข………ว่าด้วยทักษาจรคุณอภิสิทธิ์ต้องฆาฏหนึ่งปี
1…..ตั้งแต่ วันที่ 24 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นมา พระราหูจรที่เคยให้คุณดวงชะตาคุณอภิสิทธิ์ตามตำราจักรทีปนีมาก่อนหน้านั้นปีครึ่งเพราะเข้าภพอริของดวงชะตาคุณอภิสิทธิ์ ได้ยกจากราศีธนูภพอริ เข้าภพปุตตะหรือภพที่ห้าของดวงชะตาที่ราศีพิจิก ร่วมธาตุกับลัคนาที่สถิตกรกฎทำให้ตกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามโฉลกที่ว่า “ราหู(จร)มาต้องลัคน์ แม้นสูงศักดิ์สุราลัย จะจากยศไกร ลำบากใจไฟเผาผลาญ”
อีกทั้งระยะที่พระราหูจรสถิตอยูที่นี่ถึง11ธันวาคม2555นั้นพระเสาร์จรสถิตรากันย์บีบราศีตุลย์ซึ่งเป็นภพที่สี่ของดวงชะตาอันหมายถึงบ้าน พื้นฐานเดิมของครอบครัว รถยนต์ บ้าน แม่ฯลฯให้คุณอภิสิทธิ์ได้อึดอัด แล้วยังทำมุมปลายหอกใส่ภพที่สิบอันหมายถึงการงาน และพ่อจึงต้องระวังสุขภาพอย่างมาก
2………..ตั้งแต่หลังวันเกิดปีนี้ของคุณอภิสิทธิ์ไปถึงวันเกิดปีหน้า คือระหว่าง 3 สิงหาคม 2554-3 สิงหาคม2555 ทักษาวันเกิดจรของคุณอภิสิทธิ์ตกภูมิพระพุธ พระอังคารจึงเป็นกาลกิณีจร ต้องฆาฎที่เรียกว่าอัมพุภุม์โม ต้องระวังตัวเองการงาน ลูกๆ และผู้หลักผู้ใหญ่เป็นเวลหนึ่ง ปี ตามโฉลกที่ว่า
“ท่านว่าชาตาฆาฏ ต้องอุบาทว์ร้ายนักหนา
ทุกข์โศกโรคบีฑา ชีพชีวาอาจวอดวาย
หรือไม่บุตรภรรยา ทรัพย์โภคาจะเสียหาย
พรากพลัดจัดกระจาย ป่นปี้ร้ายไม่เป็นอัน”
3……อย่างไรก็ตามแม้กาลกิณีจรจะเล่นงานและดาวอื่นจะกลุ้มรุมทำร้าย แต่เนื่องจากดวงชะตานี้พฤหัสบดีจรเทพเทวา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัว คุณงามความดีสถิตราศีเมษภพที่สิบหรือกรรมะของดวงชะตาซึ่งเป็นภพสูงยังให้คุณคุ้มครองดวงชะตาอยู่ คาดว่าเรื่องร้ายแรงแค่ไหนก็จะลดลงครึ่งหนึ่ง ตามโฉลกที่ว่า
“ผิว์ว่าสรรพเคราะห์มาตรหมาย ให้โทษแก่ลัคนาหลาย
พฤหัสบดีให้คุณก็อาจคุ้มภัย….………..”
และพฤหัสบดีจรมาราศีเมษภพที่สิบของดวงชะตาได้มาตรฐานราชาโชค นี้อาจจะทำให้โหรหลายคนรวมทั้งผู้เขียนอ่านระหัสผิด เพราะพฤหัสบดีที่ราเมษไม่ถึงลัคนาและพระอาทิตย์ดาวยศศักดิ์ในดวงเดิมส่งผลให้ดำรงค์ตำแหน่งในระดับผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
4………ครั้นวันที่ 3 สิงหาคม2555เป็นต้นไป ดวงชะตาจะเริ่มฟื้น ถึง 30 พฤษภาคม 2556 โชคชัยจะเข้ามาในชีวิต ในระดับจะฟุ่งเฟืองคนลือเลื่องลาภเหลือหลาย
30 พฤษภาคม2556-17 มิถุนายน 2557 จะเริ่มอึดอัดและดวงตกอีกครั้ง
ที่น่าสนใจคือระหว่าง17มิถุนายน 2557 -11 กรกฎาคม 2558 เป็นระยะที่ต้องจับตาดูอีกครั้งเพราะมุมของดาวจรคู่มิตรคือพฤหัสบดี และพระอาทิตย์ ที่ถึงพฤหัสบดีและพระอาทิตย์ในดวงเดิมมีโอกาสทำมุมถึงกันเหมือนครั้งโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี15 ธันวาคม2551มาแล้ว ถ้าไม่ใช่ที่เมืองไทยก็อาจจะเป็นตำแหน่งที่ต่างประเทศ
.............
(หมายเหตุ : ที่มา http://www.prasong.com/)



