ข่าว

เดินเกม 'อภัยโทษแม้ว'

เดินเกม 'อภัยโทษแม้ว'

09 ก.ย. 2554

จับตา "เหลิม" ชง "ขออภัยโทษแม้ว" ในวโรกาส "5 ธันวา มหาราช" แจงยิบกฎหมายเปิดช่องรัฐบาลฉลุย

ถ้าฟังจาก "สารวัตรเหลิม" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่รับผิดชอบ การอภัยโทษ ตามที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมาย


 สรุปได้เลยว่า กรณียืนถวายฎีกาฯของคนเสื้อแดง ไม่ใช่ประเด็น


 แต่ประเด็น อยู่ที่ การขอพระราชทานอภัยโทษเนื่องในวโรกาส '5 ธันวา มหาราช' ของ 'สารวัตรเหลิม' ต่างหาก


 เห็นได้จาก กรณีผู้สื่อข่าวถามว่า มีแนวโน้มหรือไม่ว่าวันที่ 5 ธันวาคมที่จะถึงนี้ จะมีการขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ 'สารวัตรเหลิม' กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะเรื่องยังไม่มาถึงตน แต่พระราชกฤษฎีกาฯ ในแต่ละปีมีความแตกต่างกันออกไป ในเรื่องกฎเกณฑ์ที่จะส่งพิจารณา


 พูดอย่างนี้ ก็แสดงว่ามีโอกาสที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีชื่อได้เหมือนกัน เพราะเท่าที่ฟังก็ไม่เห็นว่าจะมีกฎเกณฑ์อะไรปิดกั้น


 ทั้งจากเอกสารที่ผู้ติดตาม 'สารวัตรเหลิม' นำแจกจ่ายเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการขอพระราชทานอภัยโทษ โดยอ้างอิงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ยังระบุถึงการที่รัฐบาลสามารถ ตั้งแท่นขออภัยโทษบุคคลที่เห็นว่าสมควรได้รับอภัยโทษได้ด้วย


 กล่าวคือ  1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 191 "พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ"


 2.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 259-267 "สำหรับผู้ที่ทูลเกล้าฯ และถวายเรื่องราว หรือผู้ถวายฎีกา 1.ผู้ต้องโทษคำพิพากษา (ม.259) 2.ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องฯ (259) 3.คณะรัฐมนตรี (ม.261 ทวิ)


 ทั้งยัง มีข้ออ้างว่า "สำหรับผู้ที่หลบหนี ไม่มาฟังคำพิพากษา และศาลได้อ่านคำพิพากษาลับหลังให้ลงโทษจำคุก มีสิทธิได้รับพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ 1.ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใด ตัดสิทธิห้ามผู้หลบหนีตามคำพิพากษาศาลจะยื่นถวายฎีกา 2.ไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดกำหนดเงื่อนไขว่าจะต้องถูกจำคุกจริงๆ นานเท่าใดจึงจะถวายฎีกาได้


 "3.การพระราชทานอภัยโทษ เป็นพระราชอำนาจเฉพาะพระองค์ ไม่มีกฎหมายบัญญัติกรอบอำนาจของพระมหากษัตริย์ว่าจะอภัยโทษในกรณีใดบ้าง คดีประเภทใดอภัยโทษได้ คดีประเภทใดอภัยโทษไม่ได้ หรือการอภัยโทษจะต้องมีเงื่อนไขใดบ้าง ต้องจำคุกมาแล้วนานเท่าใด


 "4.เมื่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอภัยโทษ มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การแปลกฎหมายว่า 'ผู้หลบหนี จะต้องมามอบตัว และรับโทษจำคุกเสียก่อน จึงขออภัยโทษได้' นั้น เป็นการแปลกฎหมายตามความคิดเห็นส่วนตัว หรือเป็นการเข้าใจเอาเอง ทั้งๆ ที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้" โดยเอกสารดังกล่าว ลงนามโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี


 แค่นี้ ก็แบไต๋ให้เห็นกันเต็มตาอยู่แล้ว!