
นศ.2สถาบันยิงสนั่นรถเมล์สาหัส2
นักเรียนสถาบันดังย่านฝั่งธนนั่งรถเมล์กลับบ้านช่วงดึก เจอเพื่อนต่างสถาบันที่ป้ายรถเมล์ ตะโกนทักทายอีกฝ่ายคิดว่าหาเรื่องตะโกนด่ากันไปมา ก่อนชักลูกซองส่องมาจากรถเมล์ โดนนักเรียนหญิง-ชายสาหัส 2 ราย แฉมือลั่นไกเป็นหญิง ตร.สั่งไล่ล่า
เวลา 21.30 น.(8 ก.ย.) พ.ต.ท.วิทยา สุดสาคร พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.หลักสอง รับแจ้งเหตุนักเรียนทะเลาะวิวาทยิงกันได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บริเวณป้ายรถประจำทาง ห่างจากโรงเรียนเทคโนโลยีกรุงธน ประมาณ 100 เมตร ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกลุ่มนักเรียนบางส่วนและกองเลือดตกอยู่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค ทราบชื่อคือ น.ส.วิภาดา ผลคำ อายุ 20 ปี นักเรียนชั้น ปวส.ปี 2 พาณิชยการบริหารการจัดการ โรงเรียนเทคโนโลยีกรุงธน ถูกยิงเข้าที่หน้าอก 1 นัด อาการสาหัส และนายอนุวัฒน์ พวงพิลา อายุ 23 ปี นักเรียนชั้นปวช.ปี 3 แผนกช่างไฟฟ้า โรงเรียนเทคโนโลยีกรุงธน ถูกยิงเข้าที่หางคิ้วด้านขวาสาหัสเช่นกัน
สอบสวนนายชนะภูมิ มาลานที อายุ 22 ปี นักศึกษาโรงเรียนเทคโนโลยีกรุงธน กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุระหว่างที่กลุ่มนักศึกษารวมตัวกันเพื่อรถขึ้นรถเมล์ ระหว่างนั้นได้มีรถเมล์สาย 163 วิ่งระหว่างสีลม-พุทธมณฑลสาย 4 ขับผ่าน เมื่อมาถึงป้ายรถเมล์ที่เกิดเหตุ ปรากฏว่ามีนักเรียนโรงเรียนเทคโนโลยีหมู่บ้านครู ซึ่งมีนักเรียนชาย-หญิง 5-6 คนนั่งอยู่ท้ายรถเมล์ ระหว่างที่รถเมล์จอดเทียบป้ายได้มีนักเรียนที่อยู่บนรถเมล์ตะโกนถามกลุ่มนักเรียนที่รอรถเมล์ดั่งเป็นคนรู้จักกัน แต่กลุ่มนักเรียนที่อยู่ป้ายรถเมล์คิดว่ามีการตะโกนด่ากัน จึงได้ตะโกนด่ากันไปมา ระหว่างนั้นนักเรียนที่อยู่บนรถเมล์ที่เป็นผู้หญิง ชักปืนไทยประดิษฐ์ยิงลงมาที่กลุ่มนักเรียนที่ป้ายรถเมล์ 1 นัด ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย
นายชนะภูมิกล่าวว่า ปกติโรงเรียนเทคโนโลยีกรุงธนกับโรงเรียนเทคโนโลยีหมู่บ้านครู มีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรงถึงขั้นยิงกันเสียชีวิต สาเหตุเกิดขึ้นวันนี้เป็นการเข้าใจผิด ทั้งที่เพื่อนต่างสถาบันตะโกนเรียกชื่อกันแต่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นการตะโกนด่าหาเรื่อง ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นผู้หญิง
พ.ต.ท.วิทยา กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าเป็นการก่อเหตุระหว่าง 2 โรงเรียนสอบสวนทราบว่าเป็นการเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการด่าทอกันทั้งที่เป็นการตะโกนเรียกชื่อเพื่อนที่รู้จักกัน ล่าสุดได้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ คาดว่าไม่ยากเพราะมีผู้จำใบหน้าได้และรู้จัก



