
กก.กลั่นกรองฯ ชี้ช่องช่วย "แม้ว"
ตั้ง กก.กลั่นกรองฯ "ฎีกาแดง" เริ่มขบวนการ "ช่วยแม้ว" เผยหาข้อสรุปทางกฎหมาย พร้อมกรณีตัวอย่างประกอบ ก่อนส่ง รมว.ยุติธรรม
หลังจากเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธ แนวทางของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กำกับดูแล กระทรวงยุติธรรม ที่ต้องการยื่นฎีการ้องเรียนความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ รัฐบาลจะทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษแต่อย่างใด ก็ตาม
ทำให้ คณะทำงานกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีคณะบุคคลทูลเกล้าถวายฎีกา (หรือฎีกาคนเสื้อแดง 3.6 ล้านรายชื่อ และกรมราชทัณฑ์ ตรวจสอบถูกต้อง 2 ล้านรายชื่อ)ที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม มีคำสั่งกระทรวงยุติธรรม แต่งตั้งไป เมื่อวันที่ 7 กันยายน มีความหมายขึ้นมาทัน
ทั้งนี้ ไม่เพียงวิเคราะห์กันว่า หลายชื่อมีความใกล้ชิดกับพ.ต.ท.ทักษิณมาก่อนเท่านั้น หากแต่โดยสาระสำคัญของ การทำงาน ยังถือว่า เป็นไปเพื่อที่จะหาทางออกของปัญหา ความต้องการช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ของ กลุ่มคนเสื้อแดง ที่ลงทุนลงแรงล่าชื่อกันถวายฎีกาอีกด้วย
โดย คณะกรรม ประกอบด้วย 1. ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.ราคำแหง เป็นประธานคณะทำงาน 2. จุมพล ณ สงขลา อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะทำงาน 3. ศ.(พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา คณะทำงาน
4.ธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการคดีพิเศษ คณะทำงาน 5. ผศ.ดร.ศรีสมบัติ โชคประจักษ์ชัด ประธานหลักสูตรสาขาวิชาอาชญาวิทยาการบริการงานยุติธรรมและ สังคม ม.มหิดล คณะทำงาน 6.นัทธี จิตสว่าง ผู้ตรวจราชการ กระทรวงยุติธรรม คณะทำงาน
7.ผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักกฎหมายและคดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะทำงาน 8. อธิบดีกรมราชทัณฑ์ คณะทำงานและเลขานุการ 9.ผู้อำนวยการกองนิติการ กรมราชทัณฑ์ ผู้ช่วยเลขานุการ 10.หัวหน้าฝ่ายอภัยโทษ กรมราชทัณฑ์ ผู้ช่วยเลขานุการ
ยิ่งกว่านั้น คณะทำงานยังทำงานกันอย่างรวดเร็วทันใจ เมื่อมีการประชุมนัดแรกไปเมื่อวันที่ 9 กันยายน โดย "ธงทอง" เผยผลประชุมว่า
คณะทำงานมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการไปรวบรวมข้อมูล 3 ประเด็นคือ 1.ผู้ลงชื่อถวายฎีกามีสิทธิจะยื่นฎีกาตามกฎหมายหรือไม่ และต้องพิจารณาถึงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) ว่า มีข้อกำหนดหรือข้อจำกัดอย่างไรบ้าง 2. วิธีการยื่นฎีกาได้ยื่นถูกต้องหรือไม่ จำเป็นต้องใช้แบบฟอร์มหนังสือราชการหรือไม่ และยื่นกับผู้ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบถูกต้องมากน้อยเพียงใด
และ3. มีข้อกฎหมาย ธรรมเนียมปฏิบัติกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างใดบ้าง รวมทั้งผู้จะได้รับพระราชทานอภัยโทษต้องอยู่ในฐานะต้องรับโทษหรือถูกบังคับคดีหรือไม่ โดยขอให้ฝ่ายเลขานุการเป็นผู้ประเมินผลจากเอกสาร รวมถึงการเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ความเห็น โดยอีก 2 สัปดาห์จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง ส่วนเมื่อได้สรุปผลเรียบร้อย ก็จะส่งต่อให้ รมว.ยุติธรรมเป็นผู้ตัดสินใจต่อไป
"ที่ผ่านมา มีทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้าน ปัญหาดังกล่าวยืดเยื้อมานาน คณะทำงานเป็นเพียงผู้ที่ได้รับมอบให้พิจารณาข้อมูล โดยจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลและตัวอย่างคดี เอกสารที่เกี่ยวข้องเข้ามาประกอบการพิจารณา"
ถือว่า ขานรับ "ฎีกาแดง" และเริ่มนำไปสู่ขบวนการขอพระทานอภัยโทษได้อย่างไรเรียบร้อย!?



