
"เสียงสตรี" กับ"กองทุน100ล."
จับตา! เครือข่าย "เสียงสตรี" ของ "ลดาวัลลิ์" เครือข่ายจัดตั้งรองรับกองทุนพัฒนาสตรี จังหวัดละ 100 ล้าน คู่ขนาน ม.เสื้อแดง
ขณะที่ การเมืองระดับบน กำลังวุ่นอยู่กับ "เกม" ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และการโยกย้าย ผบ.ตร. เพื่อให้ตำแหน่งว่าง รองรับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ชายคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์
แต่ระดับล่าง ก็มีความคึกคัก ไม่แพ้กัน กับการขานรับ นโยบาย กองทุนฝึกพัฒนาสตรี จังหวัดละ 100 ล้านบาท ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาตั้งแต่ตอนหาเสียง
นัยว่า หลายจังหวัด มีการจัดตั้งกลุ่มสตรีกันยกใหญ่ โดยเฉพาะภายใต้การจัดตั้งของส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็มีไม่น้อยเหมือนกัน
ที่น่าสนใจอีกส่วนคือ "ชมรมเสียงสตรี" ของ ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ อดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย ประธานชมรมเสียงสตรี ซึ่งแม้จะมีมาตั้งแต่ปี 2552 แต่เวลานี้กำลังจะกลายเป็นเครือข่ายจัดตั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับกองทุนนี้
ทั้งนี้ ชมรมเสียงสตรี อาศัยความร่วมมือผ่านประธานกลุ่มสตรีแม่บ้านแต่ละชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด เพื่อเปิดรับสมัครสตรีทั่วประเทศ เข้าร่วมเป็นสมาชิก โดยตั้งเป้าที่จะให้ได้ถึง 3 ล้านคนทั่วประเทศ หรือหมู่บ้านละ 50 คนขึ้นไป ใน 78,517 หมู่บ้านทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกแล้ว 4 แสนคน
การจัดตั้งดังกล่าว แม้ประธานชมรมอ้างว่า ไม่เกี่ยวกับการเมือง และไม่มีผลผูกพันกับพรรคการเมืองใด แต่ว่า ในทางปฏิบัติจริง เชื่อว่า เป็นการสร้างฐานขึ้นมา เพื่อรองรับ เงินกองทุนพัฒนาสตรี จังหวัดละ 100 ล้านดังกล่าวนั่นเอง
แม้ตามอุดมคติ "ลดาวัลลิ์" จะอ้างว่า เป็นงานอาสาสมัคร ไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ต้องพร้อมทำงานด้วยความเสียสละ คำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะได้กับครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ และประธานชมรมเสียงสตรีระดับหมู่บ้าน ควรมีวาระ 1 ปี เพื่อฝึกการเป็นผู้นำให้แก่สตรี ให้ทำหน้าที่ร่วมกันด้วยความสามัคคี เสียสละ ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ พูดน้อยแต่ทำมาก เพื่อยกระดับและรักษาเกียรติ ศักดิ์ศรีของสตรีไทย ให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาทั้งในประเทศและในระดับสากล
แต่ก็ยอมรับว่า นโยบายจัดตั้งกองทุนพัฒนาสตรีนั้น เป็นสิ่งที่ดีและตรงประเด็น ยิ่งเป็นการให้กู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพด้วยแล้ว ยิ่งตรงประเด็น
ไม่ว่าจะให้สิทธิสตรีทุกกลุ่มอาชีพ เป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่ม โดยคิด 70 % กู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพ อีก 20% มาเป็นทุนพัฒนาจัดอบรมให้ความรู้ในด้านต่างๆ และส่วนที่เหลือ 10% มาเป็นกองทุนเพื่อให้การบริหารจัดการองค์กรสตรี ในขอบเขตที่กว้างขวางไม่จำกัด ตามที่ออกแบบ
ซึ่งประเมินจากการเดินสายลงพื้นที่ เสียงสตรีมีความเห็นตรงกันว่า กองทุนพัฒนาสตรี เฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท เท่ากันหมด มันจะไม่เป็นธรรม เพราะประชาชากรแต่ละหมู่บ้าน แต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน คือ ทั่วถึงแต่ไม่เท่าเทียมอย่างนั้น เขาอยากจะให้เอาจำนวนหมู่บ้านไปหารกองทุนเลย จะได้กระจายเงินไปตามจำนวนประชากร อันนี้จะเป็นธรรมมากกว่า นี่คือ เสียงสะท้อนจากกลุ่มสตรีทั่วประเทศ
จับตาให้ดี กลุ่มสตรี และกองทุนพัฒนาสตรี จะเป็นอีกตัวขับเคลื่อนหนึ่ง เพื่อสร้างฐานมวลชนของพรรคเพื่อไทย คู่ขนานไปกับหมู่บ้านเสื้อแดง นั่นเอง



