ข่าว

ตามรอยรถ'เอทีวี'จับมือยิงสายตำรวจ

ตามรอยรถ'เอทีวี'จับมือยิงสายตำรวจ

07 ก.ย. 2554

ตามรอยรถ'เอทีวี'ล่าจับ...มือยิงสายตำรวจ : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

          หลังจากคนร้ายขับรถยนต์สีขาว ลอบยิง “อภิวัฒน์ รุ่งทิน" หรือ "นุ๊ก" อายุ 28 ปี สายข่าวคดียาเสพติดของตำรวจเสียชีวิต ขณะขับรถจักรยานยนต์ โดยแฟนสาว "อริษา เอี่ยมสำอาง" วัย 23 ปี ซ้อนท้ายมาด้วย ก็ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ บริเวณปากซอยประชาอุทิศ 22 แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ เมื่อหลังเที่ยงคืนวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา

           ล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมตัว นายพงศ์ธร ปานอยู่ หรือ ต้าร์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 ซ.ประชาอุทิศ 35 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ผู้ลงมือก่อเหตุได้แล้ว ขณะหลบหนีมาซ่อนตัวที่บ้านเช่าที่ตั้งอยู่หน้าภูลู่ลมรีสอร์ท ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

           "รถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีขาว ลักษณะแต่งซิ่งคล้ายรถแข่ง..." คือข้อมูลหลักฐานจากพยานในที่เกิดเหตุที่ พ.ต.อ.จิรศักดิ์ ขำคง รองผบก.น.8 และ พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เริ่มต้นสืบหาคนร้ายด้วยการออกตระเวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ที่เชื่อว่าน่าจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี พร้อมทั้งออกตระเวนตามอู่ซ่อมตกแต่งทำสีรถยนต์ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ และพื้นที่ใกล้เคียงด้วย เนื่องจากคนร้ายใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ น่าจะปกปิดพฤติกรรมการกระทำความผิดแล้วอาจมีการแปลงสภาพรถยนต์ !!

           เพียงไม่นาน ก็พบรถยนต์ต้องสงสัยตามตำหนิรูปพรรณจากคำให้การของพยานแวดล้อม และคล้ายกับกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี จอดซ่อมทำสีโดยเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีแดงอยู่ในอู่ซ่อมรถยนต์ขนาดเล็กในพื้นที่ของ สน.ท่าข้าม จากการสอบถามข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเข้ามาเพื่อขอซ่อมทำสีใหม่ ตอนเย็นวันที่ 23 สิงหาคม และทราบว่าผู้ที่นำรถยนต์ต้องสงสัยมาจอดชื่อ "ต้าร์" เพียงเท่านั้น

           ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนอีกชุดเดินทางไปสอบปากคำ น.ส.อริษา ได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน และเธอมั่นใจว่าจำหน้าคนร้ายได้  ส่วนชุดสืบสวนอีกชุดที่แฝงตัวเข้าไปในงานสวดอภิธรรมศพของนายอภิวัฒน์ ได้ข้อมูลจากวัยรุ่นที่มาร่วมงานว่า คนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นนายต้าร์ ซึ่งเคยถูกตำรวจสน.ราษฎร์บูรณะ จับกุมข้อหาจำหน่ายยาเสพติดเมื่อ 3 ปีก่อน

           ชุดสืบสวนจึงรื้อประวัติของผู้ต้องสงสัยจนทราบชื่อและนามสกุลจริง คือ นายพงศ์ธร ปานอยู่ เคยถูกชุดจู่โจมของ สน.ราษฎร์บูรณะ จับกุม เมื่อตรวจสอบผลทางคดีศาลพิพากษาจำคุก 3 ปีแล้วเพิ่งออกจากเรือนจำ

           เมื่อชุดสืบสวนนำภาพถ่ายของนายพงศ์ธร ให้ น.ส.อริษา ดูได้รับคำตอบว่าใกล้เคียงกับผู้ก่อเหตุ เช่นเดียวกับผู้เกี่ยวข้องในอู่ซ่อมรถยนต์ ทั้งนี้ชุดสืบสวนยังส่งสายลับเข้าไปหาข้อมูลในเรือนจำ ได้รับคำตอบว่า ระหว่างที่นายพงศ์ธรติดคุกมีความแค้นนายอภิวัฒน์ ที่ถูกมองว่าเป็นสายลับให้ตำรวจมาจับยาเสพติดจนต้องติดคุก หากพ้นโทษจะตามล่านายอภิวัฒน์

           หลังจากนั้น ชุดสืบสวนได้ให้สายลับติดต่อบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับนายพงศ์ธรเพื่อหาแหล่งที่หลบซ่อน จนทราบว่า นายพงศ์ธรมีความสนิทสนมกับผู้หญิงคนหนึ่ง เดินทางออกจาก อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ไปยัง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และได้ติดตามแกะรอยจนกระทั่งเห็นนายพงศ์ธรขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือ "รถเอทีวี" มากับผู้หญิงคนหนึ่งแต่ไม่สามารถติดตามได้ทัน

           พ.ต.อ.มานพ จึงประสานงานไปยังตำรวจ สภ.เขาค้อ เพื่อให้ตรวจสอบว่า ภายในพื้นที่มีรีสอร์ทแห่งใดที่มีรถเอทีวีให้ลูกค้าเช่า พร้อมทั้งให้ตรวจสอบหาข่าวตำหนิรูปพรรณของนายพงศ์ธร จนได้รับข้อมูลตอบกลับว่า มีผู้เช่าพักอาศัยอยู่ในหน้าภูลู่ลมรีสอร์ท ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ชื่อผู้เข้าพักคือนายพงศ์ธร !!

           พ.ต.อ.มานพ สั่งการให้ชุดสืบสวนรวบรวมข้อมูลการสืบสวนเสนอพนักงานสอบสวนพิจารณาสรุปสำนวนเพื่อขออำนาจศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับ ซึ่งผู้พิพากษาศาลอาญาธนบุรี อนุมัติหมายจับที่ 528/2554 จับกุมนายพงศ์ธร ในข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากนั้นติดตามไปจับกุมนายพงศ์ธร ขณะลงมาจากรีสอร์ทแห่งดังกล่าว จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนสั้นขนาด .38 แบบลูกโม่ 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน รวมถึงตรวจยึดรถยนต์คันก่อเหตุที่เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีแดง เป็นของกลางในคดี

           “ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุในคดี อ้างว่าเกิดความแค้นส่วนตัว คดีนี้ชุดสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานแน่นหนาเพื่อเอาผิดตามกฎหมาย ขณะเดียวกันวัตถุพยานที่ได้จากเหยื่อ รวมถึงอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ถูกนำไปตรวจเปรียบเทียบเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่มัดตัวผู้ถูกกล่าวหาได้" พ.ต.อ.มานพ ระบุ