
นายกฯบินบรูไนปัดพบ'แม้ว'
นายกฯ บินตรงบรูไน ปัดพบ 'ทักษิณ' เผย กฤษฎีกาไฟเขียว กสทช. พร้อมทูลเกล้าฯทันที กำชับ ลุยตรวจพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม หวั่นซ้ำรอยอุตรดิตถ์ ด้าน 'อภิสิทธิ์' จี้ รัฐชัดเจนชดเชยจำนำ หวั่น น้ำท่วมข้าวนอกสวมโควต้า
เวลา 15.15 น. ที่ท่าอากาศทหาร กองบิน 6(บน.6) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกเดินทางเยือนบรูไนดารุสซาลามอย่างเป็นทางการ โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ และนายสุชน ชาลีเครือ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ร่วมเดินทาง
ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไน ที่พระราชวังนูรุล อิมาน เพื่อหารือข้อราชการ และเข้าร่วมงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำที่สมเด็จพระราชาธิบดีทรงพระราชทานเลี้ยงเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี และคณะก่อนจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในเวลาประมาณ 24.45 น.วันเดียวกัน ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 6
ลั่น กฤษฎีกาไฟเขียว พร้อมทูลเกล้าฯ กสทช. ทันที
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้า การนำรายชื่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ขึ้นทูลเกล้าฯ ที่นายกฯจะต้องให้กฤษฎีกาตรวจสอบก่อนว่า ถ้าไม่มีอะไร ก็มีหน้าที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย แต่ถ้ามีคนค้านก็คงต้องปรึกษาทางด้านกฤษฎีกาว่า จะทำอย่างไรให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นเอง เพราะในส่วนของนายกรัฐมนตรี ต้องนำส่งอยู่แล้ว ไม่ต้องคัดค้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ระยะเวลาที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ จะนานหรือไม่ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ก็เร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรียนว่า อย่างไรก็นำเสนอ เพราะมีหน้าที่นำส่งเฉย ๆ ในส่วนการคัดเลือกนั้น ผ่านกระบวนการมาแล้ว วันนี้ยังไม่ได้รับเอกสาร ทันทีที่ได้รับถ้ากฤษฎีกาไม่มีประเด็นอะไร จะนำส่งทันที
แจง ยังไม่ได้ดู โผทหาร
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการดำเนินการกับบัญชีรายชื่อปรับย้ายนายทหารที่ส่งมายังนายกฯว่าได้ดูหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยัง เพราะเพิ่งทราบว่า ทางทีมคณะทำงาน ได้รับรายชื่อมาแล้ว แต่คงต้องให้เสร็จภารกิจ แล้วจะมาดู
ปฏิเสธลั่น เปล่าไปพบ "ทักษิณ"
เมื่อถามว่า ไปบูรไนครั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปที่บูรไนด้วยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้หันมายิ้มก่อนตอบว่า "ไม่ได้ไปค่ะ ขอบคุณมากค่ะ"
สั่งตรวจพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม หวั่น ซ้ำรอยอุตรดิตถ์ จี้สืบหาที่มาต้นซุง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางไปบูรไน ถึงปัญหาดินโคลนถล่ม ที่ จ.อุตรดิตถ์ว่า ได้สั่งการนายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย ลงไปพื้นที่ทันที่ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา และวันนี้ได้สั่งการให้น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีอำนาจเต็มในการสั่งการแทนนายกฯ เพราะเป็นคนในพื้นที่อยู่แล้ว
"เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจากการช่วยเหลือเบื้องต้น พบว่า ยังมีผู้สูญหายอยู่ 4 ราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 30 หลัง ที่เสียหายบางส่วนอีก 30 กว่าหลังรวม 60 กว่าหลัง โดยนายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผวจ.อุตรดิตถ์ ได้ประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องทำการย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ไปอยู่ที่ปลอดภัยหมดแล้ว"
ส่วนการติดตามผู้สูญหาย จะมีเจ้าหน้าที่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) และทหารของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเข้าถึงพื้นที่ โดยวันนี้ เราพยายามทำงานอย่างเต็มที่เจ้าหน้าที่ทุกคนอยู่ในพื้นที่แล้ว ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ไปสำรวจพื้นที่อื่นเพิ่มเติมว่า จะมีบริเวณไหนสุ่มเสี่ยงหรือไม่
ทั้งนี้ หลังจากเดินทางกลับจากบูรไนแล้ว จะลงพื้นที่เข้าดูพี่น้องประชาชนด้วยตัวเอง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้เข้าไปดูแลในเรื่องต่าง ๆ ทั้งไฟฟ้า การสื่อสาร และการจราจรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุที่เกิดเหตุดินโคลนถล่มมาจากอะไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่ไหลมาจากทางเหนือรุนแรงมาก เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้น เป็นลักษณะดินสไลด์ลื่นลงมา และเป็นบริเวณแนวน้ำพอดี
ส่วนจะมาจากการตัดไม้ทำลายป่าหรือไม่ เพราะมีท่อนซุงลอยติดมาด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ถ้าย้อนกลับไป มีปัญหาเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า และส่วนหนึ่งที่เราควรจะปลูกไม้ยืนต้นทดแทนเราก็ไปปลูกไม้ล้มลุก
"ในอนาคตเราต้องมาวางแผนในเรื่องนี้ ไม่มีต้นไม้รองรับทำให้ปริมาณน้ำไหลแรง ประกอบกับฝนตกอย่างต่อเนื่องพื้นที่รับน้ำต่าง ๆ ค่อนข้างจะเต็มไปหมดก็เลยไม่สามารถรองรับได้อีก"
สั่งสืบหาที่มา "ซุง" ลอยน้ำ
เมื่อถามอีกว่า นายกฯจะสั่งให้สืบหาที่มาของต้นซุงที่ลอยมากับน้ำหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนอยู่ ต้องทำทุกส่วน ทั้งกู้เหตุการณ์ฉุกเฉิน การดูแลผู้รอดชีวิตให้ไปอยู่ในที่ปลอดภัย และผู้สูญเสียชีวิตกับที่ยังหาไม่พบก็เร่งทำงานอยู่ อีกส่วนคงจะทำการสืบสวน ซึ่งเธอขอไปทำรายละเอียด และศึกษาข้อมูลก่อนว่าได้ข้อมูลมากน้อยเพียงใด
ต่อข้อถามว่า ระบบการเตือนภัยให้กับประชาชนยังบกพร่องหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องขอกลับไปทำการบ้านดูว่า ในแง่ข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างไรบ้าง รวมถึงระบบการเตือนภัยด้วยเพราะเราเองก็ยังไม่มีระบบเตือนภัยที่แน่นอน
ทั้งนี้ เชื่อว่า ในอนาคตเราคงต้องดูในเรื่องการบริหารจัดการในกระบวนการแก้ปัญหาวิกฤติ วันนี้ต้องบอกว่า มันเป็นปัญหาตั้งแต่เรื่องของระบบการจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ซึ่งจากแผนระยะยาวเราต้องนำมาเป็นแผนที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน และปลูกป่า ระบบเตือนภัยที่แม่นยำวันนี้ยังไม่ถูกบูรณาการจากทุกเทคโนโลยีมารวมกัน
"จริง ๆ แล้ว วันนี้ เรามีระบบเตือนภัยจากหลายที่ จากกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงวิทยาศาตร์ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) คงต้องบูรณาการให้เกิดความแม่นยำด้วย"
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯจะต้องมีการปรับเปลี่ยน "บางระกำโมเดล" หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า บางระกำโมเดลทำขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบให้เห็นภาพชัด แต่ระยะยาวเราต้องทำอยู่ ไม่ได้หมายความว่า ทำแล้วเห็นผลทันที แต่การแก้ปัญหาเบื้องต้นเร่งด่วน เราเริ่มทำในวิธีการว่าถ้าเร่งด่วนแล้วอะไรบ้างที่เราต้องแก้ปัญหาตามลำดับ จะอาศัย "บางระกำโมเดล"เป็นต้นแบบ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้ ที่บางระกำหน่วยทหารพัฒนาเข้าไปทำสะพานเชื่อมจากบ้านที่อยู่ในบริเวณน้ำท่วมออกไปสู่ถนนใหญ่ ขณะนี้บางระกำน้ำลดลงไปบ้างแล้ว แต่สภาพเป็นแอ่งเลยไม่สามารถที่จะทำให้นำแห้งได้คงต้องรอ
“อภิสิทธิ์" จี้ รัฐชัดเจน ชดเชยจำนำ หวั่นน้ำท่วมข้าวนอกสวมโควต้า
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลประกาศใช้มีผลกระทบต่อเกษตรกรชาวนาผู้ประสบปัญหาน้ำท่วม ที่ไม่มีข้าวจะมาจำนำว่า รัฐบาลต้องมีความชัดเจนในเรื่องการจ่ายเงินส่วนต่างในจุดนี้ ซึ่งที่ผ่านมาโครงการการประกันรายได้ เริ่มต้นมาก่อนหน้านี้ และมีการลงทะเบียนทำประชาคม ซึ่งเกษตรกรคาดหวังว่า จะได้ประโยชน์จากโครงการนี้
อย่างไรก็ตาม ข้าวของชาวบ้าน ไม่สามารถที่จะเข้าโครงการจำนำได้ เพราะโครงการจำนำจะเริ่มวันที่ 7 ต.ค.นี้ ขณะที่บางคนก็อาจได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม หรือต้องมีการเก็บเกี่ยวเร็วกว่าที่คิด เพื่อหนีปัญหาน้ำท่วม
"ตรงนี้ เราพยายามถามรัฐบาลหลายครั้งถึงความชัดเจน แต่รัฐบาลก็ไม่ให้คำตอบ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งทำความชัดเจนให้กับพี่น้องเกษตรกรจะได้ทราบ"
ส่วนรายละเอียดโครงการจำนำในวันที่ 7 ต.ค. ก็จะมีการดูกันอีกครั้งหนึ่งว่า มีการเปลี่ยนแปลงและในทางปฏิบัติจะมีการทำให้แตกต่างไปจากเดิมอย่างไร เพราะโครงการจำนำเดิมก็มีปัญหาค่อนข้างมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีข้าวจมน้ำหรือไม่ได้มาตรฐาน การรับจำนำจะให้ราคาอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปกติโครงการจำนำหรือโครงการประกันรายได้ จะมีการพูดถึงข้าวที่มีความจำกัดที่ความชื้นเท่าไหร่ และมีการหักราคาเป็นสัดส่วน แต่ปัญหาตอนนี้อยู่ที่ว่า ไม่มีข้าวไปจำนำได้เลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่าช่วงนี้ข้าวไทยประสบปัญหาเรื่องน้ำท่วม อาจจะมีการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ และอาจจะสวมโควตาให้นักการเมืองกับโรงสี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาล แต่หน่วยงานที่เป็นอิสระทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องป้องกันและปราบปรามการทุจริต ก็ค่อนข้างที่จะเป็นห่วงว่า โครงการจำนำจะเป็นโครงการเปิดช่องให้มีการทุจริตสวมสิทธิ์ได้ง่าย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นของที่มีอยู่จริง เอาของจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาก็เป็นปัญหามาก
"นั่นคือเหตุผลหนึ่ง ที่เราเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบของประกันรายได้ แต่เมื่อรัฐบาลเปลี่ยนกลับมาก็ต้องมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รวมถึงการประกาศว่ารับจำนำไม่จำกัดจำนวน ก็ต้องดูความเป็นไปได้ในความเป็นจริง ทั้งที่เก็บ และเงินที่ต้องใช้อย่างมหาศาล"
ส่วนการจำนำข้าว จะทำให้การส่งออกมีราคาสูงขึ้นหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ใช่ เพราะต้นทุนข้าวไทยก็จะสูงขึ้น การส่งออกก็จะมีปัญหาจากการแข่งขัน และการที่เราเปลี่ยนมาเป็นโครงการประกันรายได้ ก็เพื่อมาสะสางปัญหาจากโครงการจำนำข้าว ซึ่งเป็นการระบายสต๊อกข้าวออกไป แต่ถ้ากลับมาใช้รูปแบบจำนำข้าวสต๊อกก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ ที่หลายประเทศจะหันไปซื้อข้าวจากประเทศเวียดนาม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราก็เป็นห่วงว่า ขีดความสามารถของการแข่งขันจะลดลง รวมทั้งปัญหาคุณภาพของข้าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมในช่วงนี้เป็นเพียงการสร้างภาพ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาลงพื้นที่จริง ๆ แต่ก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่เราพยายามช่วยแก้ปัญหา และเพื่อไปบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
"ถ้าคิดได้แค่นี้ ก็แค่นี้ และที่ผมลงไปก็ไม่เคยไปว่าอะไรรัฐบาลเลย พยายามที่จะช่วยประชาชนแต่เขาคงจะไม่เข้าใจ เขาคิดแต่จะช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่มั้ง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
จวกรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมัน เอกชนได้ผลประโยชน์
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ของบริษัทผู้ผลิต โดยไม่มีการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันว่า กรณีนี้ทำให้เกิดคำถามในหมู่ผู้ใช้น้ำมันว่า แล้วเงินส่วนต่างจากผลกำไรที่เพิ่มราคาน้ำมัน จะเข้าไปอยู่ในกระเป๋าของบริษัทเอกชนหรือไม่
"ขณะนี้ กำลังไล่ตรวจสอบตัวเลข เพราะเราทุกคนที่เติมน้ำมันและได้ติดตามข่าวสาร ก็ยังเห็นชัดว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการปรับราคาน้ำมันขึ้น"
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การปรับราคาขึ้น เป็นการปรับเพื่อให้บริษัทมีกำไรมากขึ้น ไม่ได้เป็นการขึ้นราคาเพราะรัฐบาลเก็บเข้ากองทุนน้ำมัน จึงกลายเป็นว่า ที่ลดเงินเก็บเข้ากองทุน ทำไมรัฐบาลไม่ติดตามดูแลว่าเงินทุกสตางค์ ไปถึงประชาชนหรือไม่ แม้จะลดราคาน้ำมันแต่เอกชนไปขึ้นราคา ประโยชน์ก็ไม่ถึงประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ลดราคาน้ำมันไป 7 บาทถือเป็นการเรียกแขกหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเงินที่เก็บเข้ากองทุนน้ำมัน ซึ่งตอนนั้น เราใช้เพื่ออุดหนุนแก๊สหุงต้ม



