
"ข้าว" เวียดนามชิงได้เปรียบไทย
"ข้าว" เวียดนาม จ่อส่งออกเบอร์ 1 โลก แทนไทย หลังนโยบายไม่ต่อเนื่อง และประสบภัยธรรมชาติ ขณะที่รัฐบาลสนแต่หาเสียง
ขณะนักการเมืองไทย กำลังใช้ "ข้าว" เป็นสินค้าหาเสียง ทั้งยังเถียงกันไม่เลิกว่า อย่างไหนดีกว่ากัน ระหว่างการรับจำนำ กับการรับประกันราคาข้าว ให้เกษตรกรผู้ยากไร้
แต่บรรดาผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์และชาวนาในเวียดนาม ไม่ยอมให้สิ่งเหล่านี้ มาเป็นปัญหารกสมอง เพราะพวกเขาคิดเพียงอย่างเดียวว่า ทำอย่างไร การส่งออกข้าว จะทะลุเป้าหมายเท่านั้น
แล้วก็ทำได้ดีเสียด้วย จากเป้าหมายที่วางไว้ไม่น้อยกว่า 7 ล้านตัน ในตลอดปี 2011 ซึ่งปรากฏว่าในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ เวียดนามส่งออกข้าวไปต่างประเทศแล้ว คิดเป็นปริมาณรวมเกินกว่า 5.3 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 11.4% และยังทำให้มีรายรับจากการส่งออกข้าวดังกล่าว คิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มากถึง 23.8% เลยทีเดียว
ด้วยเหตุนี้ ถ้าหากเวียดนามสามารถรักษาการขยายตัวของการส่งออกข้าวได้ในระดับนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปี 2011 ก็ย่อมจะทำให้การส่งออกข้าวของเวียดนาม ทะลุเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน เพราะในตลอดปี 2010 ที่ผ่านมา เวียดนามมียอดการส่งออกข้าวในปริมาณรวมถึง 6.75 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่าการส่งออกรวมมากกว่า 3,185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่ครั้นเมื่อตกมาในปี 2011 การส่งออกข้าวของเวียดนามเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 11.4% ทั้งยังมีรายรับเพิ่มขึ้นถึง 23.8% ด้วยแล้ว จึงทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ในตลอดปี 2011 เวียดนามจะมีปริมาณรวมการส่งออกข้าวถึง 7.5 ล้านตัน และคิดเป็นมูลค่าการส่งออกที่มากกว่า 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย
นอกจากนั้น แม้เวียดนามจะประสบกับภัยธรรมชาติทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง และภัยหนาว ตลอดช่วงกว่า 10 ปีมานี้ และหลายฝ่าย ทั้งในเวียดนามและต่างประเทศ เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการส่งออกข้าวของเวียดนามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ในเขตสาม เหลี่ยมปากแม่น้ำแดงในภาคเหนือและพื้นที่ในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงในภาคใต้ ซึ่งมีเนื้อที่ปลูกข้าวคิดเป็นสัดส่วน 18% และ 52% ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมดของประเทศตามลำดับ ต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วมทุกปีก็ตาม
แต่ทางการเวียดนาม ก็แก้ไขปัญหาการเสียหายจากภัยธรรมชาติ ด้วยการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงเป็นการทดแทน
จนในตลอดช่วงกว่า 10 ปีมานี้ ปรากฏว่า การพัฒนาพันธุ์ข้าวดังกล่าว ทำให้เกษตรกรชาวเวียดนามทั้งในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงและที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง สามารถเพิ่มผลผลิตของพวกตนขึ้น
จากเดิมได้มากกว่า 28% อย่างเช่น ในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงที่ภัยธรรมชาติเมื่อปี 2000 ทำให้เหลือผลผลิตข้าวตลอดปีเพียง 16 ล้านตันนั้น แต่ด้วยการพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างต่อ เนื่องของทางการเวียดนาม ก็ทำให้สามารถเพิ่มผลผลิตข้าวในเขตดังกล่าวขึ้นเป็นมากกว่า 21 ล้านตันในปี 2010 ถึงแม้ว่าที่นาในเขตดังกล่าว จะยังคงต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติเป็นประจำทุกปีก็ตาม
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการทุ่มเทให้กับการพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างไม่หยุดยั้ง และทำให้มีพันธุ์ข้าวอย่างหลากหลาย หรือมากกว่า 200 ชนิดแล้วในปัจจุบัน ก็ยังทำให้ทางการเวียดนามเชื่อมั่นว่า ผลผลิตข้าวในฤดูกาลประจำปี 2011 จะมีปริมาณรวมมากกว่า 41 ล้านตันอย่างแน่นอน หรือเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับปี 2010 ที่ผ่านมา โดยมีประสิทธิภาพการผลิตเฉลี่ยที่สูงถึง 5.25 ตันต่อพื้นที่ 1 เฮกตาร์ (6.25 ไร่) ในขณะที่ประสิทธิภาพการผลิตเฉลี่ยของไทยอยู่ที่ระดับ 2.97 ตันเท่านั้น
นี่เอง ที่น่าเชื่อว่า จะเป็นปัจจัยสำคัญ ในการช่วงชิงความได้เปรียบในการส่งออกข้าว เบอร์ 1 โลก ไปจากไทยด้วย ในท่ามกลางไทยกำลังประสบภัยพิบัติจากน้ำท่ามอยู่ในเวลานี้



