
'โลกใต้น้ำ'สร้างเพื่อนเสริมสมาธิ'เอมี่'
ขอเวลานอก : 'โลกใต้น้ำ' สร้างเพื่อน เสริมสมาธิให้ 'เอมี่' โสมรัศม์ : เรื่อง วันวิสา โรจน์แสงรัตน์ , ภาพ diveinfo
หลายคนที่มีโอกาสดำดิ่งลงไปสัมผัสกับโลกใต้ทะเล ได้พบปะกับสัตว์ทะเลและพืชทะเลหลากสายพันธุ์ สีสันสวยงามตระการตา ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นอีกโลกหนึ่งที่สวยงามและสงบนิ่งมากๆ นี่เองคือที่มาของกิจกรรมยามว่างของ "เอมี่" โสมรัศม์ รัตนวานิช สาวหน้าใสวัย 20 ปลายๆ ลูกสาวคนเล็กของ "เสธ.อู้" พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และ คุณแม่มยุรพันธ์ อยากลองดำดิ่งลงไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาตัวเองสักครั้ง และเมื่อโอกาสมาถึงสาวเอมี่จึงรีบตัดสินใจทำความฝันของตัวเองให้กลายเป็นความจริงทันที
การดำน้ำของสาวน้อยคนนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อราว 2 ปีก่อน โดยการชักชวนจากเพื่อนๆ ร่วมห้องเมื่อครั้งเรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสาธิตประสานมิตร ซึ่งรวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อชมความงามของโลกใต้ทะเลอยู่ก่อนแล้ว จึงชักชวนให้สาวนักกฎหมายคนเก่งดีกรีปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น สหรัฐอเมริกา ร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์นี้ด้วยกัน และจากคำบอกเล่าเรื่องราวใต้น้ำที่ได้ยินได้ฟังมาหนาหูนี่เอง สาวเอมี่จึงไม่รีรอที่จะพาตัวเองเข้าสู่โลกของการดำน้ำอย่างจริงจัง จนทุกวันนี้การดำน้ำกลายเป็นกิจกรรมสุดโปรดที่เธอมักหาเวลาว่างไปร่วมก๊วนกับเพื่อนๆ คอเดียวกันเสมอ
"พอเพื่อนๆ ชวนเอมี่ก็ตอบตกลงใจทันที ด้วยการเริ่มต้นไปเรียนดำน้ำก่อน คอร์สแรกที่ลงเรียนเป็นการดำความลึกไม่เกิน 15 เมตร ใช้เวลาเรียนอยู่ 4 วันเต็ม โดย 2 วันแรกเป็นการเรียนในสระน้ำก่อน ส่วนอีก 2 วันจะได้ทดลองดำในทะเลจริงซึ่งตอนนั้นเป็นที่พัทยา ครั้งแรกที่ดำลงไปเอมี่ก็รู้สึกทันทีว่าสนุก ตื่นเต้น และถูกใจมากๆ หลังจากได้ใบอนุญาตก็นัดแนะกับเพื่อนๆ ไปดำอีกหลายที่ พร้อมทั้งลงเรียนคอร์สต่อๆ ไปเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้จบคอร์สที่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย" ที่ปรึกษาด้านกฎหมายสาว บริษัท ลิ้งค์เลเทอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เล่าถึงที่มาของกิจกรรมสุดโปรด
และเมื่อการดำน้ำกลายเป็นกิจกรรมที่สาวเอมี่โปรดปราน เธอจึงมักหาเวลาไปเยี่ยมชมความสวยงามของโลกใต้ทะเลอยู่เป็นระยะ โดยเริ่มจากเกาะสวยๆ ในประเทศไทยอย่าง เกาะล้าน เกาะเต่า เกาะพีพี เกาะสิมิรัน จากนั้นก็ค่อยๆ ก้าวไปสู่ท้องทะเลสวยๆ ในต่างแดนที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ทะเล พืชทะเลและแนวประการัง อย่างที่ฟิลลิปปีนส์ บาหลี และมัลดีฟส์ ทั้งเธอยังใฝ่ฝันที่จะไปชมความงามของโลกใต้ทะเลที่หมู่เกาะปาเลา และหมู่เกาะกาลาปากอส เพราะได้ยินว่าที่นั่นยังคงความอุดมสมบูรณ์มากๆ
"ในประเทศไทยชอบไปที่เกาะเต่ากับสิมิรันค่ะ โดยเฉพาะที่สิมิรันตรงจุดที่เป็นกองหินใต้น้ำเรียกว่าริเชอรัล น้ำใสทะเลสวย ปะการังก็สวย ดำลงไปเห็นฝูงปลาเยอะมาก มันเหมือนเราอยู่อีกโลกหนึ่งจริงๆ แต่กฎข้อหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือเราต้องดูแต่ตาเท่านั้น ไม่ควรแตะต้องทุกอย่างเพราะอาจทำให้เสียหายได้ ซึ่งกฎข้อนี้นักดำน้ำทุกคนรู้ดี อย่างล่าสุดเอมี่ไปดำที่มัลดีฟส์มาค่ะ ครั้งนั้นประทับใจสุดๆ เพราะนอกจากทะเลที่นี่จะสวยมากๆ แล้ว ยังเป็นครั้งแรกที่ได้เจอเจ้าฉลามวาฬตัวโต ซึ่งเป็นความปรารถนาของนักดำน้ำส่วนใหญที่อยากจะเห็น ตอนที่มันว่ายเข้ามาใกล้ๆ รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ค่ะ แต่ก็ไม่กลัวนะเพราะเคยศึกษามาแล้วว่าเป็นสัตว์ที่ไม่ดุร้าย" นักดำน้ำสาวเล่าอย่าออกรส
สำหรับสาวเอมี่แล้ว การดำน้ำไม่เพียงแต่จะด้วยจุดประสงค์ที่จะได้ชมความสวยงามของโลกใต้น้ำเพียงอย่างเดียว เพราะกลุ่มของเธอยังนัดรวมตัวกันราวเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อใช้กิจกรรมสุดโปรดนี้คืนกำไรให้สังคมด้วยการเก็บขยะและสิ่งแปลกปลอมที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดมลพิษต่อท้องทะเล
"คนที่รักทะเลทุกคนเอมี่เชื่อว่าไม่มีใครตั้งใจทิ้งขยะลงในทะเลแน่นอน แต่ก็มีบ้างที่อาจพลัดลงไปโดยที่ไม่ตั้งใจ ทำให้บางจุดกลายเป็นที่รวมตัวของขยะ อย่างตรงท่าเรือที่จะข้ามไปเกาะล้าน น้ำจะพัดขยะมารวมตรงนั้นเยอะเลย เวลาวันหยุดเอมี่กับเพื่อนๆ จะนัดไปเก็บขยะกัน ก็ประมาณเดือนละครั้งหรือไม่ก็ 2 เดือนครั้งค่ะ และทุกที่ ทุกครั้งที่เราไปดำน้ำ เมื่อพบเจอขยะเราก็จะเก็บติดมือขึ้นมาทิ้งบนฝั่ง เพราะถ้าเราไม่เก็บขึ้นมามันก็จะลอยอยู่อย่างนั้นไม่ย่อยสลาย ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลและพืชทะเลได้" สาวนักอนุรักษ์เผยแนวคิดของตนและเพื่อนๆ
สาวนักกฎหมายคนนี้บอกทิ้งท้ายการสนทนาอีกว่า เวลาดำดิ่งลงไปอยู่ใต้น้ำ นักดำน้ำทุกคนจะต้องมีสมาธิและมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำอย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งนี้สามารถนำมาปรับใช้ในเรื่องของการทำงานได้เป็นอย่างดี ทำให้เรามีสมาธิในการอ่าน การเขียน มากขึ้น และที่สำคัญที่สุดสาวเอมี่บอกว่า การดำน้ำทำให้เราได้เพื่อนจากหลากหลายอาชีพ ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ๆ ในหลายด้านที่ตนอาจไม่เคยรู้มาก่อนอีกด้วย



