
เศรษฐกิจพอเพียงกับชาวนายุคหลังน้ำท่วม
เศรษฐกิจพอเพียงกับชาวนายุคหลังน้ำท่วม : บทบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" ได้คัดเลือกและแจกรางวัล "แทนคุณแผ่นดิน" ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 แล้ว โดยส่วนหนึ่งของผู้ได้รับรางวัลในปีนี้เป็นเกษตรกรผู้ได้พิสูจน์ความจริงให้ประจักษ์ว่าแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริคือคำตอบแท้จริงของการแก้ปัญหายากจน อีกทั้งยังเกื้อกูลธรรมชาติ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีทางการเกษตรอันเป็นอันตรายยิ่งต่อทั้งสุขภาพของคนและสัตว์ นอกเหนือจากตกค้างในดินและน้ำ
แต่องค์ความรู้อันทรงคุณค่านี้ยังจำกัดเฉพาะในแวดวงเกษตรกรกลุ่มหนึ่งผู้ค้นพบสัจธรรมด้วยตัวเองในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ไม่หวังร่ำรวยแต่ก็ไม่เป็นหนี้ ขณะที่เกษตรกรส่วนใหญ่ยังติดอยู่ในวังวนของการทำเกษตรตามแนวทุนนิยมซึ่งมุ่งหวังจะได้ผลผลิตมากๆ ผ่านการใช้สารเคมีทางการเกษตรโดยเฉพาะยาฆ่าแมลงและศัตรูพืช
จากสถิติของธนาคารโลกระบุชัดว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้สารเคมีทางเกษตรมากเป็นอันดับ 5 ของโลก และขณะนี้ตัวเลขการนำเข้า "ยาฆ่าแมลง" เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับเมื่อทศวรรษที่แล้ว หรือจากประมาณ 6,000 ล้านบาทเมื่อปี 2542 เพิ่มเป็น 1.8 หมื่นล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว ผลตามมาก็คือประเทศไทยกลายเป็นผู้ส่งออก "ผักอาบยาพิษ" อันดับ 1 ของโลก เนื่องจากมีสารเคมีตกค้าง 15 รายการ ในจำนวนนี้เป็นสารพิษร้ายแรงที่ทั่วโลกห้ามใช้แล้วถึง 6 รายการ ไม่ต้องพูดไกลไปถึงกรณีเกษตรกรจำนวนไม่ใช่น้อยมีปัญหาด้านสุขภาพจากพิษของสารเคมีที่ใช้ต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน
ปัญหาอยู่ที่ว่าทำอย่างไรถึงจะสามารถดึงเกษตรกรให้พ้นจากห่วงโซ่ของขบวนการใช้สารเคมีพิษติดต่อกันหลายสิบปีอันเป็นผลพวงจากนโยบายส่งเสริมเกษตรแบบผิดๆ จากการโหมโฆษณาผ่านสื่อวิทยุโทรทัศน์ว่ายาฆ่าแมลงใช้ได้ผลและปลอดภัย ที่สำคัญจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งต่างชาติและไทยที่พยายามนำเข้ายาฆ่าแมลงพิษร้ายแรง เนื่องจากมีผลประโยชน์มหาศาล ทั้งๆ ที่หลายประเทศสั่งห้ามใช้เด็ดขาด
เราหวังว่าหลังจากชาวนาและเกษตรกรได้ผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นติดต่อกันอย่างน้อย 2 ปี จนทำให้พืชผลเสียหายแล้ว จะเป็นโอกาสทองที่จะขยายผลองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรผสมผสานเพื่อให้ชาวนาและเกษตรกรเหล่านั้นสามารถพลิกฟื้นชีวิตได้โดยเร็ว อย่างถูกวิธีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภาครัฐควรจะเป็นกำลังสำคัญในการสอนวิธีทำนาโดยไม่ใช้สารเคมีให้แก่เกษตรกรเพื่อลดต้นทุนการผลิตและส่งเสริมการใช้ผลผลิตในไร่นามาเป็นประโยชน์ในการผลิตปุ๋ยที่เป็นมิตรต่อวิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชาวนาและเกษตรกรสามารถลืมตาอ้าปากและไม่เป็นหนี้เหมือนในอดีต



