
น้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่มดับ1เจ็บ10สูญหายอื้อ
น้ำป่าไหลหลาก ดินจากภูเขาถล่มมาทับบ้านเรือนประชาชนกว่า 300 ครอบครัว พบผู้เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 10 สูญหาย 10
เวลา 09.00 น. วันที่ 9 ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ (ปภ.) ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ประสานจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ และอาสมัครกู้ภัยอุตรดิตถ์ นำเรืออุปกรณ์ช่วยชีวิต เรือท้องแบน เข้าไปยังตำบลน้ำไผ่ อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ หลังจากได้รับแจ้งจากพื้นที่ว่า ได้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินจากภูเขาถล่มลงมาทับบ้านเรือนประชาชนกว่า 300 ครอบครัวถูกตัดขาด และล่าสุดเบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บกว่า 10 คน และสูญหาย 10 คน
นายสุรชัย กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่าเมื่อเวลา 02.00 น.ที่ผ่านมาได้เกิดน้ำป่าจากภูเขาไหลหลากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านหมู่ 2 หมู่ 3 และหมู่ 4 อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชาวบ้านกำลังหลับสนิท ไม่มีการเตือนภัยก่อนล่วงหน้า จึงทำให้บ้านชั้นเดียว ในพื้นที่ลุ่ม ถูกกระแสน้ำพัดทรัพย์สิน อุปกรณ์ทางการเกษตร สัตว์เลี้ยง เสียหาย บางส่วนก็ลอยไปกับกระแสน้ำที่มาแรงมาก อีกทั้งยังทำให้สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านห้วยเดื่อ ที่เชื่อมถนนเข้าทั้ง 3 หมู่บ้านพังเสียหาย ชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือนถูกตัดขาด กระแสไฟฟ้าไม่สามารถใช้งานได้ เบื้องต้นใช้การประสานสอบถามความเสียหายทางโทรศัพท์ จากผู้นำหมู่บ้านได้เพียงอย่างเดียว
จากการสอบถามได้รับรายงานว่า มีชาวบ้านเสียชีวิตจากถูกน้ำป่าพัด 1 ราย ยังไม่ทราบชื่อ-สกุล ชาวบ้านสูญหาย 10 ราย และมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บกว่า 10 ราย ขณะเดียวกันบ้านเรือนที่อยู่ใกล้ภูเขา ถูกดินถล่มลงมาทับเสียหาย ชาวบ้านต่างอยู่ในภาวะตื่นตระหนก ยังไม่สามารถสำรวจความเสียหายใดๆได้
นายสุรชัย กล่าวว่า กำลังประสานขอสะพานแบริ้ง จากศูนย์ป้องกันสาธารณภัยเขต 8 กำแพงเพชร มาใช้แทนสะพานคอนกรีตที่เสียหาย เพื่อจะได้เข้าไปยัง 3 หมู่บ้านได้ ส่วนกำลังคนที่จะเข้าช่วยเหลือ ค้นหาผู้สูญหายเตรียมพร้อมทั้งกำลังพลจากจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ ตชด. อส.และอาสาสมัครกู้ภัยอุตรดิตถ์
แม่ฮ่องสอนเตือนปชช.ระวังน้ำป่าไหลหลาก-ดินโคลนถล่ม
นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 8- 12 ก.ย.54 ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ระมัดระวังปัญหาน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม เนื่องจากร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านประเทศไทย ขณะที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนาแน่น โดยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
นายพีรัตน์ เรืองสุกใส ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ค่าปกติปริมาณน้ำฝนของจังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่ที่ 1,282.2 มม. แต่มาในปี 2554 ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงวันที่ 8 ก.ย.54 ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 1,390.2 มม. และฤดูฝนยังเหลือเวลาอีก 1 เดือนก็จะทำให้ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ดังกล่าวได้
ด้านนายสุเทพ อุบาลี ผอ.สำนักงานแขวงการทางแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เส้นทางคมนาคมที่แขวงการทางแม่ฮ่องสอนรับผิดชอบ จำนวน 11 เส้นทางมีดินถล่มลงมาปิดทับเส้นทางตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงวันที่ 9 ก.ย.54 จำนวน 222 ครั้ง ความเสียหายอยู่ระหว่างสำรวจ
นายวรวิทย์ สัจจาลักษณ์ ผอ.ทางหลวงชนบทจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เส้นทางคมนาคมที่ทางหลวงชนบทรับผิดชอบ 7 อำเภอ จำนวน 19 เส้นทาง มีดินถล่มลงมาปิดทับทุกเส้นทาง ขณะนี้ได้นำเครื่องจักรกลเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อให้สามารถสัญจรไป-มาได้ อย่างไรก็ตามในช่วงฤดูฝนยังเหลือเวลาอีก 1 เดือนก็อาจจะมีดินถล่มลงมาอีกก็เป็นได้
วัยรุ่นพิจิตรรวมตัวเล่นน้ำ ถูกกระแสน้ำกลืนเพิ่ม 1 ศพ ขณะยอดรวม 23 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพิจิตร พร้อมด้วยกำลังตำรวจได้เข้าตรวจสอบ หลังรับแจ้งจากชาวบ้านได้มีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกันเล่นน้ำที่บริเวณหน้าวัดยางคอยเกลือ หมู่ที่ 6 ต.ปากทาง อ.เมือง จ.พิจิตร แล้วมีเหตุจมน้ำทราบชื่อคือ นายยนต์ตระการ เอี่ยมรำไพ อายุ 17 ปี บ้านอยู่หมู่บ้านมานุวงค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งบรรดาเพื่อนต่างช่วยชีวิตแต่ไม่เป็นผล จมหายไปต่อหน้า เนื่องจากกระแสน้ำที่ไหลแรงและมีระดับลึก
อุตุฯเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก!
สำนักพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประกาศ ณ วันที่ 9 ก.ย.54 เวลา 05.30 น.
ร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ ในช่วงวันที่ 9-12 กันยายน 2554 ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านบริเวณจังหวัดนครพนม, มุกดาหาร, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, นครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี และตราด ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้
สำหรับพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำบริเวณภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคตะวันออก ให้เตรียมป้องกันระวังอันตรายจากปริมาณน้ำท่วมที่เพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย



