
ฝนถล่มนราฯบ้านพังกว่า30หลัง
ฝนกระหน่ำ-ลมพัดแรง บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ถูกต้นไม้ใหญ่โค่นล้มทับบ้านเสียหายกว่า 30 หลังคาเรือน ฝนถล่มน้ำท่วมพื้นที่ชั้นใน-ชั้นนอก จ.ปทุมธานี
10 ก.ย.54 คืนของวันที่ 9 ก.ย ที่ผ่านมา จ.นราธิวาส ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักและลมกรรโชกแรง ส่งผลทำให้บ้านเรือนของราษฎรในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านบอเกาะหมู่ 3 บ้านบาโงมาแย และหมู่ 6 บ้านกะลูบี ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้รับความเสียหายกว่า 30 หลังคาเรือน โดยกระเบื้องมุงหลังคาได้รับความเสียหายถูกพายุพัดปลิวว่อน ต้นไม้ใหญ่ได้หักโค่นล้มทับบ้านเรือนของราษฎร โดยเฉพาะบ้านของนางมูรีกะห์ มะแซ อายุ 38 ปี เลขที่ 153 ม.6 บ้านกะลูบี ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส นางมูรีกะห์ ได้รับบาดเจ็บ
ขณะเดียวกัน ต้นไม้ใหญ่ได้โค่นทับเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายหลายจุด จนชาวบ้านไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้กระแสไฟฟ้าตลอดทั้งคืน เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปซ่อมแซมระบบเสาส่งไฟฟ้าเพื่อให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้า
ฝนถล่มน้ำท่วมพื้นที่ชั้นใน/ชั้นนอก
นายสุพจน์ ลำพัชวา นายกองค์บริหารส่วนตำบลท้ายเกาะ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ภาวะฝนตกหนักที่เกิดขึ้นตลอดวันที่ 9 ทำให้พื้นที่ตำบลท้ายเกาะนอกแนวคันกั้นน้ำได้ถูกน้ำท่วมทุกหลังคาเรือนและในวันที่ 10 ก.ย.54 น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงมากที่สุดทำให้ถนนเข้าหมู่บ้านถูกน้ำท่วมหมดแล้วในตำบล รวมทั้งโรงเรียนท้ายเกาะวัดในพื้นที่ถูกน้ำท่วมหมด
นอกจากนี้ พื้นที่ชั้นในฝนได้ตกมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา น้ำท่วมขังและไม่สามารถสูบน้ำออกได้ทัน ทำให้น้ำท่วมนาข้าวที่จะเก็บเกี่ยวได้ต้นเดือนหน้า ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ขณะเดียวกันได้แจ้งเตือนให้ประชาชนเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง และได้ส่งเจ้าหน้าที่ อบต.ออกช่วยเหลือประชาชน ที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วม และแจกเรือให้ยืมจำนวน 15 ลำ เพื่อใช้ในการสัญจร
ระนอง ฝนตกหนัก สั่งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงดินเลื่อนไหล
นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า ทางจังหวัดระนองได้รับการแจ้งรายงานสภาวะอากาศจากสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.ระนองว่า ในช่วงวันที่ 10-12 ก.ย.54 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ ภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย มีกำลังแรง
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ รวมถึง จ.ระนอง พบว่า ได้เกิดฝนตกหนักมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ยังเสี่ยงที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่มในหลายพื้นที่ได้นั้น ล่าสุดทางจังหวัดได้มีคำสั่งให้ทกหน่วยงานเฝ้าระวัง 84 หมู่บ้านในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.เมือง,ละอุ่น,กะเปอร์และสุขสำราญ ซึ่งตั้งอยู่ที่ลาดเชิงเขา เป็นพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มได้
ทางจังหวัดจึงยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเตรียมความพร้อมบุคคลากร เครื่องจักร อุปกรณ์ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม อันอาจจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย
กปน.ตรวจปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพลรับมืออุทกภัย
นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) และคณะผู้บริหาร พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง ได้เดินทางไปยังเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ โดยร่วมหารือกับ นายบุญอินทร์ ชื่นเชาวลิต ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล กล่าวว่า ขณะนี้ เขื่อนภูมิพลมีการระบายน้ำ ท้ายเขื่อนลดลง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคนปลายน้ำ ซึ่งจากสถิติพบว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนของ เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำสะสมสูงสุด นับตั้งแต่สร้างเขื่อนมา และจะสามารถรองรับน้ำได้ราว 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ยังมีมวลน้ำก้อนใหญ่ ที่กังวลว่าจะส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น คือ ปริมาณน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นจุดกำลังที่เฝ้าระวังและจับตามอง
นายเจริญ กล่าวต่อว่า ในช่วงนี้ระดับน้ำค่อนข้างทรงตัว คาดว่าหากสถานการณ์น้ำยังเป็นเช่นนี้ กปน. ยังสามารถรับมือได้ โดยได้มีการประชุมศูนย์สถานการณ์น้ำฉุกเฉิน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และได้ดำเนินการตามแผนที่ตั้งไว้ หากระดับน้ำมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น จะเสริมกระสอบทรายสูงขึ้นอีก 30 เซนติเมตร เพื่อความปลอดภัย และขณะนี้ กปน. ได้ส่งอุปกรณ์และเครื่องจักร รวมถึงน้ำดื่มและยารักษาโรคไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า น้ำดื่มที่ กปน. ผลิตนั้น ผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก (WHO) แน่นอน



