
'ถวิล'โดนเด้งขรก.สมช.เสียขวัญอื้อ
"รองเลขาฯสมช."ยอมรับลูกน้องเสียขวัญ หลัง "ถวิล" โดนเด้ง ครวญถ้าระดับรองโดนด้วยระบบจะอยู่อย่างไร แฉมีขรก.ใช้การเมืองปูทางขึ้นสู่ตำแหน่ง
ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ก.ย. 2554 นายอนุสิษฐ คุณากร นายอดิศักดิ์ ตันยากุล และนายสมเกียรติ บุญชู รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ได้เดินทางมาเข้าพบ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี ที่ตึกบัญชาการ โดยใช้เวลาหารือกันประมาณ 30 นาที ทั้งนี้ภายหลังการหารือ นายอนุสิษฐ ได้เปิดเผยว่า ตนและรองเลขาฯสมช.ทั้ง 3 คน ได้เดินทางมาเข้าพบรองนายกฯ เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ที่เกี่ยวกับงานด้านความมั่นคงเท่านั้น ไม่ได้มีการพูดคุยเพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสมช.ใดๆ เลยทั้งสิ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการมายื่นหนังสือเปิดผนึกเกี่ยวกับอนาคตของ สมช.ต่อ พล.ต.อ.โกวิท ภายหลังการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาฯสมช.ด้วยหรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ไม่ใช่ ไม่ได้มีการยื่นหนังสือ ซึ่งได้มีการรายงานต่อรองนายกฯเพียงว่า ขณะนี้นายอดิศักดิ์เป็นผู้รักษาราชการแทนอยู่ ซึ่งอยู่ภายใต้คำสั่งเดิม และได้มาบอกถึงแผนเตรียมความพร้อม เพื่อฝึกซ้อมแผนป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยในวันที่ 14 - 16 ก.ย.นี้ รวมถึงเรื่องภาคใต้ที่สำคัญๆ เพราะทั้งนี้ตัวนโยบายที่จะต้องกำหนดในส่วนของความชัดเจน ใกล้จะถึงขั้นตอนที่จะต้องเสนอให้สมช.พิจารณา ถึงเรื่องการหลบหนีเข้าเมือง ก็เท่านั้น
เมื่อถามว่า ตำแหน่งระดับรอง ที่มีการปรับเปลี่ยนนั้น นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ไม่มี พร้อมถามกลับว่า จะมีการปรับเปลี่ยนด้วยเหรอ คงไม่ เพราะถ้ามีการปรับเปลี่ยน แล้วตนจะไปอยู่ที่ไหน ถ้าเปลี่ยนรองฯ ก็เปลี่ยนกันได้ทั้งหมด แล้วจะยังไงกัน แล้วระบบราชการจะอยู่แบบไหน เมื่อถามว่า นอกจากหารือในเรื่องงานส่วนที่จะดูแล ในช่วงที่มีช่องว่างในตำแหน่งเลขาฯสมช.อยู่ ทั้งนี้จะมีการดำเนินการอย่างไร นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ขณะนี้ก็มอบให้นายอดิศักดิ์ ดูแลทั้งหมด และขอให้รองเลขาฯสมช.ทั้ง 3 คนช่วยกันในการทำงาน เพราะมีงานสำคัญ ที่นายถวิลได้วางแผนไว้อยู่เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางทะเล ความมั่นคงในมิติใหม่ๆ การเข้าไปร่วมในภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล และในระยะเวลาที่ต้องมีการทบทวน ถึงบทบาทของหน่วยงานทางทะเล ที่จะต้องทำหน้าที่เหล่านี้
นายอนุสิษฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการเข้าร่วมในการเป็นรัฐชายฝั่ง การเข้าร่วมการดูแลช่องแคบมะละกา และยังมีหลายเรื่องที่สำคัญที่ได้เรียนต่อรองนายกฯไปในวันนี้
เมื่อถามว่า รองเลขาฯสมช.ทั้ง 3 คน ได้สะท้อนถึงขวัญกำลังใจ และความรู้สึกนึกคิด ของข้าราชการสมช.ภายหลัง ที่มีการโยกย้าย นายถวิล หรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ก็มี เราก็คุยกัน และรองนายกฯ ก็ได้ให้แนวทางว่า เราเป็นข้าราชการก็ต้องทำงานให้เต็มที่ เพื่อเป็นเครื่องวัดว่า สิ่งที่เราทำเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ฉะนั้นการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ก็ตาม ตนคิดว่าสังคมรับรู้และเข้าใจ ทั้งนี้รองนายกฯ ก็ได้ให้นโยบายว่า ท่านจะดูแลในส่วนงานด้านความมั่นคงอย่างเต็มที่ โดยขอให้ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองเป็นหลักต่อไป ทั้งนี้ไม่ต้องห่วงในส่วนเรื่องการดูแลเรื่องดังกล่าวเลย เพราะมันเป็นหน้าที่ของท่าน แต่สำหรับเรื่องการทำงานเพื่อร่วมมือกันในอนาคตนั้น รองนายกฯ จะลงมากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด โดยอะไรที่มีปัญหา ที่มีผลกระทบต่อองค์กร ท่านก็จะลงมาดูแลให้ใกล้มากที่สุด
เมื่อถามว่า มีความสับสนบ้างหรือไม่ ในส่วนของการโยกย้าย เพราะคนที่กำกับดูแล ไม่ได้เป็นคนสั่งการ แต่กับเป็นอีกคนหนึ่งแทน นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะผู้ใหญ่ต้องไปคุยกันเอง ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจ และตอบแทนผู้ใหญ่ไม่ได้ โดยเรื่องนี้ต้องลองถามรองนายกฯ กันเอาเอง เมื่อถามว่า ได้ฝากอะไรในเรื่องขวัญและกำลังใจ ต่อเจ้าหน้าที่บ้างหรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ฝากไว้ ตนคิดว่าความเป็นข้าราชการนั้น เราทำงานมา เรามีวัฒนธรรมองค์กร และความเป็นมืออาชีพ โดยต้องสะสมประสบการณ์ทางด้านความมั่นคง ถึงแม้มุมมองของกระทรวง ทบวง และกรมอื่น อาจจะมองว่ามีจุดอ่อนอยู่บ้าง แต่ที่แน่ๆ ตนคิดว่า ความเป็นมืออาชีพด้านความมั่นคง เจ้าหน้าที่ในสมช.ไม่น้อยหน้ากว่าใครแน่นอน ทั้งนี้ก็เชื่อว่า เราดูแลชาติและปกป้องบ้านเมืองด้วยหลักนิติรัฐ และคุณธรรม ทั้งสิ้น
เมื่อถามว่า นายถวิลได้ฝากอะไร ถึงรองนายกฯ ไว้หรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า เราเป็นข้าราชการ ไม่ว่าท่านจะฝากหรือไม่ฝากก็ตาม เราก็ทำหน้าที่อย่างนี้มาโดยตลอด ซึ่งตอนที่คุยกับนายถวิลนั้น เราก็ถือว่า ท่านเองเป็นทั้งผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงานกัน มาตั้งแต่เด็กๆ ฉะนั้นวัฒนธรรมของเรา แทบไม่ต้องมาฝากฝั่งกันเลย เพราะเราทำงานได้และทำงานเป็น ทั้งนี้ตนเชื่อว่า ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นเลขาฯสมช.เราก็ทำงานด้วยได้ทั้งนั้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เราก็เป็นอย่างนั้นมาโดยตลอด
เมื่อถามว่า ถ้ามีการปรับคนนอกมานั่งในตำแหน่งเลขาฯสมช.ในระดับรองเลขาฯ จะรับได้หรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า เรารับได้มาโดยตลอดอยู่แล้ว แต่ยิ่งดีกว่านั้นคือ ในระยะต่อไปขอให้เชื่อมั่นว่า สมช.เราจะไม่ไปสนับสนุน หรืออยู่ฝายใดฝ่ายหนึ่ง หรือพรรคใดพรรคหนึ่ง อย่างแน่นอน เพราะ สมช.เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง เป็นข้าราชการ ทั้งนี้ตนต้องเรียนว่านายกรัฐมนตรี เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ท่านสั่งการอะไร เราก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเป็นการสั่งการ โดยชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองมองว่า บางบุคคลมักเป็นเครื่องไม้ เครื่องมือทางการเมือง นายถวิล จะเป็นรายสุดท้ายในสถาบันสมช.หรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ตนไม่รู้จะฝากอย่างไร แต่ความหวังของตนคิดว่า ข้าราชการทุกส่วนหวังอย่างนั้น แต่จะมีข้าราชการบางส่วนที่ตนคิดว่า การเมืองถูกข้าราชการใช้มากกว่า ในการปูทางเข้าสู่ตำแหน่ง ซึ่งจริงๆแล้วระบบคุณธรรม มีกระบวนการรองรับอยู่แล้ว เพราะการเติบโตมาแต่ละขั้นตอน จะมีระบบคุณธรรมการตรวจสอบคุณสมบัติที่ชัดเจนอยู่แล้ว
ทั้งนี้ตนคิดว่าสำนักงานข้าราชการพลเรือน(กพ.) ได้วางกฎเกณฑ์เหล่านี้ เป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าถ้าการเมืองไม่ได้ให้ความสำคัญกับระบบต่างๆ เหล่านี้ ตนคิดว่าการเมืองก็มองว่า ข้าราชการเป็นส่วนหนึ่ง ของการทำงานเพื่อซับพอร์ตการทำงานของนโยบาย ซึ่งสมช.ก็ทำอย่างนั้นมาตลอด
เมื่อถามว่า รองนายกฯ ได้ให้ความมั่นใจหรือไม่ว่า จะไม่มีการโยกย้ายรองเลขาฯสมช.ทั้ง 3 คนอีก นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ตนว่าต้องถามรองนายกฯ เพราะไม่ได้บอกกับเรา แต่อย่างที่เรียนว่า ท่านจะดูแลงานของเรา และดูแลคนของเราอย่างเต็มที่ เหมือนพี่เหมือนน้อง ถ้ามีอะไรก็ให้เปิดอกพูดจาคุยกัน และมีปัญหาอะไรก็มาพบท่านได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ตนจะกลับไปเรียนกับน้องๆ ทุกท่านว่า รองนายกฯ ได้เปิดโอกาสตรงนี้ไว้ให้ ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ในยุคนี้ก็ว่าได้
เมื่อถามว่า มีเจ้าหน้าที่และข้าราชการขวัญเสีย ในเรื่องนี้บ้างหรือไม่นั้น นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ก็มีเป็นธรรมดา เราพี่น้องกัน เติบโตมาด้วยกัน ก็ต้องมีขวัญเสียบ้าง



