
ขีดแข่งขันไทยเวทีโลกหล่น1อันดับ
ขีดแข่งขันไทยลดลงอีก 1 อันดับ ชี้ประสิทธิภาพหน่วยงานราชการถดถอยน่าเป็นห่วง "ศุภวุฒิ" มองเสี่ยงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกรุนแรงกว่าวิกฤติซับไพรม์ "วีรพงษ์" เชียร์ตั้งกองทุนมั่งคั่ง อัดธปท.สร้างภาระให้ประเทศ
เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (ดับเบิลยูอีเอฟ) เปิดเผยผลการจัดอันดับดัชนีขีดความสามารถทางการแข่งขันโลก ประจำปี 2554 โดยอันดับความสามารถทางการแข่งขันในเวทีโลกของไทยลดลงมา 1 อันดับ จากลำดับ 38 ในปีที่แล้ว ลงมาอยู่ลำดับที่ 39 ในปีนี้ แม้ไทยจะได้คะแนนเท่ากับการจัดอันดับเมื่อปีที่แล้ว และดูเหมือนจะมีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในการที่จะก้าวขึ้นมามีความสามารถทางการแข่งขันบนเวทีโลกได้มากกว่านี้ ไทยจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาต่างๆ จำนวนมาก โดยปัญหาที่สร้างความวิตกให้มากที่สุดคือ ประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยงานราชการ ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานราชการถดถอยลงอย่างมาก
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 4 และกลยุทธ์การลงทุน จัดโดย บลจ.กรุงไทย ว่า เศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปมีความเสี่ยงมากขึ้น และมีแนวโน้มกลายเป็นวิกฤติเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ใน 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะรุนแรงกว่าวิกฤติซับไพรม์และวิกฤติทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นครั้งแรกที่ต้นตอของปัญหามาจากประเทศเศรษฐกิจที่เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากปัญหาหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูง
ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยนั้น น่าจะเติบโตประมาณ 4% โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพราะกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งในการประชุมครั้งหน้าในเดือนพฤศจิกายน ดอกเบี้ยนโยบายน่าจะปรับขึ้นอีก 0.25% เป็นการส่งท้ายปี 2554 ทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไม่มีผลมากนัก อีกทั้งนโยบายรัฐบาลจะเริ่มมีการใช้จริงก็ปลายปีหรือต้นปีหน้า และยังไม่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่
"ธปท.ส่งสัญญาณเตือนให้ระวังการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะกังวลเงินเฟ้อ แต่รัฐบาลก็เดินหน้านโยบาย ทำให้นโยบายเดินไปคนละทาง ทั้งสองหน่วยงานควรจะคุยกันเพื่อให้การดำเนินนโยบายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน" นายศุภวุฒิกล่าว
ด้าน นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Hard Topic ในหัวข้อ "วิเคราะห์เศรษฐกิจการเมืองไทย" ทางสถานีมันนี่ แชนแนล เมื่อวันที่ 7 กันยายน ว่า เห็นด้วยกับแนวคิดการจัดตั้งกองทุนมั่งคั่ง และเห็นด้วยกับการบ้าน 4 ข้อที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบให้ผู้ว่าการธปท.ไปศึกษาและหาแนวทางแก้ไข เพราะต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาธปท.โยนภาระให้ประชาชน ผู้เสียภาษีเป็นอย่างมาก จากการบริหารงานที่ผิดพลาดของธปท. ที่เข้าไปโอบอุ้มสถาบันการเงินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จนสร้างภาระหนี้มากมายให้แก่ประเทศ



