
ผีเฉียบถล่มโบลตัน5-0นำจ่าฝูง
"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ยังฟอร์มเฉียบขาด ยกพลถล่ม โบลตัน 5-0 ในศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันที่ 10 ก.ย. นำจ่าฝูงต่อ ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ไม่น้อยหน้าเก็บชัยรวดเป็นนัดที่ 4 เหนือ วีแกน 3-0 ส่วน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไปแพ้ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค 0-1 ขณะที่ล
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันที่ 10 ก.ย. "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด จ่าฝูงออกไปเยือน โบลตัน ที่สนามรีบอค โดยเกมนี้ทีมเยือนส่ง ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ลงมาเป็นกองหน้าแทน แดนนี เวลเบค และแค่ 5 นาทีก็ได้ประตูขึ้นนำ นานี เปิดบอลจากทางขวาให้ ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ชาร์จเข้าไปเป็น 1-0
จากนั้นนาทีที่ 20 สกอร์ขยับเป็น 2-0 ฟิล โจนส์ ที่เล่นเป็นแบ็กขวาเติมขึ้นมาผ่านบอลไปหน้าประตู คราวนี้เป็น เวย์น รูนีย์ ที่ดีดเข้าไป และอีก 5 นาทีต่อมา โจนส์ ลากลุยเข้าเขตโทษไปยิงติด ยุสซี ยัสเคไลเนน มาเข้าทางให้ รูนีย์ ซ้ำเข้าไป จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำ 3-0
ครึ่งหลังนาทีที่ 59 ปีศาจแดง นำห่างออกไปอีก ไมเคิล คาร์ริก ยิงแฉลบกองหลังมาเข้าทางให้ เฮอร์นันเดซ ตวัดยิงเป็น 5-0 ตามด้วยนาทีที่ 68 นานี ไหลบอลให้ รูนีย์ ยิงที่หน้าเขตโทษเข้าเสาไกลเป็น 5-0 และเป็นแฮตทริกนัดที่ 2 ติดต่อกันของหัวหอกรายนี้ จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 5-0 เก็บชัยชนะ 4 นัดรวดและประตูได้เสียดีกว่า แมนฯ ซิตี้ 3 ประตู นำเป็นจ่าฝูงต่อไป
"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ รับการมาเยือนของ วีแกน ที่ยังไม่แพ้ใคร โดยเกมนี้ โรแบร์โต มันชินี ปรับทัพด้วยการพัก เอดิน เชโก และให้ คาร์ลอส เตเบซ ยืนหัวหอกคู่กับ เซร์คิโอ อาเกโร แต่แค่ 13 นาทีก็ออกนำ เมื่อ ดาวิด ซิลบา ลากหลุดมาใส่พานให้ อาเกโร ยิงเป็น 1-0 และอีก 5 นาทีต่อมาน่าจะนำห่างไปอีกจากการได้จุดโทษ แต่ เตเบซ ยิงไปถูก อาลี อัลฮับซี เซฟได้ จบครึ่งแรกสกอร์อยู่ที่ 1-0
ช่วงครึ่งหลังนาทีที่ 63 สกอร์ขยับเป็น 2-0 จากการประสานงานกันของ ซิลบา กับ ซามีร์ นาสรี ก่อนแทงทะลุให้ อาเกโร หลุดไปยิงสู่ก้นตาข่าย และนาทีที่ 69 เจ้าถิ่นได้ประตูปิดท้ายอีกประตูจากการทำแฮตทริกของ อาเกโร จบเกม แมนฯ ซิตี้ ชนะ 3-0 เก็บชัยรวดเป็นนัดที่ 4
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ไปเยือน "แมวดำ" ซันเดอร์แลนด์ โดยที่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส เป็นเพียงตัวสำรอง ซึ่งรูปเกมเป็นทีมเยือนที่เหนือกว่า นาทีที่ 18 ขึ้นนำ 1-0 จากการเปิดฟรีคิกของ ฆวน มาตา บอลหลุดไปให้ จอห์น เทอร์รี ยิงเป็น 1-0 และครึ่งหลังนาทีที่ 51 ราอูล เมยเรเลส แทงบอลให้ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ หลุดไปยิงเป็น 2-0 ก่อนที่ จี ดอง วอน จะตีไข่แตกให้เจ้าถิ่นได้นาทีที่ 90 จบเกม เชลซี ชนะ 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 10 แต้ม
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไปเยือน "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ และพลาดเสียประตูก่อนนาทีที่ 21 เจมี คาร์ราเกอร์ ไปดึง โจนาธาน วอลเตอร์ ทำให้เสียจุดโทษ และ วอลเตอร์ ซัดจุดโทษเป็น 1-0 จากนั้น ไม่ว่า ลิเวอร์พูล จะบุกหนักยังไงก็ทวงประตูคืนไม่ได้ ทำให้แพ้ไป 0-1 ยังมี 7 แต้มเท่าเดิม
"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ได้ชัยชนะนัดแรกของฤดูกาลนี้ หลังเปิดบ้านเฉือนเอาชนะ "หงส์ขาว" สวอนซี น้องใหม่หวุดหวิด 1-0 จากประตูของ อังเดร อาร์ชาวิน นาทีที่ 40 ผลคู่อื่นๆ เอฟเวอร์ตัน เสมอ แอสตัน วิลล่า 2-2 เจ้าถิ่นได้จาก ลีออส ออสแมน นาทีที่ 19, เลย์ตัน เบนส์ นาทีที่ 69 ทีมเยือนได้จาก สติลิยัน เปตรอฟ นาทีที่ 63, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ นาทีที่ 83, วูล์ฟแฮมป์ตัน แพ้ สเปอร์ส 0-2 จากประตูของ เอมมานูเอล อเดบายอร์ นาทีที่ 67, เจอร์เมน เดโฟ นาทีที่ 80
ด้านศึกบุนเดสลีกา "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ระเบิดฟอร์มอีกครั้งในฤดูกาลนี้ เมื่อเปิดบ้านถล่ม "จิ้งจอกแห่งป่าดำ" ไฟร์บวร์ก 7-0 โดย มาริโอ โกเมซ ทำคนเดียว 4 ประตู นาทีที่ 8, 52, 55, 71 และอีก 3 ประตูจาก ฟรองก์ ริเบรี นาทีที่ 26, 41 และ นีลส์ พีเตอร์เซน นาทีที่ 90 ผลคู่อื่นๆ ดอร์ทมุนด์ แพ้ แฮร์ธา เบอร์ลิน 1-2, ไมนซ์ แพ้ โฮฟเฟนไฮม์ 0-4, สตุ๊ตการ์ท ชนะ ฮันโนเวอร์ 3-0, มึนเชนกลัดบัค ชนะ ไกเซอร์ฯ 1-0 สรุปอันดับคะแนน บาเยิร์น 12 แต้ม, กลัดบัค กับ เลเวอร์คูเซน 10 แต้ม, โฮฟเฟนไฮม์ ชาลเก้ เบรเมน 9 แต้ม
ขณะที่ฟุตบอลลาลีกา "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา ออกไปเยือน รีล โซเซียดัด โดยเกมนี้มีการพักตัวหลักไปหลายคน รวมทั้ง ลิโอเนล เมสซี แต่บาร์เซโลนายังออกนำก่อน 2-0 ตั้งแต่ช่วงต้นเกมจากประตูของ ซาบี เอร์นันเดซ นาทีที่ 10 และ เชส ฟาเบรกาส นาทีที่ 11 แต่ครึ่งหลังเจ้าถิ่นมีฮึดนาทีที่ 59 อิมานอล อากีร์เรเต โหม่งไล่มาเป็น 1-2 และนาทีต่อมาตีเสมอได้จาก อองตวน กรีซมันน์ จบเกมจึงเสมอกันไป 2-2 ส่วนผลอีกคู่ บียาร์รีล เสมอ เซบีญา 2-2



