ข่าว

ถกนัดแรกทีมกลั่นกรองฎีกาแดง

ถกนัดแรกทีมกลั่นกรองฎีกาแดง

09 ก.ย. 2554

'ธงทอง' แถลงผลการประชุมคณะทำงานกลั่นกรองฎีกาแดง แจงนัดแรก แค่วางกรอบการทำงาน ยันกรรมการทุกคนมีเกียรติภูมิ จะพิจารณาฎีกาด้วยความละเอียดรอบคอบ

          9 ก.ย.54 นายธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา 1 ในคณะทำงานกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีบุคคลทูลเกล้าฯถวายฎีกาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผลการประชุมนัดแรกว่า คณะทำงานได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการไปรวบรวมข้อมูล โดยได้กำหนดประเด็นไว้ 3 ข้อ คือ

          1.ผู้ลงชื่อถวายฎีกามีสิทธิจะยื่นฎีกาตามกฎหมายหรือไม่ และต้องพิจารณาถึงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) ว่ามีข้อกำหนดหรือข้อจำกัดอย่างไรบ้าง

          2. วิธีการยื่นฎีกาได้ยื่นถูกต้องหรือไม่ จำเป็นต้องใช้แบบฟอร์มหนังสือราชการหรือไม่ และยื่นกับผู้ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบถูกต้องมากน้อยเพียงใด

          และ3. มีข้อกฎหมาย ธรรมเนียมปฏิบัติกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างใดบ้าง  รวมทั้งผู้จะได้รับพระราชทานอภัยโทษต้องอยู่ในฐานะต้องรับโทษหรือถูกบังคับคดีหรือไม่ โดยขอให้ฝ่ายเลขานุการเป็นผู้ประเมินผลจากเอกสาร รวมถึงการเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ความเห็น  โดยอีก 2 สัปดาห์จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง

          นายธงทอง กล่าวต่อว่า หน้าที่ของคณะทำงานฯคือการให้ความเห็นที่จะต้องนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณา โดยความเห็นของคณะทำงานไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน แต่ต้องทำงานอย่างรอบคอบ  รอบด้าน 

          เพื่อเสนอให้รมว.ยุติธรรมเป็นผู้พิจารณา  ทั้งนี้ที่ผ่านมามีทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้าน  ปัญหาดังกล่าวยืดเยื้อมานาน คณะทำงานเป็นเพียงผู้ที่ได้รับมอบให้พิจารณาข้อมูล โดยจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลและตัวอย่างคดี เอกสารที่เกี่ยวข้องเข้ามาประกอบการพิจารณา

          ผู้สื่อข่าวถามถึงความเชื่อมั่นในความเป็นกลางของคณะทำงานชุดนี้ นายธงทอง กล่าวว่า คณะทำงานให้ความเชื่อมั่นว่าจะพิจารณาด้วยความรอบคอบ แต่ตนคงบอกให้ใครเชื่อมั่นในคณะทำงานฯไม่ได้  บอกได้เพียงว่าคณะกรรมการแต่ละคนต่างมีหน้าที่ มีเกียรติภูมิในการทำงาน คณะทำงานชุดนี้มีหน้าที่ในการให้ความเห็นเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ชี้ขาด

          อีกทั้งเรื่องดังกล่าวสำนักราชเลขาธิการให้ส่งมาให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากนั้นได้ส่งต่อมาให้กระทรวงยุติธรรม เป็นการพิจารณาตามระบบราชการปกติ ไม่ใช่การกดดันสถาบันเบื้องสูง

          เมื่อถามว่าหากญาติของพ.ต.ท.ทักษิณต้องการเข้าชื่อยื่นขอฎีกาเพิ่มเติมในขณะนี้สามารถดำเนินการได้หรือไม่ นายธงทอง กล่าวว่า  ตนไม่สามารถตอบได้  อีกทั้งในที่ประชุมก็ยังไม่มีการลงลึกถึงรายละเอียด

 

 "ยิ่งลักษณ์"ลั่นไม่หนุนแนว"เฉลิม"ไม่ใช่แนวคิดรบ.

 

           น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯออกมาระบุว่า อาจจะไม่เป็นการขอพระราชทานอภัยโทษ แต่จะเป็นการยื่นฎีการ้องเรียนแทนมองอย่างไรบ้างว่า คงต้องแยกเรื่องตัวบุคคลกับทางด้านนโยบาย สำหรับยื่นฎีกานั้น ถือเป็นกระบวนการปกติ เมื่อเรามารับงานใหม่ รัฐบาลใหม่ก็ต้องมาดูว่าเรื่องที่ค้างของรัฐบาลเก่ามีอะไรบ้าง อะไรที่ต้องสานต่อ ก็ถือว่าอยู่ในกระบวนการปกติ

           เมื่อถามย้ำว่าร.ต.อ.เฉลิม ออกมาระบุชัดเจนว่าจะยื่นฎีการ้องเรียนความผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ขอพระราชทานอภัยโทษแต่อย่างใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ไม่หรออกค่ะ" เพราะทางด้านนโยบายของรัฐบาล เราไม่มีนโยบายตรงนั้น ที่จะมาเร่งรัดในเรื่องนี้”

           ต่อข้อถามที่ว่าการจัดตั้งโผโยกย้ายนายทหารประจำปี รับทราบโผแล้วหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับโผทหารแล้ว แต่ก็ต้องใช้เวลาพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมด แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดแฟ้มเลย

 

โยนให้ปชช.ตัดสินคำให้สัมภาษณ์"เฉลิม"

 

           น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยและพ.ต.ท.ทักษิณกังวลการให้สัมภาษณ์รายวันของ ร.ต.อ.เฉลิมจะเป็นสายล่อฟ้าให้รัฐบาลชุดนี้ ว่า การสัมภาษณ์แต่ละคนก็ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล ตราบใดที่อยู่ในส่วนของการชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนก็จะเป็นพิจารณาได้เอง

           เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าการให้สัมภาษณ์ของร.ต.อ.เฉลิม มีความเหมาะสมใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อย่าพูดอย่างนั้นจะดีกว่า เพราะร.ต.อ.เฉลิม คงจะมีในส่วนของข้อคิดเห็นในการแสดงออกต่อพี่น้องประชาชน ก็ถือเป็นการทำหน้าที่อยู่แล้ว

           ต่อข้อถามที่ว่าถือเป็นการแสดงความคิดเห็นที่มากเกินไปหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น แต่สื่อมวลชนคงจะให้ความสนใจร.ต.อ.เฉลิม เป็นพิเศษก็เป็นได้

           เมื่อถามว่าการให้ความคิดเห็นของร.ต.อ.เฉลิม ส่งผลกระทบต่อรัฐบาลแล้วหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงต้องถามว่าเรื่องใด  ต้องคุยกันทีละเรื่อง

 

“ณัฐวุฒิ”ชี้แข่งบอลเพื่อไทย-กัมพูชาสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน


            นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช. แถลงถึงกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดงจะเดินทางไปร่วมแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรกับรัฐบาลกัมพูชาในวันที่ 24 ก.ย.ว่า เป็นความคิดอ่านของประชาชนกลุ่มหนึ่งคือพวกตนที่เห็นว่าเมื่อมีรัฐบาลที่มาอย่างถูกต้องชอบธรรมแล้ว ก็ควรที่จะมีส่วนร่วมในการช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย และไม่ใช่แค่เพียงประเทศกัมพูชาเท่านั้น ประเทศที่รัฐบาลชุดที่แล้วไปสร้างความขุ่นข้องหมองใจไว้ก็เป็นเป้าหมายที่เราอยากมีส่วนร่วมทำให้ทัศนคติที่มีต่อคนไทยนั้นเป็นบวกให้มากขึ้น จึงใช้การแข่งขันฟุตบอลเป็นสื่อกลาง และใช้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

           กัมพูชาให้ความกรุณาโดยนำรัฐบาลของกัมพูชามาแข่งขันด้วย ดังนั้นจากนี้ความสัมพันธ์น่าจะราบรื่นมากขึ้น ส่วนจะมีการหารือในเรื่องใดด้วยหรือไม่นั้น คงจะมีการหารือกันอย่างเป็นทางการ เพราะเราไม่ใช่รัฐบาล แต่ไปในฐานะประชาชน อย่างไรก็ตาม หากมีจังหวะได้สนทนากับบุคคลสำคัญของกัมพูชาก็จะพยายามพูดคุยและขอคำแนะนำกรณีการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และนางสาวราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติด้วย ซึ่งหากกัมพูชาให้คำแนะนำอย่างไรก็จะมาบอกกับรัฐบาลเพื่อดำเนินการต่อ  ขณะนี้เราได้ส่งทนายความเพื่อไปยื่นต่อศาลโดยเป็นคำร้องขอลดเงื่อนไขในการประกันตัวคือการห้ามออกนอกประเทศ เพราะขณะนี้พวกตนเป็นส.ส.จึงไม่มีมูลเหตุอะไรต้องหลบหนีแล้วไม่กลับประเทศไทย ซึ่งนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานกลุ่มนปช.ก็เคยทำมาแล้ว ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นคงต้องรอคำวินิจฉัยของศาล

           ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการขอลดเงื่อนไขในการประกันตัวแบบถาวรหรือชั่วคราว นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เป็นคำร้องขอลดเงื่อนไขในการประกันตัวแบบถาวร เพราะเหตุผลของการห้ามออกนอกประเทศนั้นก็เพื่อไม่ให้ผู้ถูกกล่าวหาหลบหนี แต่พวกตนไม่เคยคิดหนีมาตั้งแต่ต้น และเวลานี้ยังทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติด้วย จึงได้ทำเรื่องขอลดเงื่อนไขดังกล่าวแบบถาวร นอกจากนี้ การเป็นส.ส.อาจจะต้องไปติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศหรืออาจจะต้องไปแข่งขันฟุตบอลกับประเทศลาว เวียดนาม พม่าในอนาคตอีกด้วย ส่วนหากศาลไม่อนุญาตจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หากไม่อนุญาตก็ยังมีแนวปฏิบัติที่สามารถทำได้อีกคือ การยื่นขอลดเงื่อนไขในการประกันตัวเป็นครั้งคราว ซึ่งนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรฯก็เคยยื่นขอเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งคราว และศาลก็อนุญาตเป็นกรณี ๆ ไป โดยวางเงินสดไว้ที่ศาลประมาณ 6 แสนบาท

           ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปด้วยหรือไม่นั้น นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ยังไม่ได้ชวนท่านอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลย เป็นการดำเนินการของประชาชนคนไทยกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่เชื่อว่าท่านจะดีใจที่ทั้ง 2 ประเทศประชาชนได้มาร่วมกิจกรรมกัน ส่วนท่านจะเข้าร่วมแข่งขันด้วยหรือไม่นั้นอยู่ที่ภารกิจของท่านในขณะนั้นและท่านกำลังอยู่ที่ประเทศใดด้วย