ข่าว

ขออภัยโทษ'แม้ว-กล้าดี...ก็ลองดู

ขออภัยโทษ'แม้ว-กล้าดี...ก็ลองดู

10 ก.ย. 2554

'กล้าดี...ก็ลองดู' โดย 'แก้วสรร อติโพธิ'

          ถาม ทราบมาว่ากำลังมีการพูดคุย เตรียมงานกระบวนการถอดถอน ๓ ป.คือนายกฯปู,รองฯเป็ดเหลิม และรัฐมนตรีประชา จากกรณีฎีกาแดง ที่ขอพระราชทานอภัยโทษให้คุณทักษิณ ใช่หรือไม่

          ตอบ ถ้า ๓ ป. นี้ กล้านำฎีกาแดงขึ้นทูลเกล้า โดยถวายคำแนะนำให้พระราชทานอภัยโทษคุณทักษิณ ก็ต้องเจอคำร้องของประชาชน ที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ เข้าชื่อกันสองหมื่นคนขึ้นไป ขอให้วุฒิสภาถอดถอนจากตำแหน่ง ฐาน “มีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย” อย่างแน่นอน

          ถาม เอาสักสามล้านชื่อเท่าคนเสื้อแดงในฎีกาแดงจะได้ไหม

          ตอบ ได้สองหมื่นก็ยื่นทันที อย่าไปเคลื่อนไหวล่าชื่ออะไรให้มาก ต้องเข้าใจว่า นี่เป็นกระบวนการทางกฎหมายไม่ใช่การเมือง มีไว้เพื่อเป็นทางออกของสังคม จะได้ไม่ต้องใช้การเมืองข้างถนนจนบ้านเมืองระส่ำระสาย 

          ถาม เอาฐานทางกฎหมายอะไรไปกล่าวหาว่า ๓ ป.ใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย ก็รองฯเป็ดเขาประกาศแล้วนี่ครับว่า เรื่องการอภัยโทษนี่ คนหนีคุกก็อภัยได้ ไม่เห็นมีกฎหมายห้ามไว้ที่ตรงไหน  ใครหน้าไหนก็อย่ามาขวางมิให้ฎีกาแดงนี้ไปถึงในหลวงได้ อย่าเป็นอันขาด

          ตอบ ถ้าเป็นแดนเอกชนคือเรื่องส่วนบุคคล เช่นรองฯเป็ดจะทำสัญญาเล่นแชร์เปียหวยกับพรรคพวกก็ย่อมทำได้ กฎหมายก็รับบังคับให้ตามเจตนาทั้งๆที่ในประมวลกฎหมายแพ่งฯ ส่วนที่ว่าด้วยเอกเทศสัญญานั้น ไม่มีบทบัญญัติรองรับสัญญาเล่นแชร์อยู่เลยก็ตาม เหตุทั้งนี้ก็เพราะแดนเอกชนนี้  เป็นเรื่องส่วนตัวเป็นเสรีภาพที่จะทำอะไรก็ได้ถ้ากฎหมายไม่ห้าม แต่ถ้า รองฯเป็ด  ออกจากบ้านมานั่งที่ทำเนียบสวมอำนาจหน้าที่สาธารณะแล้ว ตรงนี้เป็นแดนมหาชน ที่กฎหมายมหาชนวางฐานคิดไว้ไม่เหมือนกฎหมายเอกชน ถ้า รองฯเป็ด แตกฉานกฎหมายจริงดั่งอ้างก็ต้องรู้พื้นฐานนี้ 

          ถาม พื้นฐานอะไร

          ตอบ กฎหมายมหาชนยึดถือนิติรัฐ ไม่ใช่นิติลัด กำหนดให้ชาวบ้านเคารพกฎหมายไม่ใช่เคารพคนที่ใช้กฎหมาย  ถ้ารองฯเป็ดสั่งการใดโดยนอกเหนือกฎหมาย ชาวบ้านก็โต้แย้งปฏิเสธความผูกพันได้เสมอ รองฯเป็ด จะอ้างว่าตัวเองเป็นดาวฤกษ์มีแสงมีอำนาจอยู่ในตัว ถ้ากฎหมายไม่ห้ามไว้ รองฯเป็ดย่อมทำได้ทุกอย่าง อย่างนี้ไม่ได้

          ถาม รองฯเป็ด เขาบอกว่า เรื่องอภัยโทษนี่ เป็นพระราชอำนาจแล้วแต่จะทรงพระกรุณาหรือไม่ ไม่ใช่หรือ

          ตอบ หลัก The King can do no wrong” นี่นำมาใช้นำมาเข้าใจกันลวก ๆ ผิด ๆ อยู่เสมอ  ในหลวงเองท่านก็เคยทรงเปรย ๆ ตำหนิมาครั้งหนึ่งแล้ว รองฯเป็ดควรต้องเข้าใจระบบผู้รับสนองพระบรมราชโองการให้ดีว่า อำนาจอภัยโทษนี้ต้องมีฝ่ายบริหารคือ นายกฯรัฐมนตรี เป็นผู้นำฎีกาและข้อมูลพร้อมความเห็นของรัฐมนตรียุติธรรม ขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงวินิจฉัย เมื่อทรงวินิจฉัยอย่างไร นายกรัฐมนตรีก็จะรับสนองพระบรมราชโองการอีกชั้นหนึ่งซึ่งขั้นตอนในชั้นฝ่ายบริหารนี้มันมีกฎหมาย มีระเบียบ และธรรมเนียมวางเป็นแนวเป็นทางไว้ชัดเจนอยู่แล้ว 

          โดยระบบรับสนองพระบรมราชโองการเช่นที่กล่าวมา  รัฐมนตรี ๓ ป. ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องก่อน จะรับแล้วโยนฎีกาอะไรให้ในหลวงง่ายๆ โดยบอกว่า “เป็นพระราชอำนาจ แล้วแต่จะทรงพระกรุณา" ไม่ได้

          การจัดการกับฎีกาแดงให้ถูกต้องเสียก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าถวายเช่นนี้ จึงเป็นการปฏิบัติราชการชนิดหนึ่งที่ต้องทำ และต้องทำให้ถูกต้องตามครรลองที่มีอยู่แล้ว ซึ่งถ้า ๓ ป.นี้จงใจฝ่าฝืนกฎหมายเมื่อใดก็ถูกถอดถอนได้ 

          ถาม “ การจัดการกับฎีกาให้ถูกต้อง” นี้ หมายถึงการจัดการใดบ้าง

          ตอบ ถ้าดูทั้งกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา,กฎหมายราชทัณฑ์,ระเบียบและแนวปฏิบัติของกรมราชทัณฑ์และเรือนจำแล้ว ฎีกาแดงนี้มีปัญหาดังนี้

          ๑. เจ้าของฎีกาไม่ถูกต้อง

          ๒. ไม่มีกฎเกณฑ์ของราชทัณฑ์รองรับการยกโทษให้คนหนีคดี

          ๓. ขัดต่อหลักการปกครองโดยกฎหมาย

          ถาม คนเสื่อแดงตั้งสามล้านคนเป็นเจ้าของฎีกาไม่ได้หรือ

          ตอบ การขอพระราชทานอภัยโทษ เป็นการสื่อสารตรงระหว่างผู้ต้องโทษหรือคนในครอบครัวกับพระมหากรุณาธิคุณ ไม่ใช่เรื่องของคนนอก ซึ่งฎีกาแดงนี้กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบแล้ว พบว่าชื่อ ๓ ล้านชื่อ มีคนจริง ๆ อยู่ ๒ ล้านคน

          เป็น ”ชินวัตร” ๓ คน มีที่นับเป็นคนในครอบครัวได้คนเดียวคือ น้องชายคุณทักษิณ ชื่อ พายัพ ชินวัตร ซึ่งจนป่านนี้ก็ยังไม่มายืนยันฎีกาตามที่ทางกรมเขาเรียกไป เรื่องถึงได้ช้าอยู่อย่างนี้ ถ้าไม่แก้ไขให้ถูกต้องตรงนี้ก็เดินเรื่องต่อไปไม่ได้

          ถาม เห็นมีข่าวว่า คุณพายัพ เขาพร้อมจะมายืนยันแล้วนะครับ

          ตอบ ถ้ามาจริง ๆ ลูกบอลก็จะไหลมาเข้าเท้ากรมราชทัณฑ์ว่า ต้องรวบรวมข้อมูลและทำความเห็นเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นชั้นแรกก่อน ซึ่งตรงนี้ก็จะพบว่า หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติทั้งปวงที่มีอยู่ ล้วนวางไว้สำหรับกรณีผู้ต้องคำพิพากษากำลังถูกบังคับโทษอยู่ทั้งสิ้น แล้วจึงมีข้อมูลในระหว่างถูกบังคับโทษมาอ้างอิงขอพระราชทานอภัยโทษทั้งสิ้น (ยกเว้นกรณีรอการประหารชีวิต ที่ขอพระราชทานอภัยโทษได้โดยพลันใน ๖๐ วัน)

          ถาม แล้ว กรณีฎีกาแดงนี้ กรมราชทัณฑ์ จะทำอย่างไร

          ตอบ ก็ต้องรายงานตามตรงว่า ไม่มีกฎหมายและระเบียบราชทัณฑ์รองรับ ข้างรัฐมนตรียุติธรรมและนายกรัฐมนตรี ก็ต้องสั่งระงับฎีกานั้นไป ทราบว่า ที่ผ่านมา ก็ทำกันเช่นนี้หลายครั้งแล้ว  กรณีฎีกาแดงนี้ถ้าไม่สองมาตรฐานก็ต้องสั่งระงับไปเช่นกัน และด้วยเหตุเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อระงับแล้ว นายกฯก็ควรถวายรายงานให้ทรงทราบด้วยอีกทางหนึ่ง

          ถาม พวกเสื้อแดงจะโวยวายได้ไหมว่า ฝ่ายบริหารไม่มีอำนาจระงับฎีกาของตน

          ตอบ หน้าที่ของฝ่ายบริหารคือต้องตรวจทานฎีกาให้ถูกต้องตรงตามครรลองของกระบวนการยุติธรรมที่วางไว้ชัดเจนแล้ว ซึ่งเมื่อไม่มีกฎเกณฑ์รองรับเลยก็เสนอไปไม่ได้ คุณจะเอาของเถื่อนไปถวายให้ทรงใช้พระราชอำนาจอย่างนั้นหรือ

          ถาม ก็รองฯเป็ด เขายืนยันนอนยันว่าเป็นพระราชอำนาจ  เราจะไประงับฎีกาไม่ได้

          ตอบ นั่นเป็นชั้นทรงพระราชวินิจฉัย ที่แล้วแต่จะทรงพระกรุณา แต่ในชั้นบริหารมันต้องกลั่นกรองให้ถูกต้องเสียก่อน เพราะคุณคือผู้รับผิดชอบในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แล้วที่พร่ำก๊าบๆ อ้างว่ากฎหมายไม่ห้ามๆๆ..อยู่นั่นน่ะ รองฯเป็ด ไม่เห็นหรือว่า คำขอตามฎีกานี้มันขัดต่อหลักการปกครองโดยกฎหมายของระบบนิติรัฐอย่างชัดเจนมาก... มันยิ่งกว่า “ไม่ห้าม” เสียอีกนะคุณ

          ถาม ขัดอย่างไร

          ตอบ การอภัยโทษ เป็นเรื่องต้องโทษแล้วสำนึกผิดกลับตัวกลับใจ มีพัฒนาการที่ดีในคุกหรือมีเหตุเฉพาะตัวอื่น ๆ เช่นเจ็บป่วยใกล้ตาย ทั้งหมดนี้เป็นเหตุเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นหลังพิพากษา จึงขออภัยโทษเป็นการเฉพาะรายได้

          แต่การต้องโทษแล้วหนีคดีนั้น พฤติการณ์ในคดีศาลตัดสินไปแล้วว่าผิด  เหตุลดหย่อนเฉพาะตัวถ้ามี ศาลก็ดูไปแล้วว่ามีหรือไม่ ขั้นต่อไปก็ต้องเข้าคุกก่อน ถ้าเรายอมให้พ้นโทษได้โดยไม่ต้องโทษใดเลย อย่างนี้ไม่ใช่การอภัยโทษแล้วล่ะครับ มันเท่ากับเรายอมให้ ๓ ป.ใช้อำนาจบริหารมาทำลายผลคำพิพากษาอันเป็นที่สุดเลยนั่นเอง

          ถาม แล้วมันเสียหายอย่างไร

          ตอบ มันไม่เสมอภาคชัด ๆ คนอื่นศาลพิพากษาว่าทำผิดก็ติดคุก แต่คนนี้ไม่ต้องไม่ต้องก็เพราะอำนาจตุลาการหมดความเด็ดขาด ตัดสินเด็ดขาดแล้วก็ไม่ยุติ ดันมีอำนาจบริหารโผล่มาทำลายผลคำพิพากษาได้เสียอีก 

          หลักความเสมอภาคภายใต้กฎหมายและหลักแบ่งแยกอำนาจนี้ รัฐธรรมนูญไทยอาราธนามาเป็นเสาเอกของระบบนิติรัฐไทยเนิ่นนานแล้ว มีบทบัญญัติปรากฏให้เห็นอยู่หลายมาตรา ถ้า ๓ ป. ขืนเดินหน้าถวายฎีกาพร้อมความเห็นให้คุณทักษิณพ้นคำพิพากษาเมื่อใด ก็โดนข้อหาจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแน่นอน

          ถาม เขาทำหน้าตายส่งฎีกาไปโดยไม่ถวายความเห็นประกอบได้ไหม

          ตอบ ก็เพิ่มอีกข้อหาหนึ่ง คือจงใจละเว้นไม่ทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด โยนความรับผิดชอบให้พระเจ้าแผ่นดินโดยมิบังควร

          กล้าดี...ก็ลองดู

........................