ข่าว

น้ำเชี่ยวเรือล่มเฒ่า85-ทหารหาย

น้ำเชี่ยวเรือล่มเฒ่า85-ทหารหาย

09 ก.ย. 2554

เกิดเหตุเรือล่มในแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดพนัญเชิง น้ำเชี่ยวพัดเรือยนต์จูงเรือบรรทุกหินจม คนขับวัย 85 ปี หาย เรือทหารช่วยน้ำท่วมนครสวรรค์ล่มหาย1 "ปู"สั่งกฤษณาช่วยดินโคลนถล่มที่อุตรดิตถ์-ยอดตาย 3 หาย 9 ราย

           เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 9 ก.ย. เจ้าท่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับแจ้งมีเหตุเรือล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา  จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ พบว่าบริเวณสองฝั่งแม่น้ำใกล้กับป้อมเพชร มีประชาชนจำนวนมากยืนดูเรือบรรทุกหินจำนวน 4 ลำที่ลอยอยู่กลางลำน้ำ โดยมีเรือยนต์อีก 2 ลำช่วยกันดึง และทราบว่ามีอยู่ 1 ลำได้จมลงไปชื่อว่าเรือปฐมรุ่งเรือง คนขับคือนายบุญชื่น บางกำเน็จ อายุ 85 ปี เจ้าของเรือจมหายลงไปพร้อมกับเรือ ส่วนภรรยาที่นั่งมาด้วยชื่อนางทองสุข บางกำเน็จ อายุ 82 ปี นายชนะศึก หลักคำ ผู้เห็นเหตุการณ์ขณะเรือกำลังจมได้ไปช่วยเหลือขึ้นเรือยนต์อีกลำไว้ได้     เจ้าหน้าที่พยายามค้นหานายบุญชื่นแต่ไม่พบเนื่องจากกระแสน้ำแรงมากและไหลเชี่ยว

            จากการสอบสวนนางทองสุข ทราบว่าก่อนที่จะเกิดเหตุนายบุญชื่นได้ขับเรือยนต์ลากจูงเรือบรรทุกหินมาจาก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมุ่งหน้าไปยังพระราม 6 กทม. เมื่อมาถึงบริเวณสามแยกแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งมีน้ำไหล และหมุนวนทำให้เรือต้องใช้กำลังดึงอย่างมาก แล้วท้ายเกิดจมลง ทำให้เรืออับปางดังกล่าว

 

ปลัดสธ.ระทึกเรือล่มเยี่ยมผู้ประสบภัย

 

           นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ขากลับเกิดอุบัติเหตุเรือแจวที่โดยสารไปเกิดล่ม ชุดกู้ภัยรีบนำเรือเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

            นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ออกตรวจเยี่ยมน้ำท่วมที่ อ.บางบาล พร้อมกับ นายวิทยา เนื่องจากได้รับแจ้งว่าในพื้นที่มีผู้ป่วยเรื้อรังติดอยู่ในบ้านจึงนำคณะแพทย์เข้าช่วยเหลือ กลุ่มของตนรวม 3 คน เป็นชุดสุดท้ายของคณะ เดินทางออกมาจากพื้นที่ด้วยเรือแจว พร้อมกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์กระทรวงสาธารณสุข โดยมีอาสาสมัครเป็นผู้พาย จุดเกิดเหตุมีสายไฟขวางกลางน้ำ ตนจึงเอี้ยวหลบ ทำให้เรือเสียหลักและค่อยๆ จม ขณะที่น้ำมีระดับความสูงถึงบริเวณหน้าอก ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุไม่ได้ใส่เสื้อชูชีพจึงต้องว่ายน้ำเกาะสายไฟในบริเวณใกล้เคียง

            

เรือทหารช่วยน้ำท่วมนครสวรรค์ล่มหาย1

 

            เมื่อเวลา 17.00 น. เกิดเหตุเรือขนทรายของทหาร มณฑลทหารบกที่ 31 ค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ เกิดล่มกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงบริเวณชุมชนเกาะญวณ เขตเทศบาลนครสวรรค์ โดย จ.ส.ต.ธิติวุฒิ กุลนาดา ทหารช่าง ร.4 พัน.2 ค่ายจิรประวัติ และคนงานเทศบาลนครนครสวรรค์ ชื่อนายอำนาจ ไม่ทราบนามสกุล สามารถว่ายขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย แต่มีผู้สูญหาย 1 รายคือ จ.ส.อ.วสันต์ ธันนิธิ อายุ 58 ปี สังกัด ร.4 พัน.2 ค่ายจิรประวัติ ส่วนเรือท้องแบนที่ขนทรายมานั้นจมอยู่ใต้น้ำเจ้าพระยา

             จ.ส.ต.ธิติวุฒิ กล่าวว่าได้ขนกระสอบทรายจากท่าเรือโรงบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครนครสวรรค์ มาวางตามแนวตลิ่งเพื่อช่วยประชาชนที่น้ำท่วมบริเวณเกาะญวน โดยต้องขับเรือบรรทุกทรายอ้อมเกาะมาห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ขณะที่ จ.ส.อ.วสันต์ขับเรืออ้อมเกาะอยู่นั้นเรือกำลังจะเข้าเทียบที่คันดิน จู่ๆ เกิดน้ำดูดทำให้เรือเสียหลักหัวเรือปักจมน้ำทันที ตนและนายอำนาจพยายามว่ายน้ำเอาชีวิตรอด เพราะว่าบริเวณดังกล่าวสภาพน้ำวนและไหลแรงมาก ส่วน จ.ส.อ.วสันต์เห็นครั้งสุดท้ายพยายามช่วยเหลือตนเอง แต่ว่าน้ำแรงมากทำให้ จ.ส.อ.วสันต์จมลงไปอีกครั้งต่อหน้าต่อตา ตนพยายามช่วยเหลือค้นหาแต่ไม่พบ คาดว่าน่าจะลอยไปกับน้ำ เพราะว่าสายน้ำไหลแรงมากและมีน้ำวนตลอดเวลา

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.ส.อ.วสันต์ไม่ได้เข้าเวรที่ต้องมาช่วยประชาชนครั้งนี้ แต่ว่าลูกน้องที่จะเดินทางมาทำงานขนทรายครั้งนี้เกิดลา จึงมาแทน และ จ.ส.อ.วสันต์ก็จะเออร์ลี่ในสิ้นเดือนนี้ด้วย

 

 

ที่อุทัยธานีพบศพชาวนาจมน้ำตายแล้ว

 

           เจ้าหน้าที่ตำรวจ  สน. เมือง  จ.อุทัยธานี รับแจ้งว่า มีผู้พบศพนายประทีป แก้วนิ่ม อายุ 48 ปี ชาวบ้านท่ารากหวาย หมู่ที่ 3 ต.เกาะเทโพ อ.เมือง จ.อุทัยธานี จมน้ำเสียชีวิต ในพื้นที่นาของตนเอง  ทั้งนี้ญาติผู้ตายระบุว่า  นายประทีปมีโรคประจำตัว คือโรคตะคริว ก่อนเสียชีวิตได้ออกไปจัดเก็บเครื่องสูบน้ำ ที่นำไปสูบน้ำออกจากนาก่อนหน้านี้กลับเข้าบ้าน คาดว่าผู้ตายอาจจะเป็นลม หรือเป็นตะคริวจนล้มหน้าคว่ำจมน้ำเสียชีวิตก่อนที่จะมีผู้ไปพบดังกล่าว   และเป็นรายแรกของการเสียชีวิตในช่วงน้ำท่วม

 

"ปู"สั่งกฤษณาช่วยดินโคลนถล่มที่อุตรดิตถ์-ยอดตาย9ราย

 

           ส่วนเหตุโคลนถล่มที่จังหวัดอุตรดิตถ์ นางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  ได้สั่งการให้น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.อุตรดิตถ์เป็นการด่วน โดยมอบหมายให้มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน เพื่อให้การช่วยหลือลงไปถึงประชาชนอย่างแท้จริง

 

 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ


 
            ทั้งนี้เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ (ปภ.) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ประสานจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ และอาสาสมัครกู้ภัยอุตรดิตถ์ นำเรืออุปกรณ์ช่วยชีวิต เรือท้องแบน เข้าไปยัง ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ หลังจากได้รับแจ้งว่าเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินจากภูเขาถล่มลงมาทับบ้านเรือนประชาชนกว่า 300 ครอบครัว ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก 
  
            นายสุรชัย กล่าวว่า เมื่อเวลา 02.00 น. น้ำป่าจากภูเขาไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านหมู่ 2 หมู่ 3 และหมู่ 4 อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชาวบ้านกำลังหลับสนิท ไม่มีการเตือนภัยก่อนล่วงหน้า ทำให้บ้านชั้นเดียวในพื้นที่ลุ่ม ถูกกระแสน้ำพัดทรัพย์สิน อุปกรณ์ทางการเกษตร สัตว์เลี้ยง เสียหาย บางส่วนก็ลอยไปกับกระแสน้ำที่มาแรงมาก บ้านเรือนที่อยู่ใกล้ภูเขาถูกดินถล่มลงมาทับเสียหาย อีกทั้งยังทำให้สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านห้วยเดื่อ ที่เชื่อมถนนเข้าทั้ง 3 หมู่บ้านพังเสียหาย ชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กระแสไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ ชาวบ้านถูกน้ำป่าพัดสูญหายหลายราย  

            ในช่วงเย็นมีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย สูญหาย 9 ราย สภาพหมู่บ้านเต็มไปด้วยก้อนหินสีแดงที่น้ำป่าพัดใส่บ้านเรือนประชาชน 

            นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ความคืบหน้าเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มที่ต.น้ำไผ่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ว่า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือนางสิก ยินดีศรี อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่ยังเร่งค้นหาผู้เสียหาย คาดว่าน่าจะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น ส่วนการช่วยเหลือนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการอย่างเร่งด่วนให้ น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับนายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย นายวิบูลย์  สงวนพงศ์  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทหารจากกองพันทหารม้าที่ 7 ช่วยกันค้นหาผู้สูญหาย นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปภ.พิษณุโลก และกำแพงเพชร มูลนิธิ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ทำงานกันอย่างบูรณาการ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้มีการสร้างสะพานแบริ่งในกรณีที่ทางขาด และจะต้องแล้วเสร็จภายใน 2 วัน 

            “ส่วนการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ได้ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุสถานการณ์วิกฤติจำนวน 9 นาย ลงไปในพื้นที่ในทันที เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์จำนวน 3 ลำต่อเครื่อง รถกู้ภัยเล็ก 1 คัน รถบรรทุกติดปั้นจั่น 1 คัน และปภ.ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือตลอดเวลา ฉะนั้นการเยียวยาตอนนี้จะรีบเร่งแก้ปัญหาประชาชนให้ได้ ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นเบื้องต้นหากเป็นหัวหน้าครอบครัวจะให้เงินช่วยเหลือเบื้องต้นก่อน 5 หมื่นบาท” นางฐิติมา กล่าว

 

วัยรุ่นถูกกระแสน้ำกลืนดับ1

 

             ส่วนที่ จ.พิจิตร เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัย เข้าตรวจสอบหลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีกลุ่มวัยรุ่นที่รวมตัวกันเล่นน้ำหน้าวัดยางคอยเกลือ หมู่ 6 ต.ปากทาง อ.เมือง จ.พิจิตร จมน้ำเสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายยนต์ตระการ เอี่ยมรำไพ อายุ 17 ปี อยู่หมู่บ้านมานุวงค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร จากการสอบสวนทราบว่า นายยนต์ตระการ พร้อมเพื่อน 5 คน เล่นน้ำบริเวณหน้าวัดยางคอยเกลือ โดยนายยนต์ตระการ ได้กระโดดสะพานแล้วจมหายไป เพื่อนๆ ต่างกระโดดลงไปช่วย แต่พอมาเกือบถึงฝั่งได้หลุดมือจมหายไปต่อหน้าต่อตา เจ้าหน้าที่ค้นหาด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระแสน้ำแรงมาก ทั้งนี้ จ.พิจิตร มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมทั้งหมด 23 ราย เป็นยอดผู้เสียชีวิตที่สูงสุดจากยอดรวมทั้งประเทศ

             วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านวังหูช้าง หมู่ 8 ต.สามง่าม อ.สามง่าม จ.พิจิตร ต้องย้ายเวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ ออกมาให้บริการประชาชนที่เพิงพักชั่วคราว ริมถนนสายสามง่าม-รังนก หลังจากที่ระดับน้ำแม่น้ำยมเอ่อเข้าท่วมอาคารที่ทำการจนไม่สามารถให้บริการประชาชนได้

 

พิษณุโลกน้ำป่าซัดถนนขาด

 

               นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จากปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักเมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากกัดเซาะถนนสายชาติตระการ-บ่อภาค ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ขาดเป็นระยะทางยาว 5 เมตร รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะนี้กรมทางหลวงได้เร่งซ่อมแซมโดยนำก้อนหินขนาดใหญ่ไปเทใส่ช่วงถนนที่ขาด
 
             วันเดียวกัน ทีมสาธารณสุขอำเภอบางระกำ คณะแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพุทธชินราช โรงพยาบาลบางระกำ จัดชุดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ลงเรือท้องแบนไปบริการสาธารณสุขชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมบริเวณหมู่ 6 บ้านหนองแพงพวย ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก

             นายชินวัฒน์ ชมประเสริฐ สาธารณสุขอำเภอบางระกำ เปิดเผยว่าขณะนี้มีชาวบางระกำในพื้นที่น้ำท่วมที่อยู่ในภาวะเสี่ยงถึงขั้นฆ่าตัวตายแล้วจำนวน 78 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคมที่สำรวจพบ 30 กว่าราย สาเหตุเครียดจากภาวะน้ำท่วมทรัพย์สิน นาข้าวเสียหาย และน้ำท่วมขังบริเวณบ้านเป็นเวลานาน จึงได้จัดทีมอสม. เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคเครียดทุกรายและจัดทีมอาสาเข้าไปพูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อผ่อนคลายภาวะเครียดแล้ว  
 


ศอส.สรุปท่วมหนัก14จังหวัดดับ72ราย

 

             นายภานุ แย้มศรี ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย  ปภ. ในฐานะประธานการประชุมศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 14 จังหวัด รวม 64 อำเภอ 456 ตำบล 2,568 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 174,532 ครัวเรือน 465,792 คน ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท อุบลราชธานี สิงห์บุรี นครปฐม สุพรรณบุรี นนทบุรี ฉะเชิงเทรา และอุทัยธานี ผู้เสียชีวิต 72 ราย ส่วนพื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 3,681,912 ไร่

 

อุตุฯเตือนภัย18จว.ฝนตกหนัก

 

             วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัย เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 213/2554 ระบุว่าในช่วงวันที่ 9-12 กันยายน 2554 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรง

             ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณ จ.อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

             ส่วนพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำบริเวณภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ให้เตรียมป้องกันระวังอันตรายจากปริมาณน้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะ 2-4 วันนี้

 

กทม.เปิด 21 แก้มลิงรับน้ำเหนือ

 

              นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ(สนน.) กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ ขณะนี้ว่า สำหรับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 1.62 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนปริมาณน้ำวัดจากเขื่อนพระราม 6 และแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ที่ 2,926 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งวัดได้ที่ประตูระบายน้ำบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 2,661 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในช่วงนี้มีปริมาณฝนตกลงมาในพื้นที่ทุกวัน จึงคาดว่าอีกไม่นานปริมาณน้ำจะมายังกรุงเทพฯ ถึง 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแน่นอน เนื่องจากกรมชลประทานได้ระบายน้ำจาก จ.นครสวรรค์ ที่อยู่ในระดับวิกฤติ

             อย่างไรก็ตาม มีมาตรการพร่องน้ำในคลองต่างๆ และพื้นที่แก้มลิงทั้ง 21 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ไว้เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา และเปิดเดินเครื่องสูบน้ำตลอดเวลาในบางจุด โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำสถานีสูบน้ำ เจ้าหน้าที่จากหน่วยเบสท์กว่า 700 นาย ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง