
'ปชป.'ซัดยธ.ตั้งกก.ดูกม.ฏีกาเอื้อ'แม้ว'
'ปชป.'ข้องใจ 'ก.ยธ.' ตั้ง 'คกก.ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถวายฏีกา' เอื้อทักษิณ แขวะ 'รมว.กต.' ไม่ต้องทำเป็นพูดให้เกียรติ 'มาร์ค' ถือ 'พาสปอร์ตแดง' เพราะไม่ใช่คน 'หนีคดีความ'
10 ก.ย.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงยุติธรรม ออกมาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถวายฏีกา ซึ่งดูเหมือนว่า เป็นการกระทำเพื่อคน ๆ เดียวคือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า อยากถามกลับไปว่าในอดีตกระทรวงยุติธรรม เท่าที่ทราบไม่เคยมีการตั้งคณะกรรมการใหญ่โตอะไรขนาดนี้ ในการที่จะต้องมาดูเรื่องการฎีกาให้กับคน ๆ เดียว ต้องไปดูด้วยว่า ใน 3 ล้านรายชื่อที่พรรคเพื่อไทยกล่าวว่าได้มานั้น เมื่อการพิสูจน์ แล้วพบว่า มีจำนวนที่ผิด เพราะฉะนั้นกระบวนการตรงนี้ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่
การมาใช้จำนวนคนเพื่อมากดดันกระบวนการดำเนินการคงไม่ถูกต้อง ความจริงถ้าญาติของพ.ต.ท.ทักษิณ 3 - 4คน มาช่วยกันลงชื่อตรงนี้ก็ทำได้แล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะใช้รายชื่อคน 3 - 4ล้านคนมากดดัน และจากการตรวจสอบแล้วก็พบว่าไม่ถูกต้องมากมาย และจริงๆ แล้วตนกำลังคิดว่าในอดีตมีคนเคยพูดว่า หากรายชื่อเหล่านี้ผิด จะมีคนมารับผิดชอบ คงต้องกลับไปดูว่าใครเป็นคนพูดคำนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีเองก็มีความเป็นญาติ ควรที่จะแสดงความจริงใจว่าในเมื่อเห็นว่า น่าจะเข้าช่องทางในการถวายฎีกาได้ นายกฯควรจะเป็นแกนนำลงชื่อเองเพื่อให้เรื่องทุกอย่างยุติและการเมืองในประเทศสงบลงหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ในฐานะญาติ นายกรัฐมนตรีมีสิทธิ์ แต่ก่อนจะทำอะไรก็ควรไปดูข้อกฏหมายก่อน กระบวนการที่บอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ถวายฎีกาไม่ได้ คือ มาตรา 259 และมาตรา 260 ที่ระบุชัดว่า เป็นผู้ที่รับผิด ในคดีถึงที่สุดและต้องอยู่ในเรือนจำ
ทั้งนี้ การอ่านตามตัวหนังสือและการตีความการบังคับใช้กฏหมายควรเป็นอย่างไร และแนวทางปฏิบัติในอดีตเป็นอย่างไรนั้น พ.ต.ท.ทักษิณก็ทราบ หรือ ร.ต.อ.ปุระชัย ก็เคยมีหนังสือไปถึง ว่าคนที่หนีคดีหรือคนที่ไม่รับผิดไม่ได้เข้าข่ายในการเข้ารับการถวายฎีกา และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและรมว.ยุติธรรมในการที่จะเสนอได้อยู่แล้ว ต้องดูตรงนี้ประกอบด้วย ไม่ใช่ว่าทำไปดึงดันเพื่อสร้างความขัดแย้งขึ้นในสังคม
เมื่อถามว่า คดีเรื่องที่ดินรัชดาจะเกี่ยวพันกับเรื่องการอภัยโทษ คือทุกฝ่ายทราบแล้วว่าคดีดังกล่าวทางศาลแพ่งตัดสินแล้วว่าสัญญาผิดให้เป็นโฆฆะ มีความพยายามบิดเบือน นายชวนนท์ กล่าวว่า คนที่เกี่ยวข้องควรพูดให้ชัดเจน เพราะจริง ๆ แล้วหากศาลแพ่งตัดสินว่าผิด แสดงว่าเกิดคดีอาญาตรงนั้นขึ้น สัญญาตรงนี้ถึงเป็นโฆฆะ เป็นการตอกย้ำว่าพ.ต.ท.ทักษิณทำผิดจริง ประเด็นสำคัญที่สุด คือวันนี้เขาไม่ได้ต้องการวัตถุประสงค์จริง ว่าจะเกิดเหตุกับพ.ต.ท.ทักษิณ หรือแก้ไขปัญหาพ.ต.ท.ทักษิณได้ แต่เขาต้องการ สร้างสถานการณ์ สร้างข้อมูลให้กับคนสนับสนุนว่า มีฝ่ายต่อต้าน ไม่เห็นด้วยมีฝ่ายขัดขวางกระบวนการช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ พยายามจะใช้มวลชนไปกดดันองค์กรต่างๆ อันนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัว และเป้าหมายเขาอาจจะสูงกว่าการช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณด้วย
ปชป.แขวะสุรพงษ์ไม่ต้องพูดให้เกียรติมาร์คถือพาสปอร์ตแดง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง การคืนหนังสือเดินทางการทูตหรือพาสปอร์ตแดง ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวกระทบกระเทียบว่า จะให้เกียรติ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการถือพาสปอร์แดง ว่า นายสุพงษ์ ไม่ต้องมาพูดอย่างนี้ เพราะการถือพาสปอร์แดงของ นายอภิสิทธิ์ เป็นสิทธิ์และมีกฎระเบียบที่ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้น รมว.ต่างประเทศ ไม่ต้องมาให้เกียรติ นายอภิสิทธิ์ ในการถือพาสปอร์ตแดง
“ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โดนถอนพาสปอร์ตแดง ไม่ใช่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไปถอนแต่พวกเราให้เกียรติท่านในการถือพาสปอร์แดงมาตั้งนาน ก่อนที่จะเกิดเหตุคดีความ ดังนั้นในส่วนของนายอภิสิทธิ์ ไม่ได้มีคดีความ ไม่ได้ตกเป็นจำเลยของสังคม และไม่ได้หนีคดีเพราะฉะนั้น คุณอภิสิทธิ์ มีสิทธิที่จะถือพาสปอร์ตแดง จนกว่าหนังสือดังกล่าวจะหมดอายุ และคุณสุรพงษ์ ไม่ต้องมาพูดในลักษณะให้เกียรติ และไม่ได้จงใจไปกลั่นแกล้ง ไม่จำเป็นเพราะพวกเราเดินทางด้วยหนังสือพาสปอร์ต เล่มสีน้ำตาลเท่าเทียมกับประชาชนได้ทุกคนอยู่แล้ว” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว



