
"ชุมพล"ย้ำชาติไทยพัฒนาแก้ม.190-237
"ชุมพล" ย้ำชาติไทยพัฒนา เน้นแก้ม.190,237 ให้ความเป็นธรรมกับคนที่ไม่ได้ทำผิด พร้อมแนะใส่บทเฉพาะกาล หรือออกกฎหมายลูก มั่นใจสังคมและประชาชนจะเข้าใจ
(28เม.ย.) นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลดำเนินการรวบรวมประเด็นเพื่อเสนอมาภายใน 2 สัปดาห์ ว่า ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาได้เตรียมประเด็นไว้แล้ว ซึ่งจะเสนอให้แก้ไขบางมาตรา อาทิ ม. 190 , 237 เพราะเห็นว่าอย่างน้อยสองมาตรานี้ต้องได้รับการแก้ไข หลักการของพรรคชาติไทยพัฒนาคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ความเป็นธรรมกับคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพื่อที่คนไม่ได้กระทำผิดต้องพ้นผิด ส่วนเรื่องคดีอาญานั้นไม่เกี่ยวทั้งสิ้นให้เป็นหน้าที่ของศาลไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเสนอแก้ไขในสองมาตรานี้ควรเป็นย้อนหลังหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการจะเป็นผู้พิจารณา เพราะในส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไรตนไม่ทราบ มีหลายวิธี เช่น ใส่ในบทเฉพาะกาล หรืออยากจะแยกเป็นกฎหมายเฉพาะว่าให้คนที่ไม่ได้ทำผิดพ้นผิดและให้ความเป็นธรรมแก่คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม มีหลายรูปแบบ อาจจะออกเป็นกฎหมายลูก บทเฉพาะกาล ทำได้หลายวิธี
เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใจว่านักการเมืองทำเพื่อตัวเองจึงเสนอแก้ มาตรา 237 นายชุมพล กล่าวว่า ตนเชื่อว่าประชาชนเข้าใจแน่ โดยเข้าใจว่าคนที่ไม่ได้ทำผิดแล้วจะให้เขาต้องรับโทษมันไม่ถูกต้อง สังคมต้องยอมรับ และคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐธรรมนูญ 50 ต้องได้รับความเป็นธรรมเท่านั้น ไม่มีเกินไปอย่างอื่น เมื่อถามว่าประชาชนจะยอมรับได้หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องยอมรับ ไม่ยอมไม่ได้เพราะในเมื่อมีคนไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งการที่ตนเชื่อว่าคนที่ชี้แจงจะมีเหตุผลที่ดีในการชี้แจงได้
เมื่อถามต่อว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกมองว่าเป็นเพียงเพื่อความปรองดองในหมู่นักการเมือง โดยไม่คำนึงถึงความต้องการของประชาชนหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะประชาชนต้องการความเป็นธรรม ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่พรรคชาติไทยเคยผ่านและรับรัฐธรรมนูญปี 50 และลงเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญดังกล่าว หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ครั้งนั้นเห็นว่าให้รัฐธรรมนูญผ่านไปก่อนแล้วไปแก้ไขกันทีหลังไม่ใช่หรือ ต่อข้อถามว่า จะกลายเป็นตัวอย่างว่ารับไปแล้วแต่กลับมายกเลิกการกระทำผิดด้วยตัวเอง นายชุมพล กล่าวว่า ไม่ใช่ตัวอย่างอะไร เพราะคนไม่ได้ทำผิดต้องได้รับความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยระบุว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำเพื่อประชาชนส่วนรวมแต่ทำเพื่อนักการเมือง นายชุมพล กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรเองก็ต้องรับความเป็นธรรม ถ้าไม่เห็นความเป็นธรรมคงไม่ถูกต้อง เมื่อถามว่าแต่อาจจะเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น นายชุมพล กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ความเป็นธรรมอยู่ที่ไหนสังคมต้องรู้
เมื่อถามว่า หากข้อเสนอของพรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้แก้ไขจะมีปัญหาใดหรือไม่ นายชุมพล ไม่มีปัญหา แก้ได้ก็แก้ แก้ไม่ได้ก็จบกันไป เมื่อถามว่า จะไม่มีการบีบคั้นรัฐบาลใช่หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ทำอย่างนั้น เราทำเพื่อความถูกต้อง เราทำเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่านั้นก็พอ แก้ได้ก็ได้ แก้ไม่ได้พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้ติดใจ เพราะเราคิดว่าวันหนึ่งความเป็นธรรมมันต้องคืนมา ไม่ว่าโดยรูปแบบใดก็ตาม
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เสนอให้นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เป็นคนกลางในการปฏิรูปการเมือง นายชุมพล กล่าวว่า เรื่องนั้นตนไม่ทราบ ทุกคนสามารถแสดงความเห็นกันได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าต้องใช้กรอบเวลานานแค่ไหน นายชุมพล กล่าวว่า ไม่สำคัญ แล้วแต่ขั้นตอน เรื่องนี้ไม่เร่งรัด เมื่อถามว่า ควรต้องเสร็จให้ได้ภายในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ไม่ได้เร่งรัด เสร็จหรือไม่แล้วแต่กระบวนการ ถ้าสังคมเกิดกระแสไม่ยอมรับจริงๆเราก็ถอยไปเพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตบ้านเมือง เมื่อถามว่าสุดท้ายต้องทำประชามติหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ไม่จำเป็น ประเด็นเดียวไปลงประชามติทำไม คราวที่แล้วฉบับ 50 ไปลงประชามติถึงได้มีปัญหากันไง ชาวบ้านเขาไม่รู้เรื่องทั้ง 299 มาตรา เมื่อถามว่า แล้วจะเอาอะไรมาเป็นตัววัดว่าประชาชนยอมรับ นายชุมพล กล่าวว่า ทุกคนคือประชาชนเหมือนกัน นักการเมืองก็คือประชาชน ไม่มีความแตกแยก



