'ใจ'เตือนแดงอย่าไว้ใจแกนนำ-รบ.มาก
เว็บไซต์ประชาไทเผยแพร่บทความ "ใจ อึ้งภากรณ์" เตือน "นปช." อย่าไว้ใจแกนนำและรัฐบาลเพื่อไทยมาก อ้างอาจผิดหวังไม่แก้ไขปัญหายามที่มีอำนาจแถมยังแพร่ข้อมูลจากวิกีลีกส์ที่อ้าง "ปณิธาน" พบ "ทูตอเมริกา"
8ก.ย.2554 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ประชาไท http://www.prachatai.comเผยแพร่บทความของนายใจ อึ้งภากรณ์ http://www.prachatai.com/journal/2011/09/36751ใจ อึ๊งภากรณ์: แกนนำเสื้อแดงไม่ยอมพูดความจริงทั้งหมดกับมวลชน ที่มา: เฟซบุ๊คใจ อึ๊งภากรณ์, 4 กันยายน 2554 มีรายละเอียดว่าในงาน "คอนเสิร์ตต้อนรับวันอิสรภาพ ลมหายใจที่ไม่แพ้" ของเสื้อแดงเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2554 ที่ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว แกนนำหลายคนได้แสดงจุดยืนเกี่ยวกับรัฐบาลใหม่ ซึ่งเราจะต้องนำมาวิเคราะห์ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เสนอว่า “คนเสื้อแดงเป็นกองหลัง เพื่อไทยเป็นกองหน้า” และบอกว่าคนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยต้องเกาะกันสนิท และเชื่อว่าคนของเราที่คุมอำนาจอยู่ ท้ายสุดสมบัติมีความหวังว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ จะนำคนที่สั่งฆ่าประชาชนมาขึ้นศาลประชาชน
นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ กล่าวว่า จะเดินหน้าหาทางประกันคนเสื้อแดงทั่วประเทศ 40 คนที่ยังถูกขังอยู่ และเสนออีกว่าต้องปรับวิธีทำงานของคนเสื้อแดง เน้นการขยายมวลชน บอกให้คนเสื้อแดงใจเย็นไปก่อน รอให้แกนนำนปช.กำหนดแนวทาง และมองว่าเราต้องปกป้อง “รัฐบาลของประชาชน" ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ บอกว่า คนเสื้อแดงต้องปกป้องรัฐบาลเพื่อไทยจากรัฐประหาร อย่างที่เคยเกิดกับรัฐบาลพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน และฆาตกรที่สั่งฆ่าประชาชนยังมีตำแหน่งและลอยนวล เราไม่ควรลืม
นายใจระบุว่า แกนนำเหล่านี้เป็นคนที่กล้าหาญเสียสละและต่อสู้มานาน แต่ตอนนี้พวกเขามีแนวโน้มที่จะไว้ใจรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมากเกินไปว่าจะแก้ไขวิกฤตการเมือง เช่น เรื่องการนำคนสั่งฆ่าประชาชนมาขึ้นศาล โดยไม่มีการวิเคราะห์เลยว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมจะปรองดองยอมจำนนต่อทหารแค่ไหน ไม่เตรียมมวลชนสำหรับการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมเลย ซึ่งเราอาจต้องสู้เพื่อกดดันรัฐบาล หรืออาจต้องถึงกับคัดค้านรัฐบาลในบางเรื่องด้วย แกนนำเหล่านี้มองว่า คนเสื้อแดงต้องไว้ใจรัฐบาลให้โอกาสรัฐบาล และใจเย็นรอเป็นปีๆ เพื่อให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ
นายใจ ระบุด้วยว่า การพูดแบบนี้เป็นการเสนอมุมมองว่าเสื้อแดงเป็นแค่ “กองเชียร์” หรือ “ลูกน้อง” ของรัฐบาล แทนที่เสื้อแดงจะเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อความยุติธรรมและ ประชาธิปไตย การเสนอว่าเสื้อแดงควรใช้เวลาตอนนี้ในการขยายเครือข่ายมวลชน เป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือไม่ระบุว่าการขยายมวลชนเสื้อแดง ควรเน้นไปที่ไหน ไม่พูดถึงความสำคัญของขบวนการแรงงาน พูดแค่ว่าเราควรหามิตรให้มากที่สุด ซึ่งอาจหมายความว่าต้องไปจับมือกับเสื้อเหลืองหรือเปล่า ยิ่งกว่านั้นการเสนอให้ขยายเครือข่ายมวลชน โดยไม่ขยายผลงานในรูปธรรมของคนเสื้อแดงพร้อมๆ กัน เช่น เรื่องการเคลื่อนไหวให้ยกเลิก ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , การเลิกคดีคนเสื้อแดง, การปลด ผบ.ทบ., หรือการแจ้งความกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในคดีฆ่าประชาชน จะทำให้ขยายมวลชนอยากมาก เพราะเราจะต้องมีผลงานรูปธรรมไปเสนอกับคนที่ยังไม่เป็นคนเสื้อแดงเพื่อให้มาเป็นพวก
“บางคนอาจบอกว่าถ้าเรารุกสู้แบบนั้น เราจะดึงเสื้อเหลืองมาเป็นมิตรไม่ได้ ถ้าคิดอย่างนั้นก็เท่ากับคิดยอมจำนนกับอำมาตย์ เพื่อนำเสื้อเหลืองมาเป็นมิตร ความคิดแบบนี้จะนำเราไปสู่ความพ่ายแพ้ แกนนำเสื้อแดงพูดถูกเวลาบอกว่าเราต้องปกป้องรัฐบาลจากรัฐประหาร แต่ถ้าเราเน้นบทบาทของเสื้อแดงไว้แค่นี้ และปลุกให้คนกลัวรัฐประหารมากเกินไป จะทำให้เรามองข้ามความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลเพื่อไทยทำข้อตกลงกับทหารอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้มีการทำรัฐประหาร เช่นการสัญญาว่าจะไม่ปลดพล.อ.ประยุทธ์ ,ไม่แก้ไขปัญหา ม.112 หรือไม่นำคนสั่งฆ่าประชาชนมาขึ้นศาล ถ้าเราไม่ระวังการพูดแต่เรื่องรัฐประหารจะกลายเป็นข้ออ้างในการเสนอว่าเสื้อ แดงควรใจเย็นไม่เคลื่อนไหวเพื่อทวงความยุติธรรมต่างๆ เลย”นายใจระบุ
นายใจ ยังระบุว่า แกนนำคนเสื้อแดงเหล่านี้พูดในทำนองว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่มีหนี้บุญคุณกับคนเสื้อแดงเลย ไม่พูดในลักษณะต่อรองว่าคนเสื้อแดงจะสนับสนุนรัฐบาล ต่อเมื่อรัฐบาลตอบสนองความต้องการของเราในเรื่องความยุติธรรม การสนับสนุนรัฐบาลต้องมีเงื่อนไขเสมอ
“ ในเรื่องคดี 112 หรือกฏหมายเผด็จการ 112 ไม่มีการพูดอะไรเลย ทั้งๆ ที่รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยสองคนประกาศว่าจะใช้ 112 ในลักษณะเข้มงวดมากขึ้น ถ้าเลือกที่จะมองข้ามปัญหานี้ ก็เท่ากับเลือกที่จะมองข้ามอำนาจนอกระบบของอำมาตย์ ” นายใจกล่าว
นายใจ กล่าวต่ออีกว่า เวลาแกนนำอย่างนายสมบัติและนายจตุพรพูดว่า “คนเสื้อแดงเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและเป็นเจ้าของรัฐบาล” เราต้องถามว่าจริงแค่ไหน ? หรือว่าในความเป็นจริงทหารและแนวร่วมอำมาตย์ เพียงแต่ยอมให้เราลงคะแนนเสียงเลือกรัฐบาลเท่านั้น ในขณะที่เขาถืออำนาจดิบอยู่ในมือ เพื่อบังคับไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงแท้จริงในสังคมไทย
“ คนเสื้อแดงไม่ควรรอโดยไม่ทำอะไร เราควรตั้งวงถกเถียงแลกเปลี่ยนเรื่องแนวทางการต่อสู้ เราควรจะมีตารางเวลาในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เราระบุต่อสังคมให้ชัดเจนและเรียกร้องต่อรัฐบาล เราต้องพูดถึง 112 และอำนาจทหารด้วย และเราควรจะนำข้อสรุปต่างๆ ของเราไปยื่นให้กับแกนนำนปช. เพื่อให้ขบวนการเสื้อแดงมีความเป็นประชาธิปไตย คนเสื้อแดงระดับรากหญ้าควรจะเป็นเจ้าของนโยบาย นปช. ไม่ใช่นั่งรอให้แกนนำสั่งการลงมาอย่างเดียว และอย่าลืมว่าถ้าเรายิ่งนั่งรอนานเท่าใด ขบวนการของเราจะอ่อนแอลงมากขึ้นเท่านั้น เรายิ่งหลงไว้ใจรัฐบาลมากเท่าใด เราจะยิ่งผิดหวังเท่านั้น”นายใจระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เว็บไซต์ประชาไท ยังเปิดเผยใน http://www.prachatai.com/journal/2011/09/36781 หัวข้อ Home ‘วิกิลีกส์’ เผย ‘ปณิธาน’ แจงทูตสหรัฐฯ ‘จาตุรนต์’ และ ‘ธงชัย’ เป็นมันสมองให้เสื้อแดง โดยมีใจความสำคัญว่า เว็บไซต์นี้ระบุเผยแพร่ข้อมูลนี้เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2554 ระบุว่า เว็บไซต์วิกิลีกส์ ตีพิมพ์โทรเลขสถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ลงวันที่ 22 มกราคม 2553 เปิดเผยบทสนทนาระหว่างนายปณิธาน วัฒนายากร อดีตโฆษกรัฐบาลในสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายเอริค จี จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฝักฝ่ายต่างๆ ในกลุ่ม นปช. โดยนายปณิธานวิเคราะห์ว่า นปช. แบ่งได้เป็นสามฝ่าย โดยกลุ่ม ‘แดง-ปัญญาชน’ มี จาตุรนต์ ฉายแสง และธงชัย วินิจจะกูล อดีต ‘ซ้ายเก่า’ เป็นแกนนำ
โทรเลขหมายเลข 10 BANGKOK 178 ระบุว่า ในระหว่างการเข้าพบของปณิธาน วัฒนายากร กับ เอริค จี. จอห์น เอกอัคราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ณ ที่รับรองของสถานทูตสหรัฐ ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2553 นายปณิธานได้วิเคราะห์ฝักฝ่ายต่างๆ ที่อยู่ในกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่าประกอบไปด้วยสามกลุ่ม กลุ่มแรก เป็นกลุ่มที่อยู่ใน “สปอตไลท์” ของสื่อ และเป็นหน้าตาของกลุ่ม นปช. เขามองว่า กลุ่มนี้ “อยากดัง” (sought out the limelight) ใช้จ่ายเงินเยอะ แต่ลงแรงน้อย
กลุ่มที่สอง นายปณิธานระบุว่า เป็นกลุ่มแนวหน้าระดับล่าง (foot soldiers) ที่ได้รับการจัดตั้งในท้องถิ่นและเป็นอิสระจากกันส่วนกลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มปัญญาชน ที่ประกอบไปด้วย “อดีตนักกิจกรรมและอดีตคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีเป้าหมายทางการเมืองในระยะยาว” ที่มีจุดประสงค์มากกว่าแค่ให้พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับมามีอำนาจได้ และยังกล่าวอีกว่า กลุ่มนี้ไม่ได้สนใจพรรคเพื่อไทยและสองกลุ่มแรกมากนัก
โทรเลขสถานทูตสหรัฐฯ ยังอ้างคำกล่าวของนายปณิธานซึ่งอธิบายให้นายเอริค จี จอห์น ฟังว่า ในค่ายนี้ ยังมีอดีตนักศึกษาของนายปณิธานรวมอยู่ด้วย (เนื่องจากนายปณิธานเคยเป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ มาก่อน) และเสริมว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ และนายธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ประเทศสหรัฐฯ ยังเป็นหนึ่งในกระดูกสันหลัง (backbone) ของเสื้อแดงกลุ่มนี้
นอกจากนี้ นายปณิธานยังอธิบายในโทรเลขว่า กลุ่มนี้ ได้รวบรวมเอามันสมองที่ดีที่สุด (Finest mind) ในขบวนการเสื้อแดงไว้ด้วยกัน และนายปณิธานยังชี้ว่า การตั้งคำถามของกลุ่มนี้ต่อประเด็นสถาบันกษัตริย์และการสืบราชสมบัติ จะเป็นประเด็นสำคัญมาก “ถ้าหากกลุ่มนี้ตั้งใจจะใช้พลังงานในการมุ่งเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับปรุงสถาบันมากกว่าที่จะมุ่งโค่นล้ม และเสริมสร้างกระบวนการประชาธิปไตยโดยรวม ก็จะเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของประเทศไทยได้” โทรเลขดังกล่าวระบุ



