
รุ่งเรือง หรือ ถดถอย
เมื่อเศรษฐกิจถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างฐานของประเทศให้เติบโตก้าวหน้า
ในขณะที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์และนักการเงินทั้งหลาย พยายามบอกกับสังคมถึงความเจริญและการเติบโตของประเทศชาติ ด้วยการยกเอาตัวเลขทางเศรษฐกิจขึ้นมาเป็นดัชนีชี้วัด รวมทั้งพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ตัวเลขรายได้ของประชากรในประเทศชาติสูงขึ้น เกิดการซื้อขายข้าวของเครื่องใช้ทั้งที่จำเป็นและไม่มีความจำเป็นต่อชีวิตมากขึ้น
ตัวเลขฝั่งสีเขียวในตลาดหลักทรัพย์ กลายเป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงความเจริญของเศรษฐกิจประเทศ และความสามารถในการบริหารงานของรัฐ เมื่อใดที่ตัวเลขการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์กลายเป็นสีแดงยาวนานต่อเนื่อง รัฐบาลก็ถูกถล่มจนแทบจะไม่สามารถดำรงความเป็นรัฐบาลอยู่ได้
คนในประเทศถูกปลูกฝังความคิดถึงรายได้ที่เติบโตเพิ่มมากขึ้น คนทำงานกินเงินเดือนต้องการเงินเดือนสูงขึ้น ต้องการโบนัส หรือเงินเพิ่มพิเศษ ประจำปีมากขึ้น เกษตรกรก็ถูกปลุกเร้าให้สนใจแต่ราคาพืชไร่ที่ต้องสูงขึ้นทุกปี โดยไม่มีใครไปบอกหรือชี้แนะให้เห็นถึงรายได้ส่วนที่เหลือจากต้นทุน ดังนั้น เราจึงพบว่าเกษตรกรเกือบทุกสาขาอาชีพ เมื่อเห็นว่าราคาพืชไร่ตกต่ำลงก็ออกมาเรียกร้องด้วยวิธีการต่างๆ บางรายรวมตัวกันปิดถนนรนแคมเพื่อให้ภาครัฐออกมาช่วยเหลือ
บางรายก็เสนอมาตรการในรูปแบบหลากหลายเพื่อให้มีการซื้อพืชไร่ในราคาที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับจำนำพืชไร่หรือการรับประกันพืชไร่ ล้วนถูกนำมาใช้สลับกันครั้งแล้วครั้งเล่า และแม้ว่าบางครั้งหรือหลายครั้งจะได้ผลทำให้ราคาพืชไร่สูงขึ้น แต่บรรดาเกษตรกรก็ไม่เคยหนีพ้นคำว่ายากจน หรือคำว่าหนี้สินล้นพ้นตัวไปได้
ในขณะที่ผู้ยื่นมือเข้ามาทำการช่วยเหลือและภาคธุรกิจใหญ่ๆ ที่สนับสนุนให้ประชาชนในชาติมีเงินเดือนสูงขึ้น มีรายได้จากการขายพืชไร่มากขึ้น กลับร่ำรวยมากขึ้นโดยถีบถ่างช่องว่างห่างออกไปจากรายรับของประชากรส่วนใหญ่ในประเทศ
ปรากฏการณ์เข้าคิวยาวเหยียดนับพันคน เพื่อรอซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ทันสมัยในห้างสรรพสินค้าใหญ่กลางเมืองกรุง เป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นได้ชัดความเจริญของประเทศไทยเป็นไปในทิศทางใด เพราะคนที่เป็นข่าวออกมาว่าไปจองคิวข้ามวันข้ามคืนเพื่อซื้อเครื่องโทรศัพท์ดังกล่าว เป็นเยาวชนคนวัยเรียนในชั้นมัธยมที่มีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น
การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทำให้คนที่อยู่ในวัยเรียน ยังไม่มีรายได้เป็นของตนเองนอกจากแบมือขอพ่อแม่ ถึงขนาดยอมเสียเวลาพักผ่อนและเวลาทบทวนบทเรียน ไปเข้าคิวข้ามวันข้ามคืนเพื่อรอซื้อเครื่องโทรศัพท์ราคาเต็มกว่าสองหมื่นบาท ทั้งที่ความต้องการใช้งานโทรศัพท์ของคนในวัยนั้น น่าจะต้องการเพียงแค่ประสิทธิภาพของการโทรออกและรับสายเข้าเท่านั้น ซึ่งหาได้จากเครื่องโทรศัพท์ยี่ห้อดังในราคาไม่เกินสองพันบาทด้วยซ้ำไป
นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่าแม้รายรับเฉลี่ยของประชากรรวมในประเทศจะสูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะมีความเจริญมากขึ้น หรือคนไทยที่มีรายได้มากขึ้นจะมีความสุขมากตามรายได้ไปด้วย เพราะในขณะรายรับสูงขึ้นแต่รายจ่ายที่ไม่ประมาณตนของคนในประเทศ ก็สูงตามหรือสูงเกินรายรับล่วงหน้าไปหลายก้าว เท่ากับว่ายิ่งรายรับมากก็ยิ่งขาดทุนมากนั่นเอง
สิ่งที่ภาครัฐควรออกมาบอกกับประชาชนโดยทั่วไปก็คือ แม้ว่าตัวเลขของรายรับจะไม่สูงอย่างที่ใจนึก แต่หากรัฐสามารถควบคุมราคาสินค้า และค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อชีวิตของผู้คนได้ เงินส่วนต่างที่เหลือเก็บหรือเท่ากับผลกำไรของคนในประเทศก็ทำให้ประชาชนเกิดความสุขได้ ยกเว้นแต่ภาครัฐไม่กล้าที่จะบอกหรือกระทำในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากรู้ดีว่าจะไปกระทบกับฐานทุนของผู้มีอำนาจในรัฐบาล หรือของผู้ที่กุมชะตากรรมอยู่เบื้องหลังของนักการเมืองทั้งหลายเอาไว้นั่นเองครับ



