ข่าว

"ผรท.สองแสน" เปิดเกมใหม่กดดัน รบ.?

"ผรท.สองแสน" เปิดเกมใหม่กดดัน รบ.?

09 ก.ย. 2554

คำประกาศสหายอีสาน ยุติบทบาท "ผรท.สองแสน" เปิดเกมกดดันรัฐ "ปฏิรูปที่ดิน"

อดีตสหายอีสานเหนือ ผู้จุดประกายเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามพันธะสัญญา 66/2523 ช่วยเหลือ "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" (ผรท.) จนทำให้รัฐบาลสุรยุทธ์ และรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้จ่ายเงินค่าชดเชยให้ ผรท.ไปแล้วทั่วประเทศ ประมาณหมื่นกว่าคน
 
 เมื่อ 7 ก.ย. ที่หน้าศาลากลาง จ.สกลนคร อ.เมือง จ.สกลนคร บุญใส ก้อนดินจี่ ประธาน "กลุ่มเกษตรกรภาคอีสาน 4 จังหวัด" เป็นแกนนำเกษตรกรกว่า 500 คน รวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรที่ดินทำกิน
 
 
โดยเรียกร้องให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 322/53 ไปทบทวนแก้ไข และเพิ่มเติม เมื่อสมบูรณ์แล้วขอให้ได้ลงนามในคำสั่งดังกล่าว เพื่อดำเนินการสานต่อ อย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม
 
 
คำสั่งดังกล่าวลงนามโดยอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาเกษตรกรไร้ที่ดินทำกิน
 
 
บุญใส ก้อนดินจี่ หรือ "สหายประสิทธิ์" อดีตผู้กองทหารเขตงาน 999 (เขาวง กาฬสินธุ์) เป็นประธานกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยชุดแรก ที่มีการเคลื่อนไหวทวงสัญญาตามนโยบาย 66/23 เมื่อปี 2543
 
 
ปัจจุบัน "บุญใส" ประกาศยุติผู้นำ ผรท. และไม่เคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชย 2 แสน เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลก็ได้ช่วยเหลือ ผรท.ไปแล้วนับหมื่นคน
 
 
แม้กลุ่มบุญใส จะลดธง ผรท. แต่ในพื้นที่อีสาน "ขบวนการ ผรท.สองแสน" ยังคงดำเนินต่อไป
 
 
29 สิงหาคม "ผรท.11 จังหวัดภาคอีสาน นำโดย "สหายอ๊อด" ละเอียด รัตนศรี แกนนำ ผรท.บุรีรัมย์ ได้เข้ายื่นหนังสือขอรับเงินช่วยเหลือให้แก่สมาชิก ผรท.ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือต่อเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
 
 
รายชื่อ ผรท.ตกหล่น หรือ 'บัญชี 3' ที่พวกเขานำมาเสนอต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จำนวน 4.6 พันคน ว่ากันว่า ตัวเลข ผรท.บัญชีใหม่ 4.6 พันคนนั้น มิได้หมายถึง 'ทหารปลดแอกฯ' ที่อยู่ในเขตป่าเขา หากแต่เป็น 'ทหารบ้าน' หรือ 'หน่วยจรยุทธ์ประจำบ้าน' (นจบ.) และแนวร่วมที่เรียกกันสั้นๆ ว่า 'พวกส่งข้าวส่งน้ำ'
 
 
รายงานข่าวแจ้งว่า ตัวเลข 4 พันเศษ ยังมิใช่ตัวเลขสุดท้าย เพราะยังแกนนำ ผรท.อีกสองกลุ่มใหญ่ที่เคลื่อนไหวล่ารายชื่อชาวบ้านที่เคยเป็น 'นจบ.' และคนส่งข้าวส่งน้ำกันอย่างอึกทึก
 
ประเมินกันว่า ตัวเลข ผรท.บัญชี 3 เฉพาะที่ภาคอีสาน น่าจะมีมากกว่า 1 หมื่นคน! และเวลานี้ มีการเรียกเก็บ "ค่าใช้จ่ายในการทำงาน" ไปแล้วรายละ 400-3,000 บาท
 
 
นอกจากนี้ ตัวแทน "ผรท.เสื้อแดง" จาก 4 ภาคได้นัดพบ "แกนนำ นปช." (สายสหาย) ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อปลายเดือนสิงหาคม เพื่อร้องขอให้ช่วยเหลือ ผรท.เสื้อแดง ที่ยังตกหล่นจำนวนหนึ่ง เนื่องจาก "ผรท.สายอำมาตย์" ไม่ยอมนำชื่อพวกเขาเข้าไปในบัญชีรุ่นที่ 2
 
 
ขณะเดียวกัน ตัวแทน ผรท.จาก อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ตามนโยบาย 66/23 เมื่อปี 2550 ก็มาตามทวงถามหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ผ่าน กอ.รมน. เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการจ่ายเงินช่วยเหลือเมื่อปี 2550
 
 
ผรท.บุรีรัมย์ชุดแรก 120 ราย ได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 50,000 - 125,000 บาท แต่ผรท.บุรีรัมย์ชุดที่สอง 243 ราย กลับได้รับเงินรายละ 225,000 บาท ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม
 
 
จึงเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวน และจ่ายเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมกับ ผรท.ทุกคนอย่างเท่าเทียมกันด้วย
 
 
มิเพียง ผรท.บุรีรัมย์ที่ออกมาทวงถามเรื่องนี้ ผรท.ในอีสานอีกหลายจังหวัด ก็ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้เช่นกัน
 
 
มหากาพย์ ผรท.สองแสนท่าทางจบยาก...แต่น่าสนใจ ผรท.กลุ่มบุญใส ที่หันหลังให้ขบวนการล่ารายชื่อสหายตกค้าง!