ข่าว

'เหยียดผิว+ความยากจน'(2)

'เหยียดผิว+ความยากจน'(2)

09 ก.ย. 2554

เรือนชานบ้านเมือง : 'เหยียดผิว + ความยากจน' นำไปสู่การ 'จลาจลเผาบ้านเผาเมือง' (2) โดย...ภัทรพล เวทยสุภรณ์

         เมื่อมนุษย์มีความแตกต่างกันในเรื่องสีผิวก็ก่อให้เกิดการ “เหยียดผิว” และนำมาซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เป็นปฏิปักษ์ต่อกันเกิดการแก่งแย่งผลประโยชน์หรือกีดกันกัน ว่าคนหนึ่งมีสถานภาพทางสังคมต่ำต้อยกว่าอีกคนหนึ่ง ดังจะเห็นได้ว่าคน “ผิวขาว” ในบางประเทศถือว่าคน “ผิวสี” เป็นคนชั้นต่ำ ไม่มีสิทธิเท่าเทียมกันในด้านต่างๆ ทั้งๆ ที่ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ แต่ไม่เคยมีการพูดจากันอย่างจริงจังเลยสักครั้งเพื่อแก้ไขปัญหาในการ “เหยียดผิว” เลย จะเห็นได้ว่าไม่เคยมีการปรึกษาหารือกันว่ามีปัญหาอย่างไร และจะแก้ปัญหากันอย่างไร 

         สำหรับเหตุ “จลาจลเผาบ้านเผาเมือง”  ใน 11 จุด ทั่ว “ลอนดอน” และในหลายพื้นที่บนเกาะ “อังกฤษ”  ถือได้ว่าเป็นการสะท้อนความล้มเหลวทางด้าน “ศีลธรรม” และ “จริยธรรม” ในสังคม “อังกฤษ” ได้เป็นอย่างดี จนถือได้ว่าวิกฤติการณ์ดังกล่าว เป็นการท้าทายความสามารถครั้งสำคัญของนายกรัฐมนตรีคาเมรอน ต้องมาเจอศึกหนัก อันเป็นปัญหาใหญ่จากกลุ่มวัยรุ่น “ผิวสี” ที่ลุกฮือก่อเหตุจลาจลอย่างรุนแรง จะเห็นได้ว่าการขาดซึ่ง “ศีลธรรม” และขาดการยับยั้งชั่งใจของเด็กวัยรุ่น “ผิวสี” เหล่านี้ ย่อมมีเหตุมาจากการขาดการอบรมดูแลจากผู้ปกครอง อีกทั้งยังขาดกระบวนการให้ความรู้ การศึกษาและอบรมทาง “จริยธรรม” ตลอดจน “คุณธรรม”   

         นอกจากนี้ ยังถูกซ้ำเติมจากปัญหาเศรษฐกิจและการเหยียด “สีผิว” ซึ่งเหตุปัจจัยเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นจุดอ่อนด้อยในการดำรงชีวิตอยู่ในโลกของ “ทุนนิยม” ที่น่าสลดใจ คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาวัยรุ่นชายอายุ 16 ปี คนหนึ่งในข้อหาฆาตกรรมนาย “ริชาร์ด แมนนิงตัน โบเวส”  ซึ่งถูกทำร้ายจนเสียชีวิตขณะเกิดเหตุจลาจล และก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ตั้งข้อหาวัยรุ่นหนุ่มอายุ 17  ปี ในข้อหาฆาตกรรมชาย 3 คน อีกทั้งมีเด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุ 15  ปี ก็ถูกตั้งข้อหาปล้นทรัพย์ ข่มขืนและทำร้ายร่างกายเด็กหญิงวัย 13 ปี บนถนนในที่สาธารณะขณะเกิดเหตุวุ่นวายในกรุง “ลอนดอน” 

         หากเปิดใจให้กว้างจะเห็นได้ว่าปัญหาการ “เหยียดผิว” เป็นเรื่องที่สืบเนื่องกันมายาวนานนับพันปีจากชาติพันธุ์ของมนุษย์ หากพิจารณาตาม “สีผิว” ก็จะแบ่งเป็นสามกลุ่ม คือ “ผิวขาว” (Corcasoid) “ผิวเหลือง” (Mongoloid) และ “ผิวดำ” (Nigroid) คงต้องยอมรับนะครับว่ามนุษย์มีธรรมชาติข้อหนึ่งซึ่งไม่ค่อยจะดีนัก คือ การ “เหยียดสีผิว” รวมทั้งการเหยียดคนที่ต่ำต้อยกว่าตนโดยเฉพาะคนที่ต่าง “สีผิว” กับตน ความคิดในลักษณะ “เหยียดผิว” เช่นนี้ จะหนักหรือเบาก็ขึ้นอยู่กับระดับการอบรมบ่มนิสัย เพาะจิตใจของคนผู้นั้น ตลอดไปจนถึงการศึกษา  

         เมื่อยามเศรษฐกิจดี คน “ผิวขาว”  ก็เอาคน “ผิวสี” ไปทำงานระดับล่าง แต่เมื่อยามเศรษฐกิจตกต่ำ ทุก “ผิวสี” ต่างเดือดร้อนกันไปหมด แม้แรงงาน “ผิวสี” จะต้องทนทุกข์ยากลำบากมากกว่าแรงงาน “ผิวขาว” ก็ตาม แต่คน “ผิวขาว” ก็ยังไปโทษว่าแรงงาน  “ผิวสี” เป็นต้นตอปัญหา มาทำให้พวกตนตกงาน  หรือหางานทำยากลำบาก ทีนี้ละครับ อารมณ์แค้นเคืองต่อคน “ผิวสี” โดยเฉพาะกลุ่มที่อนุรักษ์ “อัตลักษณ์” ของพวกเขาไว้อย่างเหนียวแน่น เช่น “อังกฤษ” ความขัดแย้งก็จะปะทุขึ้นได้ง่าย

         เมื่อ “ดูหนังดูละคร” แล้วค่อยย้อนกลับมาดูตัว ในบ้านเราก็เช่นเดียวกันจำเป็นต้องบริหารจัดการแรงงานต่างชาติ ตลอดจนวัฒนธรรมที่เกี่ยวพันกับคนต่างชาติที่เข้ามาหางานทำในประเทศของเรา อีกทั้งยังต้องปลูกจิตสำนึกในความเท่าเทียมกันในฐานะความเป็น “มนุษย์” ที่จะทำให้คนไทยกับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ ไม่ใช่ถูกกดขี่ขูดรีดเสียจนเคียดแค้นชิงชังคนไทยอย่างเช่นในปัจจุบัน

         สำหรับเหตุการณ์ “จลาจลเผาบ้านเผาเมือง” ใน “อังกฤษ” ถึงแม้จะสงบลงแล้วก็เป็นการชั่วคราว เพราะตราบใดที่ยังคงมีการ “เหยียดผิว + ความยากจน”  อันเป็นผลมาจาก “สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย” บรรดาคนยากจน “ผิวสี” ที่กำลังถูกดูแคลนความเป็น “มนุษย์” ก็จะก่อการประท้วงขึ้นอีกอย่างแน่นอนครับ