
คืนธรรมชาติสู่ทะเลไทย
คืนธรรมชาติสู่ทะเลไทย : เรื่อง พัชราภรณ์ พลายงาม
ครั้งหนึ่งเสียงปืนของกลุ่มนายทุนดังสนั่นลั่นหมูบ้านป่าคลอก จังหวัดภูเก็ต ทำให้ต้องสูญเสียแกนนำผู้อนุรักษ์พื้นที่หญ้าทะเลผืนสุดท้ายของอ่าวพังงา เพื่อก่อกำเนิดพันธุ์พืชและสัตว์ทะเลต่อไป บริษัท ควิกซิลเวอร์ ประเทศไทย จำกัด จะเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสิ่งดีดีกลับคืนสู่สภาพแวดล้อมให้แก่ท้องทะเลไทยอีกครั้ง
ไพทูล แพนชัยภูมิ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ภูเก็ต เผยว่า อ่าวป่าคลอกอยู่ใน ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จังหวัดภูเก็ต และเป็นส่วนหนึ่งของอ่าวพังงา ซึ่งเป็นแหล่งหญ้าทะเลและเป็นทรัพยากรชายฝั่งที่อยู่ในระดับที่สมบูรณ์มาก มีตัวชี้วัดความสมบูรณ์ คือ ปลาพะยูนที่เข้าหามากินในอ่าวป่าคลอกบ่อยครั้ง จากการสำรวจของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล พบว่าอ่าวป่าคลอกมีทรัพยากรมากที่สุด ทั้งป่าชายเลนและแนวหญ้าทะเล ที่มีเนื้อที่ถึง 1,780 ไร่ พบหญ้าทะเลสำคัญ 8 ชนิด ได้แก่ หญ้าใบมะกรูด หญ้าคาทะเล หญ้าชะเงาเต่า หญ้าเงาแคระ หญ้าชะเงาใบมน หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย และหญ้ากุยช่ายทะเล ต่อมาเกิดการบุกรุกเพื่อทำธุรกิจกุ้งกุลาดำและกิจการรีสอร์ท ทำให้สูญเสียระบบนิเวศน์ไปเป็นจำนวนมาก
อีกเสียงหนึ่งของ จรุณ ราชพล ผู้แกนนำภายใต้ชื่อกลุ่มว่า กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งบ้านป่าคลอก บอกเล่าว่า เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ทะเลอ่าวป่าคลอกประสบกับปัญหาครั้งใหญ่ ทะเลถูกทำลายจากเรืออวนรุน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผิดกฎหมาย ลักลอบเข้ามาในเขตหวงห้าม 3,000 เมตร จึงแจ้งกับหน่วยงานภาครัฐให้เข้ามาตรวจสอบ และเป็นเหตุให้แกนนำคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิต ถึงกระนั้นก็ถูกละเลย สุดท้ายจึงได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการ จึงมีโอกาสเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทำให้มีการวางแนวเขตที่ชัดเจนมากขึ้น
คงไม่มีใครปฏิเสธว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญของการดำรงชีพ หากแต่ทุกคนต้องช่วยกันปกป้องดูแล เพราะนอกจากจะมีไว้ให้ลูกหลานได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้แล้ว ยังคงไว้เพื่อเผ่าพันธุ์ของสัตว์ทะเล แต่ทว่าการตอบแทนธรรมชาติก็คงเป็นเรื่องที่เรา ควรช่วยกันออกแรงฟื้นฟูระบบนิเวศอีกครั้ง



