ข่าว

เรียกรีสอร์6แห่งรุกวังน้ำเขียว

เรียกรีสอร์6แห่งรุกวังน้ำเขียว

07 ก.ย. 2554

พนักงานสอบ​สวนคดีบุรุกผืน​ป่า เขต อ.วังน้ำเขี​ยว ออกหมายเรี​ยก เจ้าของรีส​อร์ท 6 แห่ง จาก 22 แห่ง รับทราบข้​อกล่าวหาแล้​ว โวยรบพิเศษฮุบที่ชาวบ้านกว่า1,500ไร่แม่ริม

       7 ก.ย.54 นายระพี  ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา ในฐานะ หัวหน้าพนักงานสอบสวน ตามคำสั่งจังหวัดนครราชสีมา ที่ 3055/2554 ลงวันที่ 18 สค.54 เรื่องการเข้าควบคุมการสอบสวน และ แต่งตั้งพนักงานสอบสวน คดีเกี่ยวกับป่าไม้ และทรัพยากรของชาติกรณีพบการปลูกสร้างบ้านพัก และ รีสอร์ทในพื้นที่ ป่าไม้โซนอนุรักษ์ ผืนป่าภูหลวง เขต อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยเป็นคดีระหว่างนายไพโรจน์  ชุ่มเพ็งพันธุ์ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.4 ( เขาภูหลวง ) กับ กลุ่มผู้ถูกกล่าวหา รีสอร์ท จำนวน 22 แห่ง ได้ชี้แจงความคืบหน้าการสอบสวนคดีดังกล่าว ว่า ผลสรุปการสืบสวน สอบสวน ตามที่มีพยานหลักฐาน สามารถยืนยันรายชื่อผู้ครอบครองที่ดิน โดยยึดตามตามเอกสารทางราชการ ที่มีการดำเนินการทำธุรกรรมกับทางราชการ เช่น เสียภาษีสิ่งปลูกสร้าง และ การมิเตอร์ไฟฟ้า ฯ พนักงานสอบสวน สามารถออกหมายเรียกเจ้าของรีสอร์ท จำนวน 6 แห่งประกอบด้วย

        1.บ้านพักหลังคาทรงสี่เหลี่ยมสีม่วง บ้านคลองทราย เลขที่ 191 หมู่ 8 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว บ้านเขาแผงม้า หมู่ 4 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว พิกัด ยูทีเอ็มโซน 47 พี 0799482 อี 1589422 เอ็น ผู้ครอบครองคือ นางรสิตาภัค  ธนศรีวนิชชัย ที่อยู่ เลขที่ 7/60 หมู่ 2 แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม.

         2.รีสอร์ท เวลาเวียน บ้านโพธิ์ทองพัฒนา เลขที่ 98 หมู่ 15 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว พิกัดยูทีเอ็ม โซน 47 พี 0800549 อี 1590826 นายอศิรา  เจษฎานิกร เจ้าของ

         3. รีสอร์ทภูน้ำรินอิงป่าใหญ่ เลขที่ 234 บ้านเขาแผงม้า หมู่ 4 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว พิกัดยูทีเอ็ม 47 พี 0803502 อี 1589172 เอ็น นายสมศักดิ์  คงทรัพย์กุล เจ้าของ และผู้ขอไฟฟ้า 4. รีสอร์ทระเบียงดาว เลขที่ 222 บ้านเขาแผงม้า หมู่

         4 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว พิกัด ยูทีเอ็มโซน 74 พี 0803354 อี 1589797 เอ็น นายประพัฒน์  เหิบขุนทด เจ้าของ ลุงฉัตร ขอไฟฟ้า

         5. บ้านพักหลังคาทรงสี่เหลี่ยมสีม่วง เลขที่ 188 บ้านเขาแผงม้า หมู่ 4 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว พิกัดยูทีเอ็ม โซน 47 พี 0799898 อี 1590727 เอ็น นายเฉลียว  แดงกระโทก เจ้าของที่ดิน ให้นายคงฤทธิ์ ฯ เช่า และ  6.รีสอร์ทครัวอิ่มสุข บ้านโพธิ์ทองพัฒนา หมู่ 15 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียวพิกัด ยูทีเอ็ม โซน 47 พี 0802670 อี 1591996 เอ็น นายมนตรี  ชลายน และ นางกนกนาฎ  รังสีเทียนไชย เจ้าของร่วมกัน

        ในข้อกล่าวหาในความผิด 1.กระทำผิด พรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 มาตรา 55 และมาตรา 72 ตรี ฐานก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเอง หรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 2.กระทำผิด พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พศ.2507 มาตรา 14 และมาตรา 31 วรรคหนึ่งฐานยึดครอบครองทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่นสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงาน 3.กระทำผิด พรบ.ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พศ.2535 มาตรา 97 ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลาย หรือทำให้สูญหาย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นของรัฐ หรือสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายสูญหาย หรือเสียหายไป 

        นายระพี  ผวจ.นครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมในฐานะ หัวหน้าพนักงานสอบสวน ว่า กระบวนการต่อไป จนท.จะเร่งดำเนินการส่งหมายเรียก ให้ผู้ที่มีรายชื่อ และ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับรีสอร์ท ทั้ง 6 แห่ง มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว ซึ่งมีข้อกำหนดจะต้องมาพบภายในระยะเวลาไม่เกิน 14 วัน มิเช่นนั้น หมายเรียก ก็จะดำเนินไปถึงขั้นหมายจับ อาจจะมีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยาก หากจะขอประกันตัว ส่วนรีสอร์ท จำนวนที่เหลือ 16 แห่ง อยู่ระหว่างการรวบรวม พยานหลักฐานเพิ่มเติม คาดน่าจะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้ 

 

เจ้าของรีสอร์ทชี้แจง ถึง 10 ก.ย.นี้-ไม่แจงรื้อแน่

 

        นายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา  เปิดเผยถึงความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการให้ระยะเวลาทางเจ้าของบ้านพักรีสอร์ท ทั้ง 22 แห่ง นำหลักฐานมาแสดงกับทางเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 นครราชสีมา ซึ่งการดำเนินการของกรมป่าไม้ถือว่าเป็นการดำเนินการคนละส่วนกันกับทางพนักงานสอบสวน โดยระยะเวลาที่ให้ทางเจ้าของรีสอร์ตบ้านพักทั้ง 22 แห่งนำหลักฐานมาแสดงนั้นจะสิ้นสุดลงในวันที่ 10 ก.ย. 2554 นี้ ซึ่งหากครบกำหนดแล้วเจ้าของรีสอร์ตบ้านพักรายใดไม่มีหลักฐานมาแสดงยืนยันก็จะเข้าสู่กระบวนการขั้นตอนของการรื้อถอนตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 25 ต่อไป

 

 

 ผวจ.ระบุคดีวังน้ำเขียวขอให้สังคมเข้าใจ

        นายระพี  ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา ในฐานะ หัวหน้าพนักงานสอบสวน เปิดเผยความคืบหน้า การดำเนินคดีบุกรุกผืนป่าภูหลวง เขต อ.วังน้ำเขียว ว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามวิธีความพิจารณาความอาญา ขณะนี้มีพยานหลักฐานที่สามารถชี้ชัดถึงตัวผู้กระทำผิด โดยเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รีสอร์ท จำนวน 6 แห่ง  โดยพนักงานสอบสวน ได้ดำเนินการออกหมายเรียก ซึ่งผู้ที่ถูกกล่าวหา จะต้องเดินทางมารายงานตัวต่อ จนท.ตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อรับทราบข้อหา

        นอกจากนี้ ยังมีอีก 4 แห่ง อยู่ระหว่างการชี้จุดกระทำความผิด การระบุข้อกล่าวหา คดีบุกรุกผืนป่ายังมีปัญหาในเรื่องพื้นที่บริเวณดังกล่าว ยังเป็นพื้นที่ทับซ้อนระหว่างส่วนราชการ พนักงานสอบสวน จึงต้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมาแสดงหลักฐาน เพื่อทำการวิเคราะห์ 4 ราย ในจำนวน 22 รีสอร์ท มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ หรือไม่ หาไม่ใช่ ก็จะแจ้งให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของพื้นที่ดำเนินการ  

       ผวจ.นครราชสีมา กล่าวต่อว่า  ส่วนที่เหลืออีก 12 ราย อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งการดำเนินความอาญากับผู้ที่กระทำผิด มิใช่ว่า ผู้ใดมาแจ้งแสดงตนว่าเป็นเจ้าของรีสอร์ทแล้ว พนักงานสอบสวน จะเชื่อได้เลย เจ้าหน้าที่จะต้องมีการสอบสวนสืบสวนหาข้อมูลอย่างละเอียดทั้งพยานเอกสาร และพยานแวดล้อมต่างๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นผู้กระทำผิดจริง ดังนั้นการดำเนินคดีจึงมีความละเอียดอ่อน และความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นคดีที่มีความซับซ้อนมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก รวมทั้งการสืบค้นหาพยานหลักฐาน 

        “การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายปกครอง และจนท.ตำรวจ เสมือนสวมหมวกสองใบ จึงขอให้แยกออกเป็นสองส่วน รวมทั้งตนที่มีทั้งตำแหน่ง ผวจ. และหัวหน้าพนักงานสอบสวน หมวกแรก ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีความอาญา ไม่สามารถมีใครเข้ามาแทรกแซงได้ สั่งไม่ได้ ส่วนหมวกอีกใบในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดฯ มีหน้าที่สนับสนุนการทำงานพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกกรม ทุกกระทรวง ดังนั้นหากหน่วยงานราชการขอข้อมูลในส่วนที่ตน มีอำนาจ หน้าที่ ก็ดำเนินการให้ได้

        แต่ถ้าหากขอข้อมูลในส่วนที่เป็นพนักงานสอบสวน แล้วอาจส่งผลต่อรูปคดี ก็ต้องมีการพิจารณาไตร่ตรอง จะสามารถให้ข้อมูลได้หรือไม่ ฉะนั้นทุกครั้งที่ตนออกไปดำเนินการปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง ต้องชัดเจนว่า สวมหมวกใบไหนจะได้ไม่เกิดปัญหาอย่างครั้งที่ผ่านมา ที่อาจส่งผลให้ต่อคดีความได้  ตนจึงได้สั่งการในการปฏิบัติ หากหน่วยงานราชการต่างๆขอความร่วมมือจากอำเภอ และสถานีตำรวจให้นายอำเภอ และ หัวหน้าสถานีตำรวจ มอบหมายได้ ผู้ที่จะดำเนินการให้เป็นผู้ที่ไม่ใช่พนักงานสอบสวน หากจะดำเนินการติดป้าย ก็ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ ที่ไม่ใช้พนักงานสอบสวน ถ้าใช้พนักงานสอบสวนไปดำเนินการ อาจจะส่งผลเสียต่อการดำเนินคดี จึงขอชี้แจง พนักงานสอบสวน มิได้มีความขัดแย้งกับป่าไม้แต่อย่างใด ” นายระพี  กล่าว

        “การทำงานในครั้งนี้นั้นอยากให้แยกการทำงานออกเป็นสองประเด็นนั้นก็คือการทำงานในฐานะพนักงานสอบสวน และการทำงานในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ตำรวจ นายอำเภอ ว่าคนละส่วนกัน อีกประเด็นคือ การดำเนินคดีอาญานั้นมีหน้าที่ดำเนินการตามประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญาส่วนการที่จะดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุก เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เช่น ตามมาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวน หรือ มาตรา 22 ของ ค.ร.ม.อุทยานแห่งชาติได้ โดยไม่ต้องรอว่าสารรับฟ้องหรือไม่รับฟ้อง

        หากแยกการดำเนินงานไม่ออกทำให้การดำเนินการของพนักงานสอบสวนล่าช้า เนื่องจากการดำเนินการต้องทำคดีอย่างรัดกุม และชัดเจนทุกรายละเอียด มิฉะนั้นหากคดีถูกยกฟ้องหรือแพ้ความโดยเฉพาะในชั้นฎีกา ซึ่งคำพิพากษาในชั้นฎีกา สามารถใช้ในการอ้างอิงในการสอบสวนคดีอาญาได้  จึงเป็นที่มาหากไปดูคำสั่งศาล ที่สั่งยกคำร้องของพนักงาน ฯ ที่ขอออกหมายค้น ในคำสั่งศาล ระบุ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตามกฎหมายอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องออกหมายค้นแต่อย่างใด ” หัวหน้าพนักงานสอบสวนกล่าวย้ำ

 

 

โวยรบพิเศษฮุบที่ชาวบ้านกว่า1,500ไร่แม่ริม

 

         เมื่อเวลา 10.00 น.ราษฏรในหมู่บ้านป่าม่วง หมู่ 5 ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้รวมตัวตั้งเต้นท์และเวทีเปิดเป็นศูนย์ประสานงานกลางที่หน้าวัดอัมพวันภายในหมู่บ้าน เพื่อรวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าช่วยเหลือ หลังชาวบ้านจำนวน 3 ราย ถูกกรมบังคับคดีมีคำสั่งให้รื้อถอนบ้านและออกจากพื้นที่อยู่อาศัย ขณะที่ชาวบ้านอีกกว่า 200 คน อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดเชียงใหม่และคาดว่าจะถูกไล่ที่ทั้งหมดด้วยเช่นกัน

         นายเมฆ ทิศเหนือ ผู้ใหญ่บ้านป่าม่วง เปิดเผยว่า ชาวบ้านได้อยู่อาศัยในพื้นที่หมู่ 5  บ้านป่าม่วงมานานนับร้อยปี โดยมีเอกสารการครอบครองเป็นใบเหยียบย่ำที่ดินซึ่งออกก่อนปี 2500 ต่อมาในปี  2532 กรมรบพิเศษที่ 5 ซึ่งเข้ามาตั้งหน่วยในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2526 ได้อ้างว่าพื้นที่บ้านป่าม่วง บ้านแม่ใน และบ้านป่าแมะ ต.แม่แรม ซึ่งมีพื้นที่รวม 1,580 ไร่ เป็นพื้นที่ของทหารและบังคับให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ แต่ชาวบ้านไม่ยอมออกเพราะอยู่อาศัยและทำกินมาหลายชั่วอายุคนก่อนที่กรมรบพิเศษจะเข้ามาตั้งหน่วยจึงมีการประท้วงเรื่อยมา

         กระทั่งในปี 2536 เหตุการณ์ส่อเค้าบานปลาย ทำให้มีการทำบันทึกข้อตกลงระหว่างตัวแทนชาวบ้านกับฝ่ายทหาร ข้อตกลงดังกล่าวระบุชัดเจนว่ากองทัพบกยินยอมบอกเลิกการใช้ประโยชน์ในที่ดินบริเวณหมู่บ้าน โดยมีพล.ต.ยุทธนา เมืองมั่งคั่ง ผบ.มทบ.33 นายประชา เชาวศิลป์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี นายชนะศักดิ์ ยุวบูรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พ.อ.อมรฤทธิ์ แพทย์เจริญ ผบ.รพศ.5 และนายดวงจันทร์ นาคง กำนันตำบลแม่แรม  ในขณะนั้น ลงชื่อร่วมเป็นพยานในบันทึกข้อตกลง หลังจากนั้นเรื่องจึงยุติทำให้ชาวบ้านอยู่อาศัยและทำกินในที่ดินตามปกติ

         แต่ต่อมาภายหลังราชพัสดุกลับเข้ามาปักหลักเขตพร้อมอ้างว่าพื้นที่ทั้งหมดในหมู่บ้านเป็น "พื้นที่ราชพัสดุของกองทัพบก" การอยู่ในพื้นที่ของประชาชนเป็นการบุกรุกที่ดินของรัฐ  ทำให้ชาวบ้านได้ช่วยกันรื้อถอนหลักของราชพัสดุออกไปทั้งหมด กระทั่งปี 2547 กระทรวงการคลังได้เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่ชาวบ้านรวม 210 ราย ให้รื้อถอนและออกจากพื้นที่ โดยล่าสุดศาลได้มีคำสั่งพิพากษาชาวบ้านแล้ว 10 ราย ในจำนวนนี้สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำสั่งให้ชาวบ้านจำนวน 3 ราย ประกอบด้วยตนเอง นายอุทัย ใหแก้ว และนายดวงจันทร์ นันต๊ะ  รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่ในวันที่ 12 ก.ย.2554 ส่วนที่เหลืออีก 7 ราย  คาดว่าจะถูกบังคับขับไล่เร็ว ๆ นี้ ขณะที่ชาวบ้านอีก 200 รายที่ตกเป็นจำเลยกำลังอยู่ใน ระหว่างการพิจารณาคดี

         "ผมได้นำหลักฐานเป็นหนังสือเหยียบย่ำที่ดินไปยืนยันกับศาล แต่เจ้าหน้าที่กลับ บอกว่าให้กลับไปให้นายอำเภอที่เซ็นต์เอกสารเซ็นรับรองเอกสาร ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเอกสารนี้ออกมาตั้งแต่ปี 2400 กว่า ถ้านายอำเภอที่ลงชื่อในเอกสารยังมีชีวิตก็คงจะมีอายุ เกือบ 200 ปีแล้ว "นายเมฆ กล่าว

         นายเมฆ กล่าวว่า เมื่อชาวบ้านไร้ทางสู้ทั้งหมดจึงตัดสินใจไม่ไปศาลตามหมายเรียก  เพราะไม่เชื่อว่าจะได้รับความยุติธรรม ขณะเดียวกันได้ออกแถลงการณ์ยืนยันปฏิเสธการเช่าที่ ราชพัสดุและยืนยันไม่พบและเจรจากับทุกหน่วยงานเพราะหน่วยงานรัฐระดับท้องถิ่นเหล่านี้ไม่ มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง พร้อมขอให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านโดยเร็วที่สุด ส่วนในวันที่ 12 ก.ย.ชาวบ้านยืนยันจะไม่รื้อถอนบ้านตามคำสั่งของกรมบังคับคดีและจะร่วมกันปกป้องที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างสุดความสามารถ หากหน่วยงานใดเข้ามารื้อถอนหรือกระทำการใดที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจหรือ ก่อความเสียหายให้กับทรัพย์สินของสมาชิกในหมู่บ้านจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรงทันที   

         นายเกษม ทิศเหนือ ประธานคณะกรรมการโฉนดชุมชนบ้านป่าม่วง กล่าวว่า ชาวบ้านทุกคนยืนยันการอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในที่ดิน การเข้ามาอ้างว่าเป็นที่ของทหารจึงเป็นการฮุบที่ชาวบ้าน ขณะที่ราชพัสดุยังบอกว่าให้จ่ายค่าเช่าที่ดินซึ่งเป็นเรื่องที่ชาวบ้านรับไม่ได้ที่จะต้องจ่ายเงินค่าเช่าที่ดินของตัวเอง

         ปัญหาที่ดินที่เกิดขึ้นชาวบ้านไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหา โดยได้ดำเนินการ ยื่นคำขอพื่อออกโฉนดชุมชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งล่าสุดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือตอบกลับเพื่อขอเอกสารเพิ่มเติม ประกอบด้วย หลักฐานการรวมตัวกันของชุมชนในการบริหารจัดการที่ดินอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปี รวมทั้งแผนที่ ข้อเสนอและแผนงานการบริหารจัดการที่ดินและแนวทางความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้ส่งเอกสารทั้งหมดภายในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ก่อนจะมีการออกโฉนดชุมชนในเร็ว ๆ นี้

 

ม็อบเกษตรกรอีสานร้องรัฐจัดสรรที่ดินทำกิน

 

          เมื่อเวลา 10.30 น.ที่หน้าศาลากลาง จ.สกลนคร อ.เมือง จ.สกลนคร นายบุญใส ก้อนดินจี่ ปะธานกลุ่มเกษตรกรภาคอีสาน 4 จังหวัด พร้อมด้วย นายอำพล สาขามุละ กรรมการกลุ่มจังหวัดสกลนคร เป็นแกนนำเกษตรกรกว่า 500 คน รวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรที่ดินทำกิน  ให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจาก 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สกลนคร กาฬสินธุ์ นครพนม และ จ.บึงกาฬ  โดยเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 322/53 ไปทบทวนแก้ไข และเพิ่มเติม เมื่อสมบูรณ์แล้วขอให้ได้ลงนามในคำสั่งดังกล่าว เพื่อดำเนินการสานต่อ อย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม  และให้มีการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดและระดับภาค  ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มเกษตรกรได้มีส่วนร่วมพิจารณากับทางภาคราชการพิจจารณาแก้ไขปัญหาของกลุ่ม เกษตรกรร่วมกันเพื่อให้เกิดความชอบทั้งสองฝ่าย  และให้รัฐบาลช่วยกระตุ้นประธานและคณะทำงานในคำสั่งดังกล่าว เร่งดำเนินการด้วยเพราะเรื่องนี้เรื้อรังมานาน ยังไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดก่อน โดยยื่นหนังสือเรียกร้องดังกล่าว ผ่านายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร  เพื่อให้เป็นผู้ประสานงานการแก้ไขความเดือดร้อนของเกษตรกรต่อรัฐบาล

          สืบเนื่องจากสมาชิกสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค  กลุ่มรักสันติ สมัชชาเกษตรอีสาน และกลุ่มข้าราชการครูสภาประชาชน 4 ภาค  จำนวนประมาณ 2,500  คนได้มาชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล  เพื่อแสดงความยินดี และชื่นชมท่านในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่และที่สำคัญเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย  อย่างไรก็ดี พ่อแม่พี่น้องที่ชุมชุมอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล ต่างก็มีปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ อาทิเช่นไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง  ตลอดจนความเดือดร้อนจากผลกระทบจากการดำเนินการโครงรัฐ และอื่นๆ  ซึ่งรายละเอียดของปัญหาปรากฏตามบัญชีที่แนบมาพร้อมนี้  อย่างไรก็ดี  จากนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา  เรามีความหวังอย่างยิ่งว่า รัฐบาลสามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวนี้ได้แก่1.  การแก้ไขปัญหาเกษตรกรผู้ยากจนและไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง  ปรับปรุงคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 322 / 2553  เรื่อง  แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเกษตรกรผู้ยากจนและไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง  โดยแต่งตั้งตัวแทนเกษตรกรเป็นกรรมการร่วม จำนวน 5 คน  ทั้งนี้เพื่อให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา  ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (มาตรา 57)2.  ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี  เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 เรื่อง แนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค3.  การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการโขง-ชี-มูล  ดครงการฝายราษีไศล  จังหวัดศรีสะเกษ  การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายกุมภวาปี และดครงการฝายห้วยหลวง  จังหวัดอุดรธานี4.  โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยทา  จังหวัดศรีสะเกษ5.  การแก้ไขปัญหากรณีสวนป่ายูคาลิตัส  ทับที่ทำกินราษฎร6.  ความรุนแรง  ที่กลุ่มชายชุดดำจำนวนประมาณ 200 คน ใช้อาวุธปืนยิงและเผาวางเพลิง  อาคารสถานที่พัก ของสมาชิกสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค  ที่บริเวณที่ดิน บสท เนื้อที่ 616 ไร่ จังหวัดปทุมธานี

          นายบุญใส ก้อนดินจี่ กล่าวว่า การมาเรียกร้องติดตามจาก 3 ข้อ ของการชุมนุมของเกษตรกร 4 จังหวัดในวันนี้ เพื่อต้องการให้เร่งดำเนินการตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ เพื่อให้ความช่วยเหลือ ใน 3 ส่วน คือ 1.คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 322/53 ไปทบทวนแก้ไข และเพิ่มเติม เมื่อสมบูรณ์แล้วขอให้ได้ลงนามในคำสั่งดังกล่าว เพื่อดำเนินการสานต่อ อย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม  2.ให้รัฐบาลมีการออกคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดและระดับภาค  ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มเกษตรกรได้มีส่วนร่วมพิจารณากับทางภาคราชการพิจจารณาแก้ไขปัญหาของกลุ่ม เกษตรกรร่วมกันเพื่อให้เกิดความชอบทั้งสองฝ่าย  และ 3. ให้รัฐบาลช่วยกระตุ้นประธานและคณะทำงานในคำสั่งดังกล่าว เร่งดำเนินการด้วยเพราะเรื่องนี้เรื้อรังมานาน ยังไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดก่อน 

          เพราะความยากจนทั้งที่ทำงานจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนวันนี้รัฐบาลคิดว่าจะชูนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่แล้วก็เป็นเรื่องอื่น  ทำไมเขาจึงขายยาเสพติด ทำไมเขาถึงค้าไม้พะยุง ไม่รู้พวกเราจะบอกให้ เขาอยากรวยครับ เกิดมาเขาพบแต่ความจน โอกาสที่จะโกงจะโกยเหมือนข้าราชการและนักการเมืองบางคนบางพรรคมันไม่มี จำเป็นต้องเลือกทางเดินที่ผิดจริงไหมครับ มีทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาได้ คือการแก้ไขปัญหาปากท้องพวกเขา ต้องมีที่ดินทำกินเป็นของตนเองที่พอเพียงแก่การดำรงชีพในครอบครัว เรื่องหลายๆเรื่องที่เกิดปัญหาให้กับสังคมโดยรวมจึงจะยุติได้ ไม่ใช้วิธีปราบปรามอย่างเดียวเท่านั้นมันยังมีวิธีอื่นซึ่งเป็นเรื่องหลักด้วย แต่ไม่มีรัฐบาลไหนทำ

          " จึงขอฝากท่านนายกยิ่งลักษณ์ด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเรากลัวว่าหลายๆเรื่องที่กำลังก่อหวอดให้กับสังคมในขณะนี้อาจนำไปสู่ความรุนแรงและแก้ยากด้วย จึงขอฝากรัฐบาลชุดนี้ว่าขอให้รีบตัดไฟแต่ต้นลมเถิดครับ ด้วยความรักและความหวังดีต่อรัฐบาล และสังคมโดยรวมของกลุ่มเกษตรกรยากจนอีสาน 4 จังหวัด"นายบุญใส กล่าว