ข่าว

มือปืนกราดยิงร้านอาหารในสหรัฐดับ3

มือปืนกราดยิงร้านอาหารในสหรัฐดับ3

07 ก.ย. 2554

นายเอดูอาร์โด้ เซนชอน มือปืนที่ก่อเหตุกราดยิงกลุ่มทหารรักษา ดินแดน ในร้านอาหาร เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีก 8 ราย ก่อนมือปืนยิงตัวตาย

          7 ก.ย.54 เกิดเหตุมือปืนบุกเดี่ยวใช้ปืน อาก้า-47 กราดยิงใส่ทหารรักษาดินแดนในร้านอาหารแห่งหนึ่งในรัฐเนวาด้าของสหรัฐเมื่อวาน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คนและผู้บาดเจ็บ 8 คน ก่อนยิงตัวตายตาม

          ตำรวจเปิดเผยว่า มือปืนที่มีชื่อว่า เอดูอาร์โด้ เซนชอน วัย 32 ปี เปิดฉากยิงใส่กลุ่มทหารรักษา
ดินแดนรัฐเนวาด้าที่นั่งกันอยู่ 5 นายภายในร้านอินเตอร์แนชันแนล ออฟ แพนเค้ก ในคอมเพล็กซ์
แห่งหนึ่งของเมืองคาร์สันซิตี้เมื่อเช้าวาน  ทำให้ทหารสองนายและผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต

          จากนั้นเขาออกจากร้านไปที่ลานจอดรถและยิงร้านค้าใกล้เคียงทำให้กระจกแตกเสียหาย อีกไม่กี่นาทีต่อมาเมื่อตำรวจไปถึง ก็พบมือปืนและเหยื่ออีกรายได้รับบาดเจ็บ นอนอยู่กับพื้น เชื่อว่า
มือปืนยิงตัวเองที่ศีรษะ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

          ส่วนมูลเหตุจูงใจของการก่อเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ครอบครัวบอกว่าเขามีปัญหาทางจิต ไม่เคยอยู่ในกองทัพ และไม่ได้รู้จักใครในร้านอาหาร นอกจากนี้ตำรวจบอกว่า นายเซนชอนไม่เคยมีประวัติก่ออาชญากรรมมาก่อน แต่จากการตรวจค้นรถแวนของเขา พบปืนอีกสองกระบอก

          มีรายงานว่า ระหว่างเกิดเหตุ ตำรวจได้สั่งปิดล้อมบริเวณรัฐสภาและศาลสูงสุดของรัฐนานเกือบ 40 นาที และเพิ่มกำลังคุ้มกันกองบัญชาการทหารและหน่วยราชการของรัฐเพื่อป้องกันเกิดเหตุรุนแรง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นแผนการก่อการร้าย

          จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นายเซนชอนเกิดในเม็กซิโกและถือหนังสือเดินทางสหรัฐ ทำงานในธุรกิจของครอบครัวในเมืองเซาท์เลค ทาโฮ รัฐแคลิฟอร์เนีย คนที่รู้จักเขาบอกว่ารู้สึกตกใจมาก
กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะนายเซนชอนเป็นคนสุภาพ และ มีน้ำใจเอื้อเฟื้อกับเพื่อนและครอบครัว
ทำให้นึกไม่ออกว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เขาก่อคดีสะเทือนขวัญได้ขนาดนี้

          ขณะที่ทนายความคนหนึ่งเปิดเผยว่า เขาได้ทำหน้าที่ยื่นขอล้มละลายให้กับเซนชอน หลังจากเขามีหนี้สิน 42,000 ดอลลาร์จากการซื้อรถยนต์ บัตรเครดิต และค่ายารักษาจำนวนหนึ่ง โดยมีรายได้
จากเงินช่วยเหลือผู้พิการด้วย