
เรื่องมีอยู่แค่นี้
เรื่องมีอยู่แค่นี้ : ทางข่าว โดย ศรายุทธ สายคำมี
คนเรานี่ช่างไม่เหมือนกันเลยจริงๆ ถึงแม้จะเคยร่วมงานกันในพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แต่ในเรื่องหนึ่ง กลับเห็นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย เห็นว่า เมื่อศาลแพ่งสั่งคืนเงินให้แก่ พจมาน ณ ป้อมเพ็ชร อดีตเมียของ ทักษิณ ชินวัตร แล้วก็เท่ากับว่า ทักษิณ ไม่มีความผิด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองจึงควรต้องนำคดีนี้มาพิจารณาใหม่
ขณะที่ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ คนที่เคยร่วมชายคาพรรคไทยรักไทยด้วยกัน กลับเห็นว่า ทักษิณ ควรจะกลับมาสู้คดีให้เห็นดำเห็นแดง
ประโยคทองของ ร.ต.อ.ปุระชัย ก็คือ "การมาขึ้นศาลไม่ใช่เรื่องของการแพ้ชนะ แต่เป็นการแสดงความเป็นสุภาพชน ที่กล้าขึ้นศาล"
เป็นการแสดงความเห็นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ข้อเท็จจริงที่ พ.อ.อภิวันท์ ไม่ได้พูดถึง ซึ่งเพราะว่าไม่รู้ หรือว่า รู้แต่จงใจที่จะไม่พูดถึงว่า เหตุที่ ทักษิณ โดนพิพากษาจำคุก 2 ปี นั้นเพราะไปเซ็นจดหมายน้อยยินยอมให้ พจมาน ที่ตอนนั้นยังเป็นเมียตามกฎหมายอยู่ไปซื้อที่ดินจากกองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งกฎหมาย ป.ป.ช.เขาห้ามเอาไว้
ศาลก็พิพากษาไปตามหลักฐานที่มี ก็คือ จดหมายน้อยที่ว่านั่น แล้วจะมาบอกว่า ทักษิณ ไม่มีความผิดได้อย่างไร
เพราะแม้แต่ทักษิณ เองในตอนนั้นก็คงเข้าใจว่าไม่รอด ก็เลยไม่อยู่รอฟังคำพิพากษา อ้างว่า ไปร่วมงานเปิดโอลิมปิกที่จีน แล้วก็หายจ้อย
คนไทยที่รักและคิดถึงก็เฝ้าชะเง้อตามอง หมวดเจี๊ยบ ถึงกับเขียนหนังสือ ทักษิณ where are you ? สุดท้ายก็ไปได้ยินข่าวว่าไปซื้อสโมสรฟุตบอลที่อังกฤษนั่นแหละ
แล้ว พ.อ.อภิวันท์ จะมาบอกว่า เมื่อศาลสั่งคืนเงิน ก็เท่ากับการซื้อขายเป็นโมฆะ คือไม่มีการซื้อขาย ความผิดจึงไม่เกิด...การคิดและพูดออกมาแบบนี้นับเป็นความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ผู้คนในสังคมไขว้เขว
โดยเฉพาะคนที่มีใจรักทักษิณ แต่เดิมอยู่แล้ว
ทั้งที่ความจริงก็คือ การยกเลิก การคืนเงิน นั้นสืบเนื่องมาจากการซื้อขายที่ผิดกฎหมาย เพราะนายกรัฐมนตรีอนุญาตให้ภรรยาในขณะนั้นไปซื้อที่ดินจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งถือว่าขัดกันแห่งผลประโยชน์ กฎหมาย ป.ป.ช.ได้ห้ามเอาไว้
ถ้าวันนั้นทักษิณ ไม่ได้เป็นนายกฯ ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง ป่านนี้ พจมาน ก็คงได้ที่ดินผืนนั้นไปทำประโยชน์แล้ว
เรื่องมีอยู่แค่นี้ !



