ข่าว

'สมชัย'ชี้ไม่ควรยุบ'ศอส.'

'สมชัย'ชี้ไม่ควรยุบ'ศอส.'

07 ก.ย. 2554

'สมชัย' ชี้ ไม่ควรยุบ ศอส. แม้พิจารณาสำนวนล่าช้า แนะเลขาฯกกต.คนใหม่สานงานต่อ ปูด ฝ่ายการเมืองแก้รัฐธรรมนูญยุบ กกต.

          7 ก.ย.54 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ได้จัดสัมมนาเรื่อง การวิจัยประเมินผลการปฏิบัติงานศูนย์อำนวยการสืบสวนสอบสวน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ศอส.)พ.ศ.2554 ระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย.  ซึ่งเป็นการประเมินการจัดการตั้งศูนย์อำนวยการการสืบสวนสอบสวนในการเลือกตั้งส.ส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา

          นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน กล่าวตอนหนึ่งในงานโครงการวิจัยประเมินผลการปฏิบัติงาน ศอส. ว่า จากการคุยกับผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะ ผอ.กต.จว.ทุกภาคบอกว่าดีและได้ผล  โดยเห็นได้จากเรื่องร้องเรียนคัดค้านน้อยลง มีการสกัดการร้องเรียนตั้งแต่ต้นทาง ว่า เรื่องอะไรร้องได้ เรื่องอะไรร้องไม่ได้ อีกทั้ง ศอส.จากส่วนกลางก็ทำให้ต่างจังหวัดมีความรู้สึกว่าอุ่นใจและมีอะไรก็สอบถามมาได้

          โดยกกต.ไม่ได้ปล่อยให้โดดเดี่ยวต่อสู้กับผู้สมัครที่มีอิทธิพลเราก็ ไม่ได้ปล่อยให้สู้เพียงคนเดียว  แม้ว่าจะมีบุคคลต่าง ๆ  ตำหนิว่าการทำงานของกกต.ว่าล่าช้า โดยเฉพาะกรณีการให้ใบแดงกับนายบุญจง วงศ์ไตรัตน์ ส.ส. จ. นครราชสีมา กกต.จึงคิดพยายามแก้ไขเรื่องปัญหาความล่าช้าในการทำสำนวนแต่เราไม่สามารถแก้ไขได้ 

          อีกทั้งมองว่าน่าจะปรับปรุงในส่วนองค์กร ในเรื่องการทำงานที่ต่างคนต่างทำ  กกต.ควรเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  มาร่วมกันจัดการเลือกตั้งโปร่งใส  สิ่งนี้จะสามารถบูรณาการทำให้งานสัมฤทธิ์ผลได้  ดังนั้นจึงเห็นว่าควรที่จะมีศูนย์ศอส. ทำงานต่อไป และเลขาธิการการเลือกตั้งคนใหม่ต้องมาเรียนรู้งานเหล่านี้  เพราะถ้าเข้าใจงานก็จะทำให้งานเดินหน้าต่อไปได้                                                           

          กกต.ทำงานช้า มันช้าเพราะงานตัวมันเอง หรือช้าเพราะเราต้องการดึงเพื่อช่วยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด สำนวนแทนที่จะสอบก็ไม่สอบแต่ไปสอบคนไม่รู้ไม่เห็น ในหลาย ๆ ส่วนบางเรื่องก็ตอบสังคมไม่ได้ เช่น บุญจงก็ตอบไม่ได้ทำไมช้า ความจริงผมเร่งแล้วเร่งอีก แต่ผมก็ย้ายไม่ได้ เพราะคนย้ายคือ เลขาธิการ กกต. ไม่รู้จะทำอย่างไร ศอส.ตั้งขึ้นมาดูท่าทางดี ไม่มีใครกล้าซื้อเสียง ส่วนใหญ่ซื้อก่อนพ.ร.ฎ.เลือกตั้งจะมีผลบังคับใช้ เมื่อเราขู่ก็ได้ผล แทนที่สำนวนเรื่องแรกจะให้ใบแดงก็สั่งให้ไปสอบสวนเพิ่มเติม กกต.ไปต่างประเทศกลับมาก็ซื้อเสียงกันหมด"

          อย่างไรก็ตามในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา ฝ่ายสืบสวนสอบสวนฯ ได้รับการยอมรับมากขึ้นผิดกับครั้งก่อนที่ฝ่ายสืบสวนฯถูกตำหนิหรือถูกด่า บางครั้งก็กกต.แต่ไม่ด่าสืบสวน  เรื่องสำนวนที่ช้านั้นไม่ได้ช้าที่กกต. แต่อยู่ที่ฝ่ายสืบสวนฯ  โดยเฉพาะขณะนี้มีสำนวนกว่า 100 สำนวน ดังนั้นจะต้องพิจารณาว่า สาเหตุที่สำนวนช้าติดอยู่ที่ขั้นตอนใด 

          “ผมได้ข่าวว่า ช่วงนี้จะแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยุบทิ้งกกต.ทั้งองค์กร กฎหมายไม่ได้แยกสำนักงานออกจาก กกต. คุณคิดเหรอว่าพวกคุณจะอยู่ได้ กกต.ไปหมด ไม่แน่ถึงมาไม่พร้อมกันแต่ไปก็อาจไปพร้อมกัน”นายสมชัย กล่าว

          นายภูมิทักษ์ กองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งด้านสืบสวนสอบสวน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้จะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าสมควรจะมีศูนย์อำนวยการ สืบสวนสอบสวนในการเลือกตั้งเป็นการถาวรหรือไม่ เพราะหลายคนมองว่าการตั้งศูนย์เราใช้จ่ายเงินถึง 500 ล้านบาท  อีกทั้งกกต.จังหวัดหลายคนก็ได้สะท้อนความคิดเห็นมาแล้วว่า ถึงข้อบกพร่องมาก

          สัมมนาครั้งนี้ต้องระดมความคิดเห็นกันว่าเราควรจะปรับปรุงกันอย่างไร หรือควรจะมีต่อไปหรือไม่ เชื่อว่าหลังจากเสร็จสิ้นการสัมมนาจะได้ทราบสภาพความเป็นจริงในการดำเนินงาน ของศูนย์อำนวยการฯ จุดแข็ง จุดอ่อน  และปัญหาอุปสรรค ของการดำเนินงานของศูนย์ฯ รวมไปถึงถ้าจะควรมีต่อไปเราควรที่จะแนวทางในการลดอุปสรรคที่ขัดขวางความ สำเร็จ เพื่อพัฒนาการดำเนินงานของศูนย์ฯต่อไป

          ขณะที่นายสุรพงษ์ ธนสังข์นุชิต ผู้อำนวยการฝ่ายสืบสวนสอบสวนฯ 5 ในฐานะผู้ดูแลศอส. กล่าวว่า ตนเห็นว่าการดำเนินการต่างที่อยู่ในการดูแลควบคุมเป็นไปได้ด้วยดี และสามารถทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อยและการร้องเรียนลดน้อยลง กว่าที่ผ่านมา ทำให้ใบเหลืองใบแดงก็น้อยลง เพราะนักการเมืองระวังตัวมากขึ้น จึงเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีที่มีศอส.เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้

          อย่างไรก็ตามมีผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้มีทั้งผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับกลาง พนักงานการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 150 คน