ข่าว

9อำเภอนครสวรรค์จมบาดาล

9อำเภอนครสวรรค์จมบาดาล

08 ก.ย. 2554

สถานการณ์น้ำท่วม 9 อำเภอ ใน จ.นครสวรรค์ ยังขยายวงกว้าง ชาวบ้าน อ.ชุมแสง ได้รับความเดือดร้อนหนักปริมาณน้ำสูงกว่า 2 เมตร แม่น้ำวังทองท่วม ร.ร.วังพิกุล เร่งขนอุปกรณ์การเรียนหนี

        8 ก.ย.54 สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ของ จ.นครสวรรค์ ยังคงอยู่ในขั้นวิกฤตหนักในหลายพื้น โดยขณะนี้น้ำท่วมแล้วทั้งหมด 9 อำเภอ โดยที่ อ.ชุมแสง ยังเป็นพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมมากที่สุด โดยในหลายตำบลของ อ.ชุมแสง ระดับน้ำยังค่อนข้างสูงอย่างที่ ต.โคกหม้อ อ.ชุมแสง ระดับน้ำท่วมยังขยายวงกว้างเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนได้รับความเดือดร้อนหลายหลังคาเรือน ชาวบ้านหมู่ 6 ต.โคกหม้อ ต้องขนข้าวของและครอบครัวหนีน้ำท่วมมาอาศัยอยู่ริมถนนสายโคกหม้อ-ชุมแสง หลายครอบครัว

        ทั้งนี้ ชาวบ้านรายหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ขนย้ายข้าวของไม่ทันข้าวของเครื่องใช้ต้องจมน้ำเสียหายโดยระดับน้ำที่อยู่ในบ้านสูงกว่า 2 เมตร โดยในวันที่ 8 ก.ย.ได้เดินเข้าไปสำรวจสิ่งของที่ยังเอาออกมาได้ เช่น โต๊ะไม้ อุปกรณ์การเกษตร ซึ่งเกรงว่า ถ้าแช่น้ำนานจะเกิดความเสียหาย ส่วนการหลับนอนนั้นก็ใช้รถการเกษตรเป็นที่หลับนอนของครอบครัวซึ่งชาวบ้านต้องใช้ชีวิตอยู่ริมถนนอย่างนี้ไปจนกว่าน้ำจะลดลง

        ส่วนบริเวณสะพานโคกหม้อที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดเป็นความยาวกว่า 10 เมตร ทำให้สัญจรไปมาไม่ได้นั้น ทางด้านกรมทางหลวงชนบทได้นำสะพานเหล็กเคลื่อนที่มาให้ประชาชนใช้งานชั่วคราวจนกว่าระดับน้ำจะลดลงถึงจะทำการซ่อมแซมให้เป็นปกติ

        สำหรับปริมาณน้ำไหลผ่านที่จังหวัดนครสวรรค์ในเช้าวันที่ 8 ก.ย. แม่น้ำเจ้าพระยา มีน้ำไหลผ่าน 3,106 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที แม่น้ำน่าน 1,487 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที แม่น้ำปิงมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 659 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำอยู่ที่ 2,620 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

แม่น้ำวังทองท่วม ร.ร.วังพิกุล เร่งขนอุปกรณ์การเรียนหนี

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ของ จ.พิษณุโลก ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะแม่น้ำวังทอง ที่ไหลจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ได้ไหลเล่นตลิ่งเข้าในหลายตำบลของ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยที่ ต.วังพิกุล ระดับน้ำแม่น้ำวังทอง ได้ไหลเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ตั้งแต่เมื่อเวลา 05.00 น.วันเดียวกัน และไหลเข้าท่วมโรงเรียนวังพิกุล หมู่ 2 ต.วังพิกุล อ.วังทอง ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม. ทางคณะครู และนักเรียน ต้องช่วยกันขนของ อุปกรณ์การเรียน และหนังสือในห้องสมุดไว้ที่สูง และนำออกมาจากภายนอกกันอลม่าน

        นายประสงค์ อุ่นจันทร์ ผอ.โรงเรียนวังพิกุล กล่าวว่า น้ำแม่น้ำวังทอง ได้ไหลท่วมโรงเรียน ส่งผลให้นักเรียนต้องช่วยกันขนของกันอย่างหนัก โชคดียังไม่มีอะไรเสียหายมากนักและคาดว่าทางโรงเรียนต้องปิดเรียนไปจนกว่าระดับน้ำกลับเข้าสภาวะปกติ 

        ทั้งนี้ ระดับน้ำแม่น้ำวังทอง ได้ไหลไปจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ต้องลงสู่แม่น้ำน่าน แต่ระดับแม่น้ำน่านท่วมสูง ทำให้น้ำแม่น้ำวังทองไม่สามารถไหลได้ต้องย้อนกลับท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ของ อ.วังทอง ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารกองพลพัฒนาที่ 3 ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และเจ้าหน้าที่อำเภอวังทอง ได้ช่วยกันนำกระสอบทรายกั้นแม่น้ำ และช่วยกันขนข้าวของไปบนที่สูง อีกทั้งยังช่วยกันนำผู้สูงอายุออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วมอีกด้วย


แม่ล้นตลิ่งเข้าท่วม ทต.วังกรด

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.พิจิตร ยังคงอยู่ในระดับที่วิกฤติและเพิ่มพื้นที่น้ำท่วมใหม่ขึ้นมาอีก เมื่อแม่น้ำน่านที่ถูกชาวบ้านริมสองฝั่งแม่น้ำกั้นไม่ให้ล้นตลิ่งก็ตีวนย้อนกลับเข้าท่วมหมู่บ้านในเขตเทศบาลตำบลวังกรด อ.เมือง จ.พิจิตร และผสมเข้ากับน้ำป่าทำให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างขยายพื้นที่น้ำท่วมใหม่ออกไปอย่างต่อเนื่อง โดยระดับน้ำท่วมสูงบางจุดลึกกว่า 2 เมตร ชาวบ้านต้องนำรถอีแต๋น ออกมาใช้สัญจรไปมาแทนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีอยู่แทน เนื่องจากรถทั้ง 2 ชนิดไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้

        นอกจากนี้ คณะครูอาจารย์ของโรงเรียนพิจิตรปัญญานุกูลต้องนำที่นอนของนักเรียนขึ้นเรือท้องแบนขนเข้าไปในโรงเรียนด้วยความยากลำบาก เนื่องจากถนนถูกตัดขาดและถึงแม้ว่าในขณะนี้ทางโรงเรียนจะปิดการเรียนการสอน เพราะว่าทุกพื้นที่โดยรอบจะถูกน้ำท่วมและยากแก่การดูแลเด็กออทิสติก แต่ก็ยังจำเป็นต้องนำที่นอนของนักเรียนที่สั่งซื้อมาใหม่ไปเก็บไว้ในโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนได้ใช้เมื่อถึงวันเปิดเรียน

        สำหรับ จ.พิจิตรสรุปผลความเสียหายจากการเกิดอุทกภัยในพื้นที่สืบเนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น นกเตน ปกคลุมภาคเหนือทำให้ฝนตกติดต่อกันหลายวัน เป็นเหตุให้น้ำไหลหลากและเอ่อท่วมในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ขณะนี้รวม 12 อำเภอ 77 ตำบล 525 หมู่บ้าน 36,061 ครัวเรือน บ้านพัง 1 หลัง มีผู้เสียชีวิต 21 ราย จังหวัดได้มอบเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิต รายละ 25,000 บาท ถ้าเป็นหัวหน้าครอบครัวรายละ 50,000 บาท จำนวนถุงยังชีพที่มอบไปแล้วจำนวน 90,351 ชุด

        ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรนาข้าวเสียหาย 165,674 ไร่ พืชสวน 112 ไร่ บ่อปลา 3,377 บ่อ ถนนชำรุด 39 สาย รถเล็กผ่านไม่ได้ 4สาย ทางหลวงชนบท 10 สาย ท่อระบายน้ำ 4 แห่ง โรงเรียนถูกน้ำท่วม 84 แห่ง วัด 73 แห่ง

        ขณะที่ ระดับแม่น้ำยม ที่ อ.โพทะเล ระดับน้ำ 8.92 เมตร สูงกว่าจุดวิกฤติ 1.97 เมตร ส่วนระดับน้ำแม่น้ำน่านที่อำเภอเมืองพิจิตร ระดับน้ำ 11.44 สูงกว่าจุดวิกฤติ 1.23 เมตร สถานการณ์ฝนยังคงมีฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งจะทำให้มีน้ำไหลหลากเข้าพื้นที่จังหวัดฯ อีกระลอกหนึ่ง