ข่าว

ยุคความผันผวนของการเงิน

ยุคความผันผวนของการเงิน

11 ก.ย. 2554

วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : ไม่หวั่นแม้วันมามาก! เมื่อโลกพัดพาเราไปสู่ความรุนแรง ทั้งในโลกของความเป็นจริง โลกของอารมณ์รวมถึงโลกของการลงทุน โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล

          เดี๋ยวนี้หันไปทางไหน ก็มักจะได้ยินใครๆ พูดคำว่า “เยอะ” (แบบลากๆ เสียง) กันบ่อยๆ จนกลายเป็นคำฮิตติดปาก ไม่เว้นแม้แต่อะไรนิดๆ หน่อยๆ ที่ก็กลายเป็น “เยอะ” ไปเสียหมด ตกลงเลยไม่รู้ว่า ไอ้ที่ว่า “เยอะ” นั้น สุดท้ายแล้วหมายถึง “มากมาย” จริงหรือไม่

         วันก่อนมีผู้ฟังรายการ “เงินทองต้องรู้” ถามในรายการว่า ที่เราเห็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งวาตภัยหรืออุทุกภัยนั้น เป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นมากมายจริงๆ หรือเป็นเพราะความรวดเร็วของโลกแห่งข่าวสารที่ทำให้คนรับรู้เรื่องราวต่างๆ ได้อย่างฉับพลันทันที เลยทำให้รู้สึกถึงผลกระทบที่รุนแรงขึ้น

         คุณวีระ ธีรภัทร ตอบคำถามนี้ว่า มาจากทั้ง 2 ส่วน ทั้งความรุนแรงทางธรรมชาติที่มากขึ้นจริง และจากอิทธิพลของข่าวสารที่แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว

         จริงๆ แล้ว หากมองย้อนกลับไป จะเห็นว่า โลกพัดพาเราไปสู่ความรุนแรง ทั้งในโลกของความเป็นจริง โลกของอารมณ์ที่นับวันผู้คนจะแสดงออกถึงความรู้สึกที่รุนแรงขึ้น รวมถึงโลกของการลงทุนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ “ผันผวน” ไม่แพ้กัน

         แต่ทุกความรุนแรง และทุกความผันผวน มีหนทางผ่อนหนักให้เป็นเบาได้เสมอ ภัยธรรมชาติก็สามารถป้องกันได้ และความรุนแรงของแต่ละเหตุการณ์ น่าจะทำให้มนุษย์ตระหนักไม่มากก็น้อยที่จะพยายามดูแลโลกให้น่าอยู่ขึ้น ขณะที่โลกของอารมณ์ สามารถทำให้ผ่อนคลายลงได้ด้วยการบริหารจิตใจ ส่วนโลกของการลงทุน ก็มีเครื่องไม้เครื่องมือในการบริหารเพื่อที่จะจัดการให้ความผันผวนลดน้อยลง        

         มีความเห็นที่น่าสนใจจากผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 2 แห่งที่อยากนำมาแบ่งปันให้กับคุณผู้อ่านที่สนใจเรื่องของการลงทุนภายใต้ความผันผวน ที่นับวันจะมากขึ้น หนึ่ง เป็นการลดความผันผวนและหาทางสร้างผลตอบแทนจากตลาดหุ้น และสอง เป็นการจับจังหวะและหาผลตอบแทนจากการลงทุนในทองคำ

         ท่านแรก คือ คุณต่อ อินทวิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจกองทุนและที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด

         คุณต่อ พูดถึงเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นช่วงนี้ โดยบอกว่า แม้ว่าทิศทางของตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้จะยังคงเป็นไปอย่างผันผวน จากความกังวลในเรื่องวิกฤติการคลังในสหรัฐอเมริกา การปรับลดความน่าเชื่อถือ ที่ทำให้ตลาดมีความกังวลต่อความภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของสหรัฐอเมริกา และวิกฤติหนี้ในยุโรปที่ยังไม่มีข้อสรุปหรือแนวทางในการช่วยเหลือที่ชัดเจน จึงทำให้ความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเริ่มสั่นคลอน แต่ก็ยังเชื่อว่า การลงทุนในตลาดหุ้นของกลุ่มประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นทางเลือกที่ดี

         ปัจจัยสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว มาจากการที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ยังคงมีพื้นฐานแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ผลประกอบการณ์ของบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะในไตรมาส 2 ปี 2554 เติบโตถึง 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ และยังมองว่าแนวโน้มของผลประกอบการในไตรมาส 3 ปีนี้จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคการผลิตภายในประเทศที่กลับมาผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายหลังผลกระทบจากภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่นบรรเทาลง อีกทั้งนโยบายของรัฐบาลที่เอื้อต่อการกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งจะส่งผลบวกกระจายไปในทุกกลุ่มธุรกิจ

         ขณะที่ บางสำนักวิจัยของบริษัทหลักทรัพย์ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์ดัชนีราคาหุ้นไทยว่า จะขึ้นไปสู่ระดับประมาณ 1,320 จุดในอีก 12 เดือนข้างหน้า โดยแนวโน้มหลักยังมีการเติบโตได้ แต่อาจจะมีการปรับตัวจากความผันผวนในตลาดโลกเป็นระยะๆ

         “แต่ก็ต้องยอมรับว่า ทิศทางของตลาดหุ้นยังคงเป็นไปอย่างผันผวน ดัชนีราคาหุ้นมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นลงโดยมีกรอบการเคลื่อนไหวที่มากขึ้น ตามสัญญาณของเศรษฐกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา และยุโรปที่มีความไม่แน่นอน ทำให้จังหวะการเข้าลงทุนในหุ้นมีความสำคัญอย่างมาก”
 คุณต่อแนะนำว่า ท่ามกลางความผันผวนเช่นนี้ การลงทุนแบบผสมผสานน่าจะเหมาะสมที่สุด โดยยกตัวอย่าง “กองทุนเปิดไอเอ็นจีไทยบาลานซ์ฟันด์” ที่เป็นกองทุนผสมที่ลงทุนทั้งในหุ้นและตราสารหนี้ในประเทศ โดยกำหนดให้มีการลงทุนในหุ้นในช่วงระหว่างไม่เกิน 65% แต่ไม่น้อยกว่า 35% ส่วนที่เหลือจะนำไปลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะพยายามปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นในสอดคล้องกับสถานการณ์ กล่าวคือ ในช่วงที่ภาวะหุ้นดีก็จะลงทุนหุ้นในสัดส่วนที่มาก และ หากว่าภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย ก็จะลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นลง ซึ่งจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในทุกสภาวะตลาด โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนในหุ้นในระดับที่สูงตลอดเวลา จึงทำให้กองทุนมีผลการดำเนินที่ดีที่เกิดจากการปรับพอร์ตการลงทุนอย่างสมดุล        

         พูดง่ายๆ ก็คือ เมื่อตลาดหุ้นมีความผันผวนมากขึ้น การลงทุนจึงต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนสินทรัพย์ที่เข้าลงทุนอย่างถูกจังหวะ ซึ่งกรณีของ “กองทุนเปิดไอเอ็นจีไทยบาลานซ์ฟันด์” เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ

         ขณะที่อีกหนึ่งท่าน นั่นคือ คุณดารบุษป์ ปภาพจน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด 2 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย จำกัด (มหาชน) แนะนำเทคนิคการลงทุนในทองคำ ซึ่งราคาปรับตัวสูงอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาและเป็นไปอย่างผันผวนว่า เมื่อสินทรัพย์ที่เข้าไปลงทุนมีความผันผวน การลงทุนจึงต้องเป็น “เรียลไทม์” คือ ต้องทันเหตุการณ์ และต้องจับจังหวะการลงทุนให้แม่นยำมากขึ้น

         “บางทีนักลงทุนอาจจะต้องมาหันศึกษาการลงทุนใน ‘หุ้นทองคำ’ หรืออีทีเอฟทองคำ ซึ่งตอนนี้ที่ซื้อขายเป็นเรียลไทม์ในตลาดหลักทรัพย์เพียงตัวเดียว ก็คือ GLD หรือกองทุนเปิดเคแทม โกลด์ อีทีเอฟ แทร็กเกอร์ เพราะสามารถสั่งซื้อขายสั่งขายได้ในช่วงเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ อย่างที่เราเห็นภาพผู้คนไปต่อแถวรอซื้อทองหน้าร้านทอง ถ้ามีความผันผวนของราคามาก บางทีกว่าจะถึงคิวก็ไม่ทันแล้ว ระหว่างอาจจะสั่งซื้อ GLD ในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงที่ราคาทองลดลง แล้วเมื่อราคาทองเพิ่มขึ้นในเวลาถัดมา ก็สั่งขายเพื่อทำกำไรได้ทันที จะเห็นว่า นอกจากราคาที่เป็นปัจจุบันกว่าแล้ว การซื้อขายยังคล่องตัวกว่ามาก แต่การลงทุนในหุ้นทองอย่าง GLD ก็เหมาะสำหรับคนที่มีความรู้ทั้งเรื่องทองและเรื่องหุ้นมาบ้างแล้ว”

         ด้วยเนื้อที่ที่มีอย่างจำกัด แต่เรื่องนำมาเล่าสู่กันฟังวันนี้เป็นเรื่อง “เยอะๆ” ดังนั้น ใครที่สนใจคงจะต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจาก บลจ.ไอเอ็นจี ที่ www.ingfunds.co.th และ บลจ.กรุงไทย ที่ www.ktam.co.th