ข่าว

ผบ.เหล่าทัพหนีหน้า'ปู'แถลงยุทธศาสตร์ชาติ-ทหาร

ผบ.เหล่าทัพหนีหน้า'ปู'แถลงยุทธศาสตร์ชาติ-ทหาร

08 ก.ย. 2554

"ผบ.เหล่าทัพ"หนีหน้า"ยิ่งลักษณ์"ร่วมงานแถลง"ยุทธศาสตร์ชาติ-ทหาร" อ้างติดภารกิจส่งผู้แทนร่วมงานแทน ด้านวปอ.-เสธ.3เหล่าทัพเสนอ”นายกฯ”รีบรับมือภัยพิบัติ-ภาวะขาดอาหาร พัฒนาประเทศสู่ประชาคมอาเซียน ผลักดันให้ ทอ.ใช้ระบบดิจิตอลควบคุมการรบ “ยุทธศักดิ์”ลั่นโผทหา

          เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 ก.ย.2554  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ-ยุทธศาสตร์ทหารของ นศ.วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยเสนาธิการทหาร วิทยาลัยการทัพบก วิทยาลัยการทัพเรือ และวิทยาลัยการทัพอากาศ โดยมีนายเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี นายประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม นายพิชัย นริทพันธ์ รมว.พลังงาน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม และผู้แทนจากเหล่าทัพต่างๆเข้าร่วมพิธี

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า โดยปกติการแถลงยุทธศาสตร์ชาติ-ยุทธศาสตรทหาร ผบ.ทุกเหล่าทัพจะมาร่วมพิธี แต่การแถลงยุทธศาสตร์ชาติครั้งนี้ ผบ.เหล่าทัพทุกคนไม่ได้เดินมาร่วมงาน โดยส่งผู้แทนมาร่วมงานทั้งหมด โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่มอบหมายให้พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก มาร่วมงานแทน ส่วนพล. ส่วนผบ.เหล่าทัพอื่นต่างติดภารกิจ โดยพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด ติดภารกิจเดินทางไปประเทศอังกฤษ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือติดภารกิจพิธีย่ำพระสุริย์ศรี ที่อ.สัตหีบจ.ชลบุรี และพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ.ติดภารกิจเยือนรัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2555 ถึง 2559 มีประเด็นหลักสำคัญ คือ ทำรากฐานกำลังอำนาจแห่งชาติให้แข็งแกร่ง สู่การเปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาด จากสภาพของประเทศไทยที่ถูกมองว่าควรเป็นอย่างไรท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงจากแนวโน้มสถานการณ์โลก การรวมกลุ่มของประเทศ เศรษฐกิจใหม่ และการรวมกลุ่มของภูมิภาคเกิดขึ้นมาก มีอำนาจต่อรองมากขึ้น ศูนย์กลางเศรษฐกิจและแหล่งความมั่นคั่งของโลกจะเคลื่อนตัวสู่เอเชีย ภัยพิบัติทางธรรมชาติมีแนวโน้มเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้น โครงสร้างประชากรโลกเปลี่ยนเข้าสู่สังคมสูงอายุ การก่อการร้ายสากลและอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงปัญหาวิกฤติประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในสังคมไทย การทุจริตคอรัปชั่น สถานการณ์ชายแดนภาคใต้ วิกฤติภัยธรรมชาติ ซึ่งนักศึกษา วปอ.รุ่นนี้มองว่า ห้วงเวลา 5 ปีหน้าข้างหน้ามีภัยคุกคาม มีความเสี่ยงที่ประเทศชาติต้องเผชิญจึงต้องเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น  โดยยุทธศาสตร์สำคัญเร่งด่วนคือ ยุทธศาสตร์การบูรณาการระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติที่สร้างความเสียหายอย่างมาก และมีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น และรุนแรงขึ้น ยุทธศาสตร์การพร้อมเผชิญสภาวะวิกฤติโลกเรื่องอาหาร ที่จะมาถึงในเวลาอันใกล้ซึ่งเป็นโอกาสแห่งความมั่งคั่งของประเทศหากเร่งเตรียมการรับมืออย่างเหมาะสมและยุทธศาสตร์การเตรียมประเทศขั้นสูงสุดเพื่อการเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแนวคิดยุทธศาสตร์ทางทหารมี 4 แนวทาง คือ 1.การเตรียมกำลัง ทั้งกำลังรบและขีดความสามารถของกำลังพล รวมทั้งความทันสมัยของยุทโธปกรณ์ ความพร้อมของหลักนิยม โครงสร้างและแผนการปฏิบัติ 2.การใช้กำลัง โดยจะต้องปฏิบัติการด้วยความรวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาดและสามารถยุติการรบในลักษณะที่ฝ่ายเราเป็นฝ่ายได้เปรียบ โดยใช้การปฏิบัติการรบร่วมเป็นหลัก 3.การปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และ 4. คือ การสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทั้งนี้ข้อเสนอการพัฒนาโครงสร้างกำลังกองทัพไทยแยกเป็น 4 ส่วน คือ 1.กองบัญชาการกองทัพไทย เสนอให้มีการพัฒนาและปรับปรุงระบบควบคุมบังคับบัญชาและระบบฐานข้อมูลในการปฏิบัติงาน 2.กำลังทางบก เสนอให้ปรับปรุงโครงสร้างและอัตราการจัดยุทโธปกรณ์ให้มีความทันสมัยเหมาะสม และเกื้อกูลในการประกอบกำลังให้สอดคล้องกับขีดความสามารถทางทหารที่ต้องการ ซึ่งปัจจุบันโครงสร้างจำนวนหน่วยกำลังรบมีความเพียงพอ แต่ในหน่วยระดับกรมยังต้องปรับเพิ่มหน่วยกำลังรบผสมเหล่าที่มีความอ่อนตัวสามารถปรับเปลี่ยนการประกอบกำลังได้อย่างรวดเร็ว โดยมีกรมบินเป็นองค์ประกอบเพื่อเพิ่มอำนาจในการดำเนินกลยุทธ์

           3.กองทัพเรือ ต้องเสริมสร้างกำลังรบให้มีขีดความสามารถทันสมัย เท่าเทียมกับกำลังรบประเทศเพื่อนบ้าน การปฎิบัติการรบผิวน้ำ ต้องทำได้อย่างรวดเร็ว รุนแรงและเด็ดขาดเพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความได้เปรียบ ตลอดจนใช้การลาดตระเวนไกลฝั่งและควบคุมทะเล เพื่อควบคุมการคมนาคมเข้าออกประเทศให้ได้อย่างต่อเนื่อง ในกรณีของเรือดำน้ำจะเป็นอาวุธยุทธศาสตร์ที่ใช้ในการป้องปราม และการป้องกันเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ จะเพิ่มขีดความสามารถในการปฎิบัติภารกิจใต้น้ำ ให้กับกำลังทางเรือทั้งด้านอ่าวไทยและอันดามัน ปัจจุบันกองทัพเรือมีอำนาจรบและขีดความสามารถอยู่ในระดับหนึ่ง จำเป็นต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่เดิม ให้มีขีดความสามารถที่ต้องการดังนี้ 1 กองเรือดำน้ำ 1 กองกำลังทางเรือเคลื่อนที่เร็ว 1 ฝูงบินโจมตีทางดิ่ง 1 ฝูงบินอากาศยานไร้นักบิน 1 กองพันยกพลขึ้นบกนาวิกโยธินเคลื่อนที่เร็ว 1 กองพันต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งเคลื่อนที่เร็วสมรรถนะสูง มีระบบเครือข่ายเป็นสูงกลาง

           4. กองทัพอากาศ ในยุคใหม่ต้องเน้นหนักในเทคโนโลยี กำลังทางอากาศที่ทันสมัย โดยเฉพาะระบบดิจิตอล และระบบการใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะสามารถบูรณาการใช้กำลังร่วมกับเหล่าทัพอื่นได้ทุกมิติ กองทัพอากาศ ต้องเตรียมกำลังทางอากาศดังนี้ อากาศยานรวม21ฝูงบิน ประกอบด้วย 5ฝูงบินขับไล่เอนกประสงค์ รวมทั้งอากาศยานแบบต่างๆ อาทิ เครื่องบินลำเลียง เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงในอากาศ เฮลิคอปเตอร์รับส่งบุคคลสำคัญ เครื่องบินฝึกและอากาศยานไร้นักบิน ระบบบัญชาการและควบคุมพร้อมระบบเชื่อมโยงข้อมูลยุทธวิธี โดยมีสถานีเรดาร์ในที่ต่าง ๆ 9สถานี และแบบเคลื่อนที่อย่างน้อย2สถานี เรดาร์ควบคุมการยิงในระบบป้องกันทางอากาศอย่างน้อย6ชุด กำลังอากาศโยธินประจำฐานบินต่างๆ รวมถึงหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ชุดปฎิบัติการพิเศษ ระบบบัญชาการและควบคุมการป้องกันภาคพื้นและการป้องกันภัยทางอากาศ จรวดและปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ทันสมัย

 

“ยุทธศักดิ์”ลั่นโผทหารลงตัวไร้แตกแยก

          

           พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวถึงกรณีที่จะยื่นกฤษฎีกาตีความอำนาจรมว.กลาโหมในการแต่งตั้งโยกย้ายทหาร ว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ยื่น แต่ต่อไปต้องทำ เพราะจะเป็นการตีกรอบความถูกต้องสิทธิอำนาจของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนต่อไป ใครก็ตามที่จะมาเป็นจะได้มีสิทธิแก้ไข จะได้ดำเนินการให้เขา ไม่ใช่ว่าผ่านไปแล้วเราก็ไม่ได้ทำอะไรให้ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นที่แคลงใจ สงสัย ก็คงต้องทำต่อไป ส่วนจะตีความมาตราใดบ้าง เรื่องนี้มีรายละเอียดมาก แต่พูดวันนี้ไม่ได้ แต่มีหลายจุดที่ต้องพิจารณาต่อไป เมื่อถามย้ำว่า ใช่มาตรา 10 กับ 24 หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า มีหลายข้อในกฎของกระทรวง

           เมื่อถามถึงกระแสข่าว ปัญหาการการแต่งตั้งปลัดกลาโหม พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สื่อไปเขียนกันเองและกล่าวกันเอง ทำให้เกิดความไม่สบายใจกับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และผบ.เหล่าทัพ ทุกคนก็ไม่สบายใจที่บอกว่ามีความคิดเห็นไม่ตรงกับตน แต่ความจริงแล้วไม่มีเลย ยืนยันด้วยความสัตย์จริง ซึ่งตำแหน่งปลัดกลาโหมเรียบร้อยนานแล้ว แต่ไปเขียนกันเอง

           “วันนี้ผู้บัญชาการทหารบกโทรศัพท์มาหาผมว่า อ่านเอกสารจากข่าวแล้ว ไม่ใช่เป็นอย่างนั้น ผู้บัญชาการฯก็บอกว่า ไม่เห็นเรามีอะไรขัดแย้งกันเลย เราเห็นดีร่วมกัน การโหวตก็ไม่มีแล้วทำไมถึงมีข่าวว่า มีความคิดที่ไม่ตรงกับผม ผมยืนยันว่า ทุกท่านไม่มีความแตกแยกในความคิด ตั้งแต่ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. เรามีความคิดร่วมกันเป็นเอกฉันท์ ยืนยันไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างลงตัว ส่วนบัญชีโยกย้ายนายทหารนั้น ผมไม่ทราบว่า ขณะนี้ขั้นตอนถึงไหนแล้ว เพราะไม่ได้ถือเอกสาร และหลังจากที่ผมลงนามแล้วก็มอบให้กับ พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ เจ้ากรมเสมียนตรา เป็นผู้ถือและนำไปให้ปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ท่านนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรีต่อไป ส่วนขณะนี้เรื่องถึงไหนแล้วให้ไปถามปลัดกระทรวงกลาโหมหรือเจ้ากรมเสมียนตราว่า ได้ดำเนินการแล้วหรือยัง”พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว