
สจ.วังน้ำเขียวเตือนจนท.รื้อรีสอร์ทชะลอก่อน
สจ.วังน้ำเขียวแกนนำชาวบ้านหวั่นเหตุการณ์บานปลาย เตือน จนท.อุทยานฯที่จะเข้ารื้อถอนบ้านพักควรจะชะลอไว้ก่อน เพื่อรอนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล เป็นห่วงชาวบ้านหมดความอดทนลุกฮือต่อต้าน
10 ก.ย.54 นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา อ.วังน้ำเขียว และแกนนำชาว อ.วังน้ำเขียว คัดค้านการดำเนินคดีของกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรณีชาวบ้านถูกกล่าวหาว่าบุกรุกป่า อ.วังน้ำเขียว กล่าวว่า การที่ นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ระบุว่า จะเข้าทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 3 แห่ง ในเขต อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และอ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่ศาลตัดสินพิพากษาจนสิ้นสุดคดีความนั้น เห็นว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯและกรมป่าไม้ไม่ควรใช้มาตรการแก้ไขปัญหารุนแรงกับชาวบ้าน เพราะเกรงว่า ถ้าชาวบ้านหมดความอดอทนลุกฮือขึ้นมาต่อต้านบ้าง เหตุการณ์อาจจะบานปลายได้ จึงควรจะชะลอการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเอาไว้ก่อน เพื่อรอให้รัฐบาลมีนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน
หากจะรื้อก็ต้องรื้อเหมือนกันทั่วประเทศ ในพื้นที่ที่มีปัญหาลักษณะเดียวกัน ไม่ใช่มารื้อเฉพาะอ.วังน้ำเขียว เท่านั้น
"ชาวบ้านไม่มีเจตนาที่จะบุกรุกเขตป่าหรือเขตอุทยานฯตั้งแต่แรก ที่เข้ามาอยู่อาศัยก็มาตามความเจริญของพื้นที่มีทั้งไฟฟ้าและน้ำประปา ไม่ใช่เป็นเขตป่าไม้แต่อย่างใดและหลังเข้ามาอาศัยแล้วชาวบ้านเป็นคนปลูกป่าเพิ่มไม่ใช่ทำลายป่า" นายชุณห์ กล่าว
นายชุณห์ กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2524 กรมป่าไม้ โดยนายผ่อง เล่งอี้ ผอ.อุทยานแห่งชาติในสมัยนั้นได้ขีดเส้นกันแนวเขตอุทยาน โดยที่ชาวบ้านในพื้นที่ไม่รู้เรื่องไม่มีส่วนร่วมที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆเลย จนทำให้เกิดปัญหาเกิดขึ้นในปัจจุบัน ปัญหา อ.วังน้ำเขียว รัฐบาลจากการนำของพรรคเพื่อไทยควรจะกำหนดนโยบายแนวทางแก้ไขปัญหาให้ชัดเจนโดยอยู่บนหลักการสำคัญที่ว่า คนกับป่าจะต้องอยู่ร่วมกันได้ และจะต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพราะปัจจุบันพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานมีชาวบ้านถึง 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ,อ.วังน้ำเขียว,อ.ปักธงชัย,อ.ครบุรี และอ.เสิงสาง รวม 15 ตำบล 80 หมู่บ้าน อาศัยอยู่ และชาวบ้านทั้ง 15 ตำบลนี้ได้ถูกกรมป่าไม้ขีดเส้นแบ่งแนวเขต จึงกลายเป็นปัญหาในเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดินต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้



