ข่าว

รวบลูกพ.อ.ควงปืนยิงสาวญวน

รวบลูกพ.อ.ควงปืนยิงสาวญวน

10 ก.ย. 2554

รวบลูกชายนายทหารกระทรวงกลาโหม ยิงสาวเวียดนามชิงทรัพย์ ย่านจรัญฯริมรั้วบ้าน'บรรหาร ศิลปอาชา'

         10 ก.ย.54 พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนต์ ผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.ท.อำนวย สว่างแก้ว สว.กก.สส.น.7และ พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ พฤกษ์สุวัฒน์ สว.สส.สน.บางพลัด นำกำลังจับกุม นายนคเรศ หรือหม่อม ขีโรท อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37ซอยเสนานิคม 1 แยก 23 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. และ นายมงคล หรือกลาง ยิ้มฉลวย อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 339/8 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ผู้ต้องหาคดีร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปให้พ้นการจับกุมเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสฯ โดยจับกุมตัวได้ภายในซอยโชคชัย 4 พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟไอ สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน ฬพง 947 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้ก่อเหตุ จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

         พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 7

ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ใช้รถจักรยานยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิง ก่อเหตุยิง น.ส.อูเวี๋ยน ที หง อายุ 27 ปี ชาวเวียดนาม พนักงานเสริฟ์ร้านอาหาร เข้าที่สะบักหลังด้านขวากระสุนตุงหน้าอกได้รับบาดเจ็บก่อนชิงเอากระเป๋าสะพายภายในมีธนบัตรไทย 500 บาท เงินสกุลเวียดนาม 8,000ดอง และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จากนั้นหลบหนีไป เหตุเกิดใกล้ซอยจรัญสนิทวงศ์ 55 แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. ติดริมรั้วบ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี

         ผกก.สส.บก.น.7 กล่าวต่อว่า ต่อมาชุดจับกุมแกะรอยจากกล้องวงจรปิดพบภาพรถต้องสงสัยและทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เป็นผู้ร่วมกันก่อเหตุ จึงนำกำลังไปติดตามจับกุมตัวมาสอบสวนและดำเนินคดี  สอบสวน นายนคเรศ ผู้ต้องหาที่1 รับสารภาพว่าเป็นบุตรชายของ พ.อ.นเรศ ขีโรท นายทหารสังกัดกระทรวงกลาโหม และเป็นคนที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายจริง โดยวันเกิดเหตุได้ไปเที่ยวในสถานบันเทิงริมถนนจรัญสนิทวงศ์ แล้วเกิดมีเรื่องกับคู่อริจึงหลบออกจากร้านเดินทางไปยืมรถ จยย.และอาวุธปืนขนาด .38 ของเพื่อน จะมายิงแก้แค้นกับคู่อริโดยชวน นายมงคล เป็นผู้ขับขี่รถ จยย.มาให้โดยตนเป็นคนซ้อนท้าย แต่เมื่อมาถึงร้านพบว่ากลุ่มคู่อริเดินทางกลับไปแล้ว จนให้นายมงคล ขับรถพากลับบ้าน ระหว่างทางบังเอิญไปพบ น.ส.อูเวี๋ยน ที หง ผู้เสียหายเดินอยู่บนบาทวิถีคนเดียวเลยตะโกนแซวไปว่า “น้องๆ รู้จักทางไปลาดพร้าวหรือเปล่า?” แต่ผู้เสียหายกลับตะโกนด่าตอบมาว่า “ไปถามพ่อมึงซิ” ตนเกิดบันดาลโทสะรีบสั่งให้นายมงคล จอดรถแล้วกระโดดลงเดินปรี่เข้าไปหาเหยื่อในทันที

         “ตอนนั้นผมกำลังมึนเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ไม่รู้จริงๆ ว่ากำลังก่อเรื่องอยู่ริมรั้วบ้านอดีตนายกรัฐมนตรี เลยตัดสินใจกระชากกระเป๋าสะพายของ น.ส.อูเวี๋ยน ที หง แต่ถูกขัดขืนยื้อแย่งกลับ จึงโมโหหนักถึงขั้นชักปืนยิงสวนไป 1 นัด แล้วรีบหยิบกระเป๋ากระโดดขึ้นซ้อนท้ายรถของนายมงคล พากันเร่งเครื่องหลบหนีออกมาทันที โดยเงินบาทไทยของกลางที่ได้ก็นำมาแบ่งกับนายมงคลเอาไปใช้จ่ายส่วนโทรศัพท์มือถือก็เก็บเอาไว้ใช้ ก่อนนำรถ จยย.และอาวุธปืนไปคืนเพื่อนและแยกย้ายกันก่อนที่จะถูกจับได้ในที่สุด" นายนคเรศกล่าว

         ด้าน พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ยอมรับสารภาพส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุทราบว่าเจ้าของชื่อนายกอล์ฟ ถูกจับกุมตัวได้ในคดียาเสพติดพร้อมอาวุธปืนในท้องที่ สน.โคกคราม ไปแล้วก่อนหน้านี้ จึงนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุก่อนควบคุมตัวให้ พ.ต.ท.สุรจิตร สุยะวา พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.บางพลัด เจ้าของคดี นำส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน เป็นผลัดแรกต่อไป