
'ปุระชัย'แนะ'แม้ว'กลับบ้านสู้คดี
'ปุระชัย' ปลุกวิญญาณ 'ทักษิณ' กลับบ้านสู้คดีกอบกู้เกียรติยศ-ศักดิ์ศรี ย้ำอย่าใช้วิธีพิเศษ เตือนรบ.ตั้ง ผบ.ตร.นามสกุลดัง อย่าใช้อำนาจเพื่อตัวเอง ปูด ก.ตช.การเมืองล๊อบบี้ได้ เห็นใจ 'ถวิล' ลูกหม้อสมช. อยากเกษียณที่เดิม
8 ก.ย.54 ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเงา พรรคประชาธิปัตย์ อ้างเหตุการณ์ยกฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษนายสุรินทร์ แสงขำ เมื่อปี 2543 ในสมัยที่ ร.ต.อ.ปุระชัย ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย
และกำกับดูแลกรมราชทัณฑ์ในขณะนั้นว่า จำรายละเอียดที่ชัดเจนของเรื่องนี้ไม่ได้เพราะผ่านมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ในอดีตกฎหมายให้อำนาจ รมว.มหาดไทย ทำความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี กรณีกลุ่มบุคคลถวายฎีกาขออภัยโทษ ซึ่งเป็นการพิจารณาเป็นรายๆ ซึ่งกรณีของนายสุรินทร์นั้น กระทรวงมหาดไทยได้เสนอความเห็นยกฎีกา โดยให้เหตุผลว่านายสุรินทร์หลบหนีคดี และไม่สำนึกผิด
ซึ่งคดีได้ผ่านกระบวนการยุติธรรม จนถึงชั้นศาลฎีกา เป็นที่ยุติได้ว่า นายสุรินทร์ได้กระทำความผิดตามฟ้อง และเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริง ในส่วนที่ได้หลบหนี แสดงให้เห็นว่าไม่มีความสำนึกผิด ข้ออ้างจึงฟังไม่ได้ ไม่มีเหตุผลในการสนับสนุน ให้อภัยโทษจึงเห็นควรยกฎีกา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้จะเป็นบรรทัดฐาน เพราะในการพิจารณาฎีกาขออภัยโทษต้องพิจารณาแต่ละกรณีเป็นรายๆ และผลในการขออภัยโทษตามลำดับนั้น ขั้นตอนสุดท้ายจะอยู่ที่พระราชอำนาจ
เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวว่า โดยส่วนตัวเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ควรกลับมาสู้คดีที่ค้างอยู่ให้จบ เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าได้ทำงานมาถูกต้อง รอบคอบหรือไม่ และถ้าไม่ได้ทำความผิดตามที่ต้องมาเป็นจำเลยขึ้นศาลวันข้างหน้าจะได้ฟ้องกลับได้ ในฐานะฟ้องเท็จ การมาขึ้นศาลไม่ใช่เรื่องของการแพ้ชนะ แต่เป็นการแสดงความเป็นสุภาพชน ที่กล้าขึ้นศาล เป็นการเรียกเกียรติและศักดิ์ศรีกลับคืนมา
"ผมเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และเรียนจนจบปริญญาเอกด้านการบริหารงานยุติธรรม (ทางอาญา) รู้กระบวนการดีทุกอย่าง ซึ่งคนที่จบสาขานี้มาต้องกล้าที่จะสู้ เพราะเราได้รับการหล่อหลอมมาโดยตลอด ดังนั้นขอให้กลับมาสู้คดีเถอะอย่าใช้วิธีพิเศษ คนจบสาขานี้ต้องกล้าที่จะสู้ เพื่อเกียรติยศและศักดิ์ศรี ” ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า มีหลายคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องติดคุกก่อนเพราะคำพิพากษาศาลถึงที่สุดแล้ว ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวว่า ในเรื่องนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะตัดสินใจอย่างไรขึ้นอยู่กับท่าน ขอยกตัวอย่างกรณีของนายเนลสัน แมนเดนลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ติดคุกไม่รู้กี่คุก จนอายุ 80 ปีกว่าปีถึงได้เป็นผู้นำประเทศ อยากบอกว่าตรงนี้เป็นเรื่องของอุดมการณ์และหลักการ
เตือนรัฐตั้งผบ.ตร.อย่าใช้อำนาจเพื่อตัวเอง
ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวกรณีนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำว่า เป็นธรรมดาของลูกหม้อที่อยากอยู่ในหน่วยงานเดิมจนเกษียนอายุราชการ แต่หากจำเป็นต้องย้ายถ้าไปในตำแหน่งที่ดีขึ้นคงไม่มีใครปฏิเสธ ซึ่งเรื่องนี้ทำให้หลายหน่วยราชการออกกฎหมายเพื่อปกป้องตัวเอง แต่ไม่แน่ใจว่าสมช.มีกฎหมายรองรับหรือไม่
และนายถวิลสามารถไปฟ้องศาลปกครองได้ แต่จะมีผลอย่างไรก็อยู่ที่ศาลปกครอง แต่รัฐบาล มีพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ที่ให้อำนาจรัฐบาลแต่งตั้งโยกย้าย นอกหรือในฤดูกาล เพราะเป็นการใช้อำนาจในทางการบริหารได้
นอกจากนี้ ร.ต.อ.ปุระชัย กล่าวว่า คนที่เติบโตมาจากอายุราชการ ส่วนใหญ่ก็อยากถึงจุดเติบโตสูงสุดที่นั่น โดยเฉพาะหน่วยงานตำรวจ ในอดีตให้ย้ายไปกระทรวงมหาดไทยยังไม่ยอม แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกลับองค์กรตำรวจคือ เป็นหน่วยงานที่เหมือนกับก้อนน้ำแข็งที่รอยอยู่ในทะเล เพราะไม่สังกัดใครนอกจากนายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีเวลาดูแล จะมาก็เพียงแค่ประชุม ก.ตร. และ ก.ต.ช. ทำให้ตำรวจเป็นหน่วยงานที่ถูกการเมืองแทรกแซงมาตลอดตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ.2475 จนกระทั่งมีพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ที่กำหนดให้ ก.ต.ช. เป็นกลไกกลั่นกรองการแต่งตั้งผบ.ตร. , รองผบ.ตร. และนายตำรวจระดับ พล.ต.ต.ขึ้นไป แต่ก็แก้การแทรกแซงได้ไม่ 100%
ส่วนกรณีของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ทำหนังสือเสนอตัวมานั่งเลขา สมช. นั้น ร.ต.อ.ปุระชัย เห็นว่า เป็นการสมัครใจ ซึ่งวิธีการคือรัฐบาลกล่อมให้ยอมย้าย จึงไม่ขัดกับพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่ปกป้องการย้าย ผบ.ตร. ไปนั่งในหน่วยงานอื่น ส่วนขั้นตอนการสรรหา ผบ.ตร.คนใหม่ ก็ขึ้นอยู่กับ ก.ต.ช. โดย รอง ผบ.ตร.ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นแคนดิเดตได้ แต่สิ่งสำคัญรัฐบาลต้องระมัดระวังไม่ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์พวกพ้อง ซึ่งวันนี้ผบ.ตร.จะเป็นใครก็ตาม ต้องยึดหลักความยุติธรรม ความรู้ ความสามารถ อย่าให้เป็นเหมือนในอดีตหรือเป็นพวกพ้อง และต้องระมัดระวังการแต่งตั้งคนที่มีนามสกุลเดียวกัน เป็นอย่างมาก
สำหรับการลงมติในก.ต.ช. ที่ผ่านมา การเมืองสามารถเข้าไปล็อบบี้ได้หรือไม่ ร.ต.อ.ปุระชัย ยอมรับว่า ที่ผ่านมากรรมการก.ต.ช.โดยตำแหน่งจะโหวตในทิศทางเดียวกันกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ทราบว่าจะเรียกล็อบบี้หรือไม่แต่ตามปกติจะมีการพูดคุยกันก่อนนอกรอบ ขณะที่เสียงโหวตจากกรรมการก.ต.ช. สายผู้ทรงคุณวุฒิ ก็ไม่แน่ว่าจะโหวตในทิศทางใด
พท.ย้อนเคยอยู่ทรท.น่าจะรู้“ทักษิณ”ถูกกระทำ
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร.ต.อ.ปุระชัยควรย้อนกลับไปดูว่าสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณถูกดำเนินคดีนั้นอยู่ในยุคสมัยใด เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดการรัฐประหารแล้วมีการแต่งตั้งคนมาจัดการกับพ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้นคดีที่เกิดขึ้นจึงไม่เป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตย ไม่ได้เกิดจากระบบรัฐสภาของปวงชนชาวไทย ทั้งนี้ร.ต.อ.ปุระชัยก็เคยอยู่พรรคไทยรักไทยเหมือนกัน จึงน่าจะรู้อะไรเป็นอะไรได้ดี
"ยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ใช้วิธีพิเศษอะไร แต่เป็นผู้ถูกกระทำ และหลายสิ่งหลายอย่างก็ได้มีการพิสูจน์แล้วว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่มีความผิด เช่น คดีของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้คณะกรรมการคตส.บางคนยังถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดอีกด้วย หลังจากเที่ยวไล่ตรวจสอบคนอื่นแต่สุดท้ายกลับเป็นตัวเองที่ดำเนินการไม่โปร่งใสเสียเอง" นายประชา กล่าวและว่า
อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้ร.ต.อ.ปุระชัยนั้นพูดเพียงด้านเดียว เมื่อวันนี้ได้เป็นส.ส.เพียงคนเดียวของพรรครักษ์สันติแล้ว ก็อยากให้กลับไปเหลียวแลผู้สมัครคนอื่นๆ ของพรรคบ้าง ไม่ใช่ถีบหัวส่งหรือลอยแพเขาหมด



