ข่าว

ไร้วี่แวว!22รีสอร์ทรุกป่าแสดงตัว

ไร้วี่แวว!22รีสอร์ทรุกป่าแสดงตัว

09 ก.ย. 2554

ครบกำหนดให้เวลาเจ้าของรีสอร์ท 22 แห่ง ผอ.สำนักจัดการป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา ระบุ ยังไร้วี่แววเจ้าของรีสอร์ทแสดงตัว เตรียมดำเนินการสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ทันที

         9 ก.ย.54 นายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามตัวเจ้าของรีสอร์ทบ้านพัก ทั้ง 22 แห่ง ที่ทางกรมป่าไม้ได้แจ้งความเอาผิดฐานบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวงในพื้นที่ ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา มาตั้งแต่วันที่ 10 และ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา และได้ทำการติดป้ายประกาศแจ้งให้รีสอร์ทบ้านพักทั้ง 22 แห่งทราบว่าได้ถูกดำเนินคดีทางกฏหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา และเปิดโอกาสให้ทางเจ้าของรีสอร์ทบ้านพักดังกล่าวเข้ามาแสดงตัวและนำหลักฐานเอกสารการถือครองพื้นที่มาแสดงกับทางเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ว่า ในวันที่ 9 ก.ย. เป็นวันสุดท้ายที่จะเปิดโอกาสให้ทางเจ้าของรีสอร์ทบ้านพักทั้งหมดนำหลักฐานเอกสารสิทธิการถือครองพื้นที่มาแสดงกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ และต่อสู้ข้อกล่าวหา หลังจากที่ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา ได้ให้เวลามานาน 30 วัน ตั้งแต่เริ่มเข้าแจ้งความในวันที่ 10 และ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา และได้ทำการปิดป้ายประกาศเพื่อให้ทางเจ้าของรีสอร์ทบ้านพักได้ทราบอย่างเป็นทางการอีกในวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นขั้นตอนการปฏิบัติตามระเบียบที่ได้กำหนดไว้ แต่จนครบกำหนด ยังไม่มีเจ้าของรีสอร์ทบ้านพักรายใดนำหลักฐานเข้ามาแสดงตัวกับทางเจ้าหน้าที่ รวมถึงไม่มีใครเข้ามาติดต่อแจ้งว่าขอนำหลักฐานมาแสดงในภายหลังแม้แต่รายเดียว

         ดังนั้น หลังจากนี้ทางกรมป่าไม้ โดยคณะทำงานชุดเฉพาะกิจเพื่อสืบสวนดำเนินคดีการบุกรุกทำลายป่าในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และพื้นที่ต่อเนื่อง ซึ่งมี ดร.วิฑูรย์ ชลายนนาวิน ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ เป็นหัวหน้าชุด จะทำหนังสือเพื่อขอรับทราบผลการสอบสวนของทางพนักงานสอบสวนคดี 22 รีสอร์ทบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งมีนายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนฯ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลว่าขณะนี้มีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถติดตามตัวเจ้าของรีสอร์ทบ้านพักที่ถูกกล่าวหามาได้หรือไม่ รวมถึงจะมีการออกหนังสือเพื่อทวงถามข้อมูลเจ้าของ จากทางหน่วยงานที่รับผิดชอบในการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า น้ำประปา และการอนุญาตให้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างของรีสอร์ทบ้านพักทั้ง 22 แห่ง ที่ทางกรมป่าไม้ได้ขอความร่วมมือให้ส่งข้อมูลมาให้เพื่อติดตามหาตัวเจ้าของรีอร์ทบ้านพักทั้งหมดอีกด้าน

         หลังจากที่ทางกรมป่าไม้ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือกับหน่วยงานดังกล่าวนี้ไปแล้วนานเกือบ 2 สัปดาห์ ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดจะเริ่มดำเนินการทันทีตั้งแต่วันจันทร์ที่ 12 ก.ย. นี้ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการประมวลข้อมูลอีกสักระยะหนึ่ง ทั้งนี้ก็เนื่องจากทางกรมป่าไม้ต้องการที่จะให้ได้ตัวเจ้าของรีสอร์ทบ้านพักทั้งหมด มาเป็นผู้รับผิดชอบในกระบวนการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่และเพื่อที่จะได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในขั้นตอนต่อไป

         อย่างไรก็ตาม นายสุเทพ  ระบุว่า การที่ต้องมีการทำหนังสือไปถึงพนักงานสอบสวนเพื่อขอรับทราบผลการสอบสวนหาตัวเจ้าของรีสอร์ทบ้านพัก ทั้ง 22 แห่ง ไม่ได้มีเจตนาที่จะก้าวก่าย เร่งรัดหรือบีบบังคับการทำงานของพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด เพียงแต่ทางกรมป่าไม้ต้องการที่จะตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีช่องทางในการติดตามหาตัวเจ้าของรีสอร์ทบ้านพักเพื่อให้มาเป็นผู้รับผิดชอบในการรื้อถอนที่จะเกิดขึ้นในกระบวนการต่อไปได้หรือไม่เท่านั้น ซึ่งก็ต้องแล้วแต่ทางพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้พิจารณาในเรื่องของการให้ข้อมูล ส่วนทางกรมป่าไม้เพียงแค่ต้องการข้อมูลในทุกๆด้านมาประมวลผลให้ละเอียดรอบคอบ เพื่อเตรียมการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป คือการบังคับใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 25 ในการเข้าติดป้ายสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 45 วัน ซึ่งขั้นตอนนี้ภายหลังจากที่ทางกรมป่าไม้ได้ทำการประมวลข้อมูลทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วก็จะดำเนินการขอความเห็นชอบจากผู้มีอำนาจคือนายอำเภอวังน้ำเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และทางอธิบดีกรมป่าไม้ ลงนามในประกาศรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวง ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 25 ตามระเบียบขั้นตอนที่มีกำหนดไว้ ซึ่งคาดการณ์ว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ตั้งแต่การประมวลข้อมูลต่างๆในการติดตามตัวเจ้าของรีสอร์ทบ้านพัก รวมถึงการขอความเห็นชอบการลงนามในประกาศรื้อถอนน่าจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน และในวันนี้ตนก็จะเดินทางไปรายงานผลการปฏิบัติต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาให้ทางกรมป่าไม้ได้รับทราบและเตรียมดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

         อีกทั้ง รายงานข่าวแจ้งว่าส่วนการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลกับ อีก 37  รีสอร์ทบ้านพักที่ทางกรมป่าไม้ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาภูหลวงเพิ่มเติมอีกภายหลังนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบเปรียบเทียบพิกัดที่ตั้งกับทางแผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของกรมป่าไม้ เพื่อพิสูจน์ว่ารีสอร์ทบ้านพักทั้งหมดบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติฯ จริงหรือไม่

 

 

ดีเดย์อาทิตย์หน้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 3 ราย  รุกที่อุทยาน

          นายเทวินทร์  มีทรัพย์  หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน  กล่าวว่า  ในการดำเนินการกับกลุ่มผู้บุกรุกป่าอุทยานแห่งชาติ  ในเขตรอยต่อ จ.นครราชสีมา และจ.ปราจีนบุรี  เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการปักป้ายประกาศให้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ไปครบทั้งหมดแล้วกว่า 100 ราย โดยแบ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ดำเนินคดีมาตั้งแต่ปี 2543-2544  รวม  50 ราย  ซึ่งจนถึงขณะนี้ มีเจ้าของสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทั้งบ้านพัก  รีสอร์ท  ยื่นอุทธรณ์เข้ามาแล้ว  30 ราย

          ขณะนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาตรวจสอบ  ส่วนที่ไม่ยื่นอุทธรณ์นั้นเนื่องจากเห็นว่าศาลตัดสินแล้ว และบางรายไม่พบตัว  ซึ่งจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

          ส่วนบ้านพัก รีสอร์ต ที่คดีเป็นที่สิ้นสุดแล้วและศาลสั่งให้รื้อถอนนั้น มีด้วยกัน  3 รายเนื้อที่รวม   60 ไร่   ประกอบด้วย  บ้านพักของนายธีรศักดิ์  พรอนันต์ฤกษ์  ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 7ไร่ 3 งาน 7 ตารางวา ,   บ้านพัก ของนายวิเชียร  เอมอุ่นจิตร์  มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ 98 ตารางวา  และ บ้านพักของนายสมชาย  คูหาแก้ว มีเนื้อที่ 33 ไร่ 1 งาน 13 ตารางวา  ทั้ง 2 แห่งตั้งอยู่ใน ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งหากไม่รื้อถอนเองเจ้าหน้าที่จะเข้าไปทำการรื้อถอนต่อไป 

          "ในการรื้อถอน ได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่จะต้องใช้ในการเข้าไปรื้อถอนคาดงว่ามากกว่า  100 นาย และ รถแบ็คโฮ  2 คัน ซึ่งคาดว่าทั้ง 3 แห่ง จะทำการรื้อถอนแล้วเสร็จได้ภายในวันเดียว  เนื่องจากมีสิ่งปลูกสร้างไม่มากนั้น เป็นลักษณะอาคารพาณิชย์  บ้านพัก รวม 5 หลังเท่านั้น" นายเทวินทร์ กล่าว

          นายเทวินทร์ กล่าวต่อว่า พื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมานั้น เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาการรุกป่าอุทยานฯ ที่ใหญ่มาก จนกลายเป็นชุมชน  ตั้งเป็นหมู่บ้าน มีผู้บุกรุกมากกว่า 200 รายใน ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว  เรื่องนี้จะต้องมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยกันดำเนินการ เพราะมีการบุกรุกเป็นวงกว้าง  เฉพาะอุทยานแห่งชาติทับลานเพียงหน่วนงานเดียว คงมีกำลังไม่เพียงพอ โดยที่ผ่านมาได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช    เพื่อขอความชัดเจนในการดำเนินการ หากมีคำสั่งอย่างไรเจ้าหน้าที่ก็พร้อมปฏิบัติการ