ข่าว

'ประชา'ตั้งคณะทำงานเรื่องอภัยโทษ'แม้ว'แล้ว

'ประชา'ตั้งคณะทำงานเรื่องอภัยโทษ'แม้ว'แล้ว

07 ก.ย. 2554

"ประชา"ลงนามตั้งคณะทำงานกลั่นกรอง และทำความเห็นประกอบฎีกาอภัยโทษ"ทักษิณ" “ถาวร” อัดกลับ “เฉลิม” แขวะ “รบ.” เร่งช่วย “ปชช.” เดือดร้อนจากปัญหา “น้ำท่วม” จะดีกว่า

           7ก.ย.2554 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองและตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีคณะบุคคลทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ   ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยนักวิชาการสาขารัฐศาสตร์ นักกฎหมายและข้าราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 10 คนประกอบด้วย 1.ผศ.วุฒิศักดิ์  ลาภเจริญทรัพย์  คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นประธาน , 2. นายจุมพล  ณ สงขลา  อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ , 3. (พิเศษ) ธงทอง  จันทรางศุ  เลขาธิการสภาการศึกษา , 4.นายธนพิชญ์  มูลพฤกษ์  อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ , 5. ผศ.ดร.ศรีสมบัติ  โชคประจักษ์ชัด  ประธานคณะหลักสูตรสาขาวิชาอาชญาวิทยาการบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล , 6.นายนัทธี  จิตสว่าง ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม , 7. ผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , 8. นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ , 9. ผอ.กองนิติการ กรมราชทัณฑ์ และ10. หัวหน้าฝ่ายอภัยโทษ กรมราชทัณฑ์

            หนังสือคำสั่งของพล.ต.อ.ประชาได้มอบหมายให้คณะทำงานทำหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย หลักเกณฑ์ และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของผู้ถวายฎีกา และการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่รัฐว่าเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์หรือไม่   พร้อมกันนี้ยังมีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองให้ข้อเสนอแนะความเห็นในการทูลเกล้าฯ นอกจากนี้ยังให้อำนาจคณะทำงานในการเรียกบุคคลหรือหน่วยงานใดเข้ามาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

 


 “ถาวร”อัดกลับ“เฉลิม”ฎีกาขออภัยโทษ“ทักษิณ”

 

           นายถาวร เสนเนียม ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ รมว.ยุติธรรม ( เงา ) กล่าวถึงความพยายามที่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณด้วยการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษว่า เป็นที่รู้กันอยู่แล้วในสังคมไทยว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาล “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” เพราะมีการดำเนินงานในลักษณะ “ทักษิณสั่ง ยิ่งลักษณ์ดำเนินการ และรัฐบาลรับมาปฏิบัติ” โดยขอตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลนี้ตั้งขึ้นมาโดยก็มีกระบวนการสั่นคลอนสถาบันชาติจริงหรือไม่ ขอให้ย้อนกลับไปดูการล่ารายชื่อของคนเสื้อแดง 3 ล้านชื่อ แล้วส่งไปให้ที่สำนักพระราชวัง พร้อมกับแต่งตัวคล้ายว่าตัวเองเป็นไพร่ เพื่อไปขอพระราชทานอภัยโทษ ต่อสถาบันหลักของบ้านเมือง แทนที่จะไปยื่นกับกระทรวงยุติธรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรง

            “ ทั้งๆ ที่รู้ว่ากฎหมายจะต้องยื่นเป็นขั้นเป็นตอน ต่อกรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรม แต่มุ่งเน้นไปที่จุดสูงสุดก่อน หมายความว่าอย่างไร ถัดมาก็เป็นการสั่นคลอนสถาบันหลักชาติคือ ระบบราชการไทย หรือไม่อย่างไร ที่วันนี้ ชัดเจนแล้วว่า เขาเริ่มแล้วที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)”  รมว.ยุติธรรม ( เงา ) กล่าว

            รมว.ยุติธรรม ( เงา )  กล่าวว่า จากนั้นก็ต้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเขาตั้งธงแล้วว่า จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2550 มาตรา 291 ที่สุดจะนำไปสู่ความขัดแย้ง โดยมีผลประโยชน์ทับซ้อนและจะแก้มาตรา 309 ตามมา เพื่อลบล้างความผิดทั้งหมดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มาจากการรัฐประหาร ซึ่งการที่บางคนออกมาพูดว่า ไม่สามารถควบคุม สั่งการคนเสื้อแดงได้นั้น แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ เพราะที่สุดแล้ว ทุกอย่างก็จะมุ่งมาที่การขออภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ”

            นายถาวร กล่าวว่า ส่วนขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษนั้น ตามมาตรา 259 ของ ประมวลกฏหมายอาญา ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า “ผู้ต้องคำพิพากษาให้รับโทษอย่างใดๆหรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าจะทูลเกล้าฯถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ขอรับพระราชทานอภัยโทษ จะยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้ ” และมาตรา 260 ระบุไว้ว่า “ผู้ถวายเรื่องราว ซึ่งต้องจำคุกอยู่ในเรือนจำ จะยื่นเรื่องราวต่อพัสดีหรือผู้บัญชาการเรือนจำก็ได้ เมื่อได้รับเรื่องราวนั้นแล้วให้พัสดีหรือผู้บัญชาการเรือนจำออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นเรื่องราวแล้ว ให้รีบส่งเรื่องราวนั้นไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ” จากนั้นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมจะถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ แต่ขั้นตอนที่มีระเบียบที่เกี่ยวข้องคือ การส่งเข้าเลขาฯคณะรัฐมนตรี(ครม.)และครม.จะพิจารณาและจะออกเป็นมติ

            รมว.ยุติธรรม ( เงา ) กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่า นักโทษหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็คือ ญาติของนักโทษต้องยื่นเรื่องต่อ ผบ.เรือนจำ เพื่อรวบรวมเอกสารหลักฐานตรวจสอบเบื้องต้น และทำความเห็นผ่านไปทางกรมราชทัณฑ์เพื่อเสนอความเห็นไปยังรมว.ยุติธรรม  เพื่อถวายเรื่องราวและความเห็นตามมาตรา 261 หลังจากนั้น ครม.ก็จะมีความเห็นถวายเป็นคำแนะนำ เพราะการพระราชทานอภัยโทษจะต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกา ไม่ใช่เป็นคำสั่งของผู้หนึ่งผู้ใด หลังจากนั้นก็เสนอไปยังสำนักราชเลขาฯถึงองคมนตรี เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระราชวินิจฉัยกรณีพระราชทานอภัยโทษส่งกลับมาครม. เพื่อออกพระราชกฤษฎีกาตามคำถวายคำแนะนำ

            “การตีความกฎหมายของรองนายกฯคนหนึ่ง ที่เป็นเพื่อนรักของตนกลับออกมาบอกว่า การขอพระราชทานอภัยโทษ กฎหมายไม่ได้ห้ามไว้อย่างชัดเจนว่า คนหนีการรับโทษโดยไม่ติดคุก เมื่อไม่ได้ห้ามก็สามารถที่จะยื่นเรื่องราวขอพระราชทานอภัยโทษนั้น ขอยืนยันว่า เป็นการตีความกฎหมายที่ คลาดเคลื่อนเพื่อให้สับสน เพราะการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องตีความกฎหมายตามหลักกฏหมายมหาชนไม่ใช่ตามหลักกฎหมายเอกชน ในมาตรา 259 - 260 เขียนไว้ชัดว่า จะต้องเป็นนักโทษที่ถูกต้องขังอยู่ในเรือนจำ ไม่ได้เปิดโอกาสและไม่ได้เขียนไว้ว่า คนที่หลบหนีสามารถยื่นเรื่องราวขอพระราชทานอภัยโทษได้ ดังนั้นการตีความกฎหมายที่คลาดเคลื่อนนี้ขอให้ยุติสร้างความสับสนเสีย”  รมว.ยุติธรรม ( เงา ) กล่าว

            ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ระหว่างแถลงข่าว นายถาวร ได้นำเอกสารเทียบเคียงการยกเลิกคำขอพระราชทานอภัยโทษของนักโทษ ที่หลบหนีหลังถูกศาลฎีกาพิพากษาสั่งจำคุกรายหนึ่ง มาเปรียบเทียบ โดยเป็นหนังสือรายงานลับของกระทรวงมหาดไทย ที่ออกโดยร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เมื่อครั้งเป็นรมว.มหาดไทยในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2545 ทำหนังสือรายงานถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นนายฯในขณะนั้นว่า กรณีที่ น.ส.อรภา แสงขำ บุตรสาวนายสุรินทร์ แสงขำ ได้ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่บิดา ซึ่งถูกพิพากษาจำคุก 24 เดือน และหลังจากนั้นก็ไม่เคยมาถูกจำคุก หลบหนีไปตั้งแต่วันแรกที่มีการอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย เมื่อถูกพิพากษาจำคุก เขาก็ไม่ได้มาแสดงตัวต่อเรือนจำ ในระหว่างนั้นบุตรสาวหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทำหนังสือถึงรมว.มหาดไทย เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ

            ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ร.ต.อ.ปุระชัย ที่เป็นรมว.มหาดไทยในขณะนั้น ได้ระบุเหตุผลชัดเจนไว้ว่า กรณีนี้จึงถือว่าจะได้รับประโยชน์ตามหลักกฎหมายที่เป็นคุณ ดังที่ผู้ยื่นฎีกากล่าวอ้างแต่อย่างใด และคดีของนายสุรินทร์ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมจนถึงชั้นศาลฎีกายอมเป็นที่ยุติได้ว่า นายสุรินทร์กระทำผิดตามฟ้องและเมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงในส่วนที่นายสุรินทร์ได้หลบหนีคดี แสดงให้เห็นว่านายสุรินทร์ไม่มีความสำนึกผิด ข้ออ้างประการอื่นๆจึงไม่อาจรับฟังและไม่มีเหตุพิเศษอื่นใดที่จะสนับสนุนขอพระราชทานอภัยโทษให้ได้ จึงเห็นสมควรยกฎีการายนี้เสีย

            “นี่คือหนังสือที่ร.ต.อ.ปุระชัย ทำถึง พ.ต.ท.ทักษิณ นายกฯในขณะนั้น ผมจึงอยากถามกลับไปว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ยังจำเรื่องนี้ได้หรือไม่ หรือท่านทั้งหลายจะไปกราบเรียนท่านส.ส.ปุระชัย ว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร เรื่องนี้ไปดูที่ทำเนียบรัฐบาลที่สำนักนายกฯ สิ่งที่หลายคนกำลังบิดเบือน ผมขอถามกลับไปว่า 2 มาตรฐานเหตุเกิดเมื่อปี 45 กับเหตุเกิดวันนี้ ใครเป็นผู้หยิบยกมาใช้ในรัฐบาลชุดนี้ คุกที่ไว้สำหรับขังคนจนและคนรวยพยายามหลบเลี่ย เพื่องขออภัยโทษให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาทและอ้างหลักกฏหมายมหาชนผิดข้างๆคูๆ ให้เกิดความคลาดเคลื่อนเป็นใครในรัฐบาลนี้ใช้หรือไม่ ถือเป็นเกมรุกที่มีเป้าหมายอย่างต่อเนื่องที่รัฐบาลนี้ต้องการช่วยคนชื่อ ทักษิณ คิดอ่านอย่าไร คาดหวังอย่างไร มีเป้าหมายอย่างไรตนจะเขียนไว้ในเกมรุกที่มีเป้าหมาย ดังนั้นขอเตือนว่า ผมขอคัดค้าน ถ้าเรื่องนี้เข้าครม. และถ้าครม.เห็นชอบกับข้อเสนอของร.ต.อ.เฉลิม ผมจะสู้เพื่อให้รัฐบาลเป็นรัฐที่ปกครองโดยหลักนิติรัฐ  มีนิติธรรมที่เป็นจุดยืนของบ้านเมือง การใช้กฎหมายที่มีสองมาตรฐาน และการที่มีคุกเอาไว้ขังคนจนเท่านั้น” นายถาวร กล่าว

            รมว.ยุติธรรม ( เงา )  กล่าวว่า อยากเชิญชวนให้รัฐบาลนี้ให้ลงไปดูความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เกิดจากภัยธรรมชาติน้ำท่วม ทั้งในภาคเหนือ อีสาน และกลาง ที่เป็นฐานคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่บิดเบือนในเรื่องของการประกาศนโยบายและบิดเบือนเนื้อหา หลอกล่อด้วยเงื่อนเวลา ว่ายังทำไม่ได้เพราะต้องใช้เวลา เหมือนคำจำกัดความของดร.อัมมาร์ สยามวาลา ที่พูดว่าดีแต่โม้ และนั้นหมายถึงมีการตระบัตสัตย์ ถือเป็นการกระทำที่ไม่น่ารักเลย ขอได้โปรดทบทวนเพราะในเมื่อหาเสียงไว้ พี่น้องประชาชนรู้ทัน น้ำท่วมที่ อ.บางระกำ นายกฯเดินทางไปและประกาศว่า จะใช้บางระกำโมเดล ตนขอยกตัวยอย่างว่าขณะนี้

            “ นายมนัส ทัพแสง กำนัน ต.ชุมแสง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ที่ได้ทุ่มเทความเป็นผู้นำ รับใช้พี่น้องประชาชน ไม่ตะบัตสัตย์ ไม่หลอกลวง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนเกิดอาการเครียด ทำให้เส้นเลือดฝอยในสมองแตก เป็นอัมพฤกษ์ ถึงแม้จะออกจากร.พ.มาแล้วอาการก็ไม่ดีขึ้น สิ่งที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนไม่ใช่การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ติดคุก แต่เป็นเรื่องปากท้อง น้ำท่วม เรื่องค่าแรงที่ยังไม่ได้ปรับ ท่านนายกฯอย่าเอาเรื่องของคนๆเดียวมาเป็นเรื่องหลักของรัฐบาล ปัญหาเหล่านี้คือสิ่งที่ผมเรียกร้อง เพราะเพื่อนรักจะได้อยู่รัฐบาลนี่อย่างยาวนาน ผมคัดค้านอย่างสร้างสรรค์แต่จะตรวจสอบอย่างเต็มที่”  นายถาวร กล่าว