ข่าว

'กิ๊ก'แทงชู้รักดับอำพรางฆ่าตัวตาย

'กิ๊ก'แทงชู้รักดับอำพรางฆ่าตัวตาย

08 ก.ย. 2554

'กิ๊ก'แทงชู้รักดับแสร้งให้การ...ฆ่าตัวตาย : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

           ...ภายในห้องแถวไม้ชั้นเดียว ซึ่งเปิดร้านเสริมสวย "S.P.จันงาม" เลขที่ 28 ตรอกวัดสุทธจินดา ถ.จอมสุรางค์ยาตร์ ต.ในเมือง เขตเทศบาลเมืองนครนครราชสีมา เวลา 05.45 น. วันที่ 7 สิงหาคม...

            พบศพ นายสมพร หิรัญมณีมาศ อายุ 54 ปี ผอ.วิทยาลัยการอาชีพบัวใหญ่ จ.นครราชสีมา นอนหงายจมกองเลือดอยู่บนพื้นข้างโซฟา ตามร่างกายพบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมตามร่างกายจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณลำคอ หน้าอก หน้าท้อง และแผ่นหลัง!!

            "สมพรกำลังมีปัญหาเรื่องเงิน จึงเกิดมีปากเสียงกัน แล้วเขาก็ฆ่าตัวตาย..." นางสุภัตรา ปันสีทอง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150 ถ.มาลัยแมน ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เจ้าของบ้าน ให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

            นางสุภัตรา แม่ม้ายลูก 2 คบหาฉันสามีภรรยากับนายสมพรมานานกว่า 6 ปี ทั้งที่รู้ว่านายสมพรมีภรรยาที่ยังไม่เลิกราและลูกอีก 2คน โดยที่ภรรยาคนแรกของนายสมพร เพียงระแคะระคายว่านายสมพรกำลังคบหาหญิงอื่นแต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร จึงเร่งทำธุรกรรมโอนบ้านพัก ที่ดิน รถยนต์ และทรัพย์สินมีค่าหลายรายการที่เคยเป็นชื่อของนายสมพรเป็นชื่อของภรรยาคนแรกแทน

             พ.ต.อ.ผดุงเกียรติ ศิริพรวิวัฒน์ ผกก., พ.ต.ท.ภูมิ ทองโพธิ์ สว.สส.สภ.เมืองนครราชสีมา และชุดสืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ทว่าพบร่องรอยการต่อสู้จนข้าวของแตกกระจาย รวมถึงอาวุธมีดหลากหลายประเภท เช่นมีดปอกผลไม้ มีดพก มีดใช้ทำครัว ผ่านการทำความสะอาด วางไว้ตามจุดต่างๆ 6 เล่ม รวมถึงพบเสื้อผ้าเปื้อนคราบเลือดวางอยู่ในอ่างล้างจาน ส่วนภายในห้องน้ำพบผ้าผูกเป็นปม และสายไฟฟ้าจากปลั๊กพ่วงผูกไว้บนขื่อห้องน้ำ

            บริเวณโต๊ะทำงานพบรูปถ่ายคู่ของนายสมพรกับนางสุภัตรา วางทับจดหมายเขียนด้วยลายมือ มีข้อความว่า “ขอโทษนะทุกๆ คนที่ทำแบบนี้ ข้าวของทุกอย่างทุกชิ้นในร้าน ให้น้องที่สุพรรณบุรี มาเอาไปใครอย่าเอา หรือเก็บแม้แต่ชิ้นเดียว ให้น้องเก็บไปทุกชิ้นนะ อย่าให้เหลือรวมทั้งบ้านพักด้วย (หวงของมากๆ) ลงชื่อน้อย

            จากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุขัดกับคำให้การของนางสุภัตรา ชุดสืบสวนยังสังเกตเห็นท่าทางมีพิรุธขณะสอบปากคำ ซึ่งเธอมักหลบสายตาอยู่เสมอและเมื่อสังเกตตามร่างกายของนางสุภัตรา ยังพบร่องรอยฟกช้ำ และฝ่ามือมีบาดแผลถูกของมีคม!!

            "ก่อนที่เขาจะฆ่าตัวตาย มีปากเสียงกัน ฉันพยายามเข้าไปแย่งอาวุธมีดเพื่อไม่ต้องการให้เขาฆ่าตัวตาย แต่สู้แรงไม่ไหว" นางสุภัตราหลบสายตาชุดสืบสวนสอบสวน ก่อนบอกถึงที่มาของรอยแผลต่างๆ ที่พบบนร่างกายของเธอ

            การสอบสวนนางสุภัตรา เป็นไปด้วยความเคร่งเครียด ชุดสืบสวนสอบสวนจึงเปิดประเด็นในเรื่องพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุขัดแย้งกับคำให้การ เพียงไม่นาน นางสุภัตราก็ร่ำไห้รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่านายสมพร โดยอ้างว่าถูกกดดันแล้วบันดาลโทสะที่ถูกทำร้ายก่อน

            “เช้าวันที่ 6 สิงหาคม นายสมพรมาหาที่ร้านพูดคุยปัญหาที่ต้องโอนทรัพย์สินต่างๆ เป็นชื่อของภรรยา และยังถูกจำกัดค่าใช้จ่าย ทั้งที่เขามีความจำเป็นต้องใช้เงินหลักหมื่นบาท จึงมาขอยืมแต่ไม่มีให้ จึงทะเลาะกันแล้วเขาทำร้ายร่างกายฉันเลยคว้ามีดแทงเพื่อป้องกันตัว“ นางสุภัตรารับสารภาพ และอ้างอีกว่า หลังเกิดเหตุพยายามทำใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงเขียนจดหมายทิ้งไว้ และได้กินยาแก้ปวดหัวไปหลายเม็ด พร้อมพยายามจะฆ่าตัวตายแต่ใจไม่แข็งพอ 
 
            “ตอนแรกคำอ้างของนางสุภัตรา รวมถึงกิริยาท่าทางมีพิรุธ เป็นประเด็นสำคัญทำให้ชุดสืบสวนสอบสวนและเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานมีความเห็นในเบื้องต้นตรงกันว่า สภาพที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้ พบรอยกระเซ็นของเลือดหลายจุด ที่สำคัญหากนายสมพรฆ่าตัวตายจริง ก็มีเหตุให้ชวนสงสัยว่า เหตุใดผู้ที่ฆ่าตัวตายต้องมีบาดแผลบริเวณแผ่นหลังหลายแห่ง บาดแผลที่พบจากศพนายสมพร กลายเป็นข้อสงสัยที่ขัดแย้งกับทิศทางของคดีที่นางสุภัตราอ้างว่าฆ่าตัวตาย ชุดสืบสวนสอบสวนมั่นใจว่าเป็นการฆาตกรรมมากกว่า“ พ.ต.ท.ภูมิกล่าว

            อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นางสุภัตราให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนจึงทำบันทึกคำรับสารภาพพร้อมทั้งขออำนาจศาลจังหวัดนครราชสีมา อนุมัติหมายจับนางสุภัตรา ในข้อหาฆ่าผู้อื่น พร้อมทั้งนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ