'ยิ่งลักษณ์'ลงพื้นที่3จ.ตรวจน้ำท่วม
'ยิ่งลักษณ์'ลงพื้นที่ ชัยนาท-อ่างทอง-อยุธยาตรวจน้ำท่วม เกษตรกร'พิษณุโลก'อ่วมน้ำน่านสูงทำปลาในกระชังตายเกลี้ยง เจ้าพระยาระดับน้ำจะสูงขึ้นต่อเนื่องถึงกลางเดือนกันยายน
7 ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะออกเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยและมอบนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัย
น้ำน่านสูงทำปลาในกระชังตายเกลี้ยง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ขณะนี้แม่น้ำน่าน จะมีอยู่ในระดับทรงตัว แต่น้ำกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวและมีสีขุ่นแดงจากดินโคลนภูเขาและมีแบคทีเรียจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อปลาในกระชัง โดยเฉพาะปลาที่มีอายุระหว่าง 3 - 4 เดือน ปรับตัวเข้ากับสภาพน้ำไม่ทัน จึงสำลักน้ำและขาดอากาศหายใจ แต่ละกระชัง จะมีปลาทยอยตายวันละ 300- 500 ตัว เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง หมู่ 10 ตำบลโคกสลุด อำเภอบางกระทุ่ม ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงปลารายใหญ่ของจังหวัดพิษณุโลก
ขณะนี้ ได้รับผลกระทบต่ออาชีพเลี้ยงปลามาก เกษตรกรบางรายนำปลาชุดใหม่ที่ผ่านการอนุบาลจนแข็งแรงอายุประมาณ 3 เดือน ลงปล่อยในกระชัง แต่ปลาทยอยตายเกือบทั้งหมด บางรายจากที่เลี้ยงไว้ 30 กระชังๆละ 800-1,000 ตัว ปลาตายทุกวัน เหลือเพียง 1-2 กระชังเท่านั้น ขณะนี้เกษตรกรร่วม 10 ราย จำเป็นต้องเลิกเลี้ยงปลาชั่วคราวแล้ว และ เกษตรกรอีกหลายราย กำลังรอดูท่าทีว่าอาจจะหยุดเลี้ยงเช่นกัน จนกว่าระดับน้ำจะทรงตัวต่ำกว่านี้
เจ้าพระยาระดับน้ำจะสูงขึ้นต่อเนื่องถึงกลางเดือนกันยายน
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เวลา 06.00 น. วันที่ 6 ก.ย.54 ที่จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,055 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 32 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 68 เซนติเมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท 2,438 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 48 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อน อยู่ในระดับน้ำตลิ่ง(ระดับตลิ่ง 17 เมตร) ระดับน้ำท้ายเขื่อนต่ำกว่าตลิ่ง 0.84 เมตร
สำหรับจังหวัดสิงห์บุรี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,361 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 29 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 5 เซนติเมตร จังหวัดอ่างทอง มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,281 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 29 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 95 เซนติเมตร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,129 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 11 เซนติเมตร ส่วนที่คลองบางหลวง(คลองโผงเผง) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 857 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 16 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.99 เมตร คลองบางบาล มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 273 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 2 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1.21 เซนติเมตร และที่อ.บางไทร มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,626 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวานนี้ 17 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.48 เมตร
สถานการณ์แนวโน้มในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เนื่องจากเกิดฝนตกหนักกระจายในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลางตอนบน ในช่วงวันที่ ๑ - ๔ กันยายน 2554 ที่ผ่านมา กรอปกับมีปริมาณน้ำในแม่น้ำยมจำนวนมากเอ่อล้นอ้อมลงสู่แม่น้ำน่านที่อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ทำให้มีน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นจากช่วงสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นไปอยู่ในเกณฑ์สูงสุดระหว่าง ๓,๓00 - ๓,๕00 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นับจากวันนี้ไปจนถึงกลางเดือนกันยายนนี้ จากสภาพปัญหาน้ำเหนือที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่อยู่ในเกณฑ์ประมาณ ๒,๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไปเป็น ๒,๘๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นับจากเมื่อวานนี้(5 ก.ย.) ไปจนถึงกลางเดือนกันยายน ระดับน้ำจะเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันวันละ ๑๐ - ๑๕ เซนติเมตร โดยประมาณ ต่อเนื่องกันไปอีกหลายวัน
ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ กรมชลประทาน ได้ประกาศแจ้งเตือนไปยังประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงมา ให้ทำการป้องกันและเสริมกระสอบทรายป้องกันพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พร้อมขนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นบนที่สูงหรือที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม และขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา
น้ำชีเอ่อท่วมนาข้าวจมกว่า 3.4 หมื่นไร่
นายทองทวี พิมเสน ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา จ.มหาสารคาม ได้รับอิทธิพลจากฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ ส่งผลให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเขตอำเภอเมืองมหาสารคาม ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศภัยพิบัติน้ำท่วมไปแล้วนั้น ล่าสุด จ.มหาสารคาม ได้ประกาศเขตภัยพิบัติน้ำท่วมเพิ่มอีก 3 อำเภอ รวมเป็น 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองมหาสารคาม กันทรวิชัย โกสุมพิสัย และอำเภอเชียงยืน ทั้งหมด 9 ตำบล 54 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขังจำนวน 34,897 ไร่ ราษฎรได้รับผลกระทบจำนวน 2,679 ครัวเรือน
ขณะที่ระดับในแม่น้ำชี ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 10-15 เซนติเมตร ซึ่งระดับน้ำวัดที่สถานีบ้านดินดำ อ.เมืองมหาสารคาม อยู่ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 2.5 เมตร โดยระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปริมาณน้ำสะสมจากฝนในพื้นที่ และน้ำเหนือจากจ.ชัยภูมิและขอนแก่นที่ไหลมาสมทบ ซึ่งหากเกิดฝนตกต่อเนื่อง พื้นที่ใน 4 อำเภอที่ติดริมฝั่งแม่น้ำชี อาจประสบปัญหาน้ำท่วมได้ อย่างไรก็ตาม หากพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ให้รีบแจ้งไปยังอำเภอ เพื่อให้เร่งให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดความเสียหายต่อไป
นายกฯจี้ขุดลอกคูคลองระบายน้ำทำแก้มลิง
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า เมื่อเวลา 12.45 น. คณะของนายกฯ ได้เดินทางถึงสำนักชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จังหวัดชัยนาท เพื่อรับฟังบรรยาสรุปปัญหาอุทกภัยจาก นายจำลอง โพธิ์สุ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท
โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนและคณะมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้ วันนี้ตนเดินทางมี 2 วัตถุประสงค์ด้วยกัน คือ 1. เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 2. เพื่อเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งหาทางเยียวยาต่อไป
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำและการระบายน้ำในพื้นที่ภาคกลางว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักทั้งแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก 2-3 วันที่ผ่านมา มีฝนตกชุกกระจายทั่วบริเวณและปริมาณน้ำทั้งหมดได้ไหลงลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์ ส่งผลให้น้ำเพิ่มสูงอยู่ในเกณท์ 3,080 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อีกทั้งเกิดฝนตกกระจายในพื้นที่ลุ่มน้ำสะแกกรังไหลลงมาสมทบในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.ชัยนาท ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ 3,184 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำด้วยการรับน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันออกจำนวน 293 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนในระบบชลประทานฝั่งตะวันตกรับน้ำเข้า 327 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาลดลงเหลือเพียง 2,528 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะยังคงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาใน จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และจ.พระนครศรีอยุธยา
ขณะที่นายจำลอง ได้รายงานความเสียหายในพื้นที่จังหวัดชัยนาทว่า ขณะนี้มีพื้นที่เกษตรกรรมได้รับผลกระทบจำนวน 22,000 ไร่ ครอบคลุม 5 อำเภอ รวมถึงพื้นที่สาธารณประโยชน์ ทั้งถนน วัด ได้รับความเสียหายด้วย ซึ่งทางจังหวัดได้เข้าไปช่วยเหลือเบื้องต้น ด้วยการจัดหาเครื่องสูบน้ำและหาพื้นที่รับน้ำ อย่างไรก็ตามได้มีการจัดเตรียมพื้นที่กว่าหมื่นไร่ เพื่อทำโครงการแก้มลิง สำหรับการรองรับน้ำในระยะยาวอีกด้วย
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กำชับว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางเร่งระบายน้ำโดยเสนอให้ขุดลอก คู คลอง เพื่อเร่งการระบายน้ำในภาคกลางและหาพื้นที่ระบายน้ำ เพื่อบรรเทาให้กับผู้ประสบภัย ให้กรมชลประทานเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงควบคุมการปล่อยน้ำให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ขอฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบและหาพื้นที่ทำแก้มลิงต่อไป
ผบ.ทบ.ห่วงน้ำท่วมเพิ่มขึ้นสั่งทหารพร้อมช่วยตลอด24ชม.
ที่กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึง การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมว่า ทบ.ช่วยมาตั้งแต่เริ่มท่วมวันแรกถึงวันนี้ก็ช่วยมาทุกครั้ง เพราะเป็นนโยบายของกระทรวงกลาโหมที่สั่งการไว้แล้วว่า เมื่อใดก็ตามที่ประชาชนมีความเดือดร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภัยพิบัติก็ไม่ต้องรอคำสั่ง และทางทบ.ก็ปฏิบัติมาโดยตลอด
เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นที่ใดก็ตาม ทหารจะต้องเป็นหน่วยแรก ที่เข้าไปถึงประชาชนในบริเวณนั้น อย่างน้อยก็เข้าไปดูแลว่า เขาขาดเหลืออะไรอย่างไร การอำนวยการด้านการติดต่อสื่อสาร การอำนวยการช่วยเหลือในระยะต้น จากนั้นก็คงต้องส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบไป และเราก็จะไปเปิดงานในพื้นที่อื่นๆต่อไป
ผบ.ทบ. กล่าวต่อไปว่า เท่าที่ได้รับรายงานเหลือประมาณ 10 จังหวัด ที่น่าเป็นห่วง แต่คาดว่าอาจจะเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากการรายงานสถานการณ์ด้านน้ำ จากกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ปริมาณน้ำจากทางด้านเหนือของแม่น้ำเจ้าพระยานั้นมากขึ้นเรื่อยๆ และมีการระบายน้ำลงมาในพื้นที่ตอนล่าง เพราะฉะนั้นน่าจะเกิดน้ำท่วมขังมากขึ้น ในพื้นที่ราบลุ่มตอนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอยุธยา ชัยนาท อ่างทอง ทหารทุกหน่วยได้รับคำสั่งชัดเจนว่า จะต้องไปดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.
นายกฯฟิตตรวจเขื่อนเจ้าพระยา-เดินสายแจกของดูใจผู้ประสบอุกทกภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เมื่อเวลา 15.00 น. ที่วัดคงคาราม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังไปเดินดูปริมาณน้ำที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาว่า วันนี้ส่วนการควบคุมการชะลอน้ำถ้าปริมาณไม่มากกว่าที่กรมชลประทานหรือกรมอุตุนิยมวิทยา ประมาณการคิดว่าเราพยายามเตรียมการเชื่อว่ารองรับปัญหาได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน
แต่ในเรื่องของกระสอบทรายกั้นน้ำ ได้ให้อธิบดีกรมชลประทานคำนวณความสูงที่พอที่จะกั้นน้ำได้ อย่างน้อยวันนี้เราแก้ปัญหาเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นพื้นที่กำลังจะถูกน้ำไหลเข้า จะพยายามทำเรื่องการกั้นน้ำ และการขุดลอกคูเพื่อให้เกิดที่ระบายน้ำไว้รอรับ
แต่ส่วนพื้นที่ที่ท่วมขังไปแล้วต้องไปดูในรายละเอียดของพื้นที่ว่าจะทำอย่างไรให้กระทบความเสียหายน้อยที่สุด ขณะเดียวกันการเยียวยาประชาชนด้านสาธารณสุขต้องเข้าไปดูแล รวมทั้งการให้กำลังใจเรื่องความกังวลใจของประชาชนอย่างใกล้ชิด ส่วนของการดูแลเยียวยาพื้นที่เกษตรกรรมต่าง ๆ ในกรณีพิเศษ ครัวเรือนละ 5,000 บาทนั้นต้องให้แน่ใจว่าลงไปยังพื้นที่จริง และวันนี้ตนสั่งการให้กระทรวงแรงงานประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลประชาชนช่วงน้ำท่วมประกอบอาชีพเกษตรกรรมไม่ได้ จะทำอย่างไรหาอาชีพเสริมระหว่างนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้พื้นที่ที่ท่วมซ้ำซากเป็นที่รองรับน้ำ โดยให้ประชาชนออกจากพื้นที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อยากให้ลงสำรวจแบบนั้น ถ้าพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่รับน้ำก็ต้องหาที่อยู่ใหม่ให้ประชาชน ถ้าบางพื้นที่ที่ท่วมขังแต่มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมากอาจจะต้องหาวิธีการทำแนวป้องกันน้ำ ซึ่งได้ประสานงานกับกองทัพบก และหน่วยบัญชา การทหารพัฒนา บก.กองทัพไทย ร่วมทำงานกับผวจ.ในการลงพื้นที่เพราะทหารมีกำลังพลในการจะช่วยบูรณาการตรงนี้เป็นรายจังหวัด
เมื่อถามว่า มีจังหวัดใดของบฯเพิ่มนอกเหนือจากที่ ผวจ.มีอยู่ 50 ล้านบาทหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า แต่ละจังหวัดมีการของบฯ เพิ่มเติมมาแล้ว ทั้งนี้เราไม่ได้ให้เป็นอุปสรรคกับ ผวจ.ทุกจังหวัดได้มีการของบฯ และได้อนุมัติให้เรียบร้อยหมดแล้ว แต่บางพื้นที่ไม่จำเป็นต้องขยายงบฯ เพราะการอนุมัติงบฯ เพิ่มเราเอื้อให้รวดเร็วอยู่แล้ว ต้องดูความจำเป็นแต่ละพื้นที่ และเราไม่ได้มีแค่งบฯ ของผวจ. อย่างการซ่อมถนนใช้งบฯ จากกระทรวงคมนาคม หลายกระทรวงบูรณาการรวมกันอยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่า สวนดุสิตโพลสำรวจออกมาว่า ส่วนใหญ่ไม่พอใจการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราต้องมีวิธีการชี้แจงให้ประชาชนทราบเพราะการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ วันนี้ต้องขอความร่วมมือทางสื่อมวลชน และต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ร่วมกันในการชี้แจงสื่อสารกับประชาชน บางครั้งปัญหาระดับน้ำที่ท่วมไม่ได้เป็นปัญหาสูงกว่าที่ผ่านมา แต่ปัญหาภูมิศาสตร์ของประเทศเป็นข้อจำกัดที่ระบายน้ำไม่ได้มาก เพราะถ้าเราระบายจากที่หนึ่งก็กระทบอีกที่หนึ่งจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เราพร้อมรับฟังความคิดเห็นถ้าดูแลไม่ทั่วถึงก็ให้แจ้งมาด้วย
จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะได้เดินทางไปเยี่ยมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ท่ามกลางฟ้ามืดคลื้มฝนตกเป็นระยะ เมื่อไปถึงที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โผเผง มีนายนายวิศว ศะศิสมิต ผวจ.อ่างทอง รอต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์อุกทกภัย นายกฯ ได้ให้กำลังใจประชาชนที่ช่วยก่อสร้างสะพานเชื่อมหมู่บ้านที่ประสบภัยพร้อมมอบถุงยังชีพ เรือ สุขาเคลื่อนที่ สุขาลอยน้ำ และโถส้วม และอุปกรณ์สร้างทางเดินชั่วคราว
จากนั้นเดินทางต่อไปยัง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเยี่ยมประชาชน พร้อมมอบถุงยังชีพ และเรือ เมื่อไปถึงศาลาประชาคม อ.เสนา มีนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา รอต้อนรับและบรรยายสรุปสถานการณ์อุกทกภัย จากนั้นเดินทางไปยังเยี่ยมประชาชนที่ชุมชนหัวแหลมริมแม่น้ำเจ้าพระยา อ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมมอบถุงยังชีพ และเรือให้กับประชาชนที่เดือดร้อนก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ



