ข่าว

'ยุทธศักดิ์'หาช่องคานอำนาจเหล่าทัพ

'ยุทธศักดิ์'หาช่องคานอำนาจเหล่าทัพ

07 ก.ย. 2554

'ยุทธศักดิ์'ดิ้นหาช่องคานอำนาจผบ.เหล่าทัพ : ทีมข่าวความมั่นคง รายงาน

           การขยับของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ที่เตรียมส่งกฤษฎีกาเพื่อขอตีความ "ขอบเขตอำนาจ" ของ รมว.กลาโหม ในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2554 โดยเฉพาะตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ย่อมไม่ธรรมดา

            เพราะเป็นการแสดงให้เห็น "รอยปริร้าว" ระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพในการจัดวางนายทหารในส่วนยอดสุดของเหล่าทัพ ซึ่งแม้สองตำแหน่งดังกล่าวจะไม่ได้เป็นตำแหน่งคุมกำลัง แต่ก็ถือว่ามีส่วนสำคัญมากในการ "แต่งตั้งโยกย้ายทหาร" ในอนาคต

            ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคสาม ระบุว่า ให้มีคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นกรรมการ และเลขานุการ และให้เจ้ากรมเสมียนตรา เป็นผู้ช่วยเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลของส่วนราชการตามวรรคสอง และระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวง และส่วนราชการในกองทัพไทย

            บทบัญญัติของกฎหมายแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การแต่งตั้งนายทหารชั้น "นายพล" ขึ้นไปจะต้องอยู่ในรูป "คณะกรรมการ" รวม 7 คน

            ทว่า ในรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่มีการแต่งตั้ง "รมช.กลาโหม" ดังนั้น คณะกรรมการตาม พ.ร.บ.กลาโหม จึงเหลือเพียง 6 คน และที่น่าหนักใจแทน รมว.กลาโหม ก็คือ 5 ใน 6 เสียงดังกล่าวที่เป็นโควตาของเหล่าทัพล้วนผนึกแน่นเป็น "แพ็กเกจ" เดียวกัน

            ดังนั้น การผลักดัน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ (ตท.11) รองปลัดกระทรวงกลาโหม ขึ้นสู่ตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงกลาโหม" เพื่อคานอำนาจในการโหวตคัดเลือกนายทหารชั้นนายพลกับโควตาในฝ่ายกองทัพ จึงดูสิ้นหวัง หาก ผบ.เหล่าทัพไม่เอาด้วย

            แนวโน้มในขณะนี้ก็ดูจะเป็นใจกับฝ่ายกองทัพเสียด้วย เนื่องจาก พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ตท.10) ที่เดิมถูกมองด้วยสายตาหวาดระแวงกับเครื่องหมาย ตท.10 "เพื่อนร่วมรุ่น" ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

            แต่เอาเข้าจริงกลับมีข่าวว่า พล.อ.ทรงกิตติได้ผลักดันให้ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ (ตท.11) ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพไทย มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม

            โดยมี ผบ.เหล่าทัพ ตบเท้าสนับสนุนโดยพร้อมเพรียง ทั้ง พล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ

            น่าสนใจว่า 5 ใน 6 เสียงดังกล่าวยังสนับสนุน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร (ตท.12) เสนาธิการทหาร รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการทหารสูงสุด" แทน พล.อ.ทรงกิตติ อีกด้วย

            เมื่อเสียงของ ผบ.เหล่าทัพผนึกกันแน่น จึงยากที่การเมืองเข้ามา "ล้วงลูก" หรือ "รื้อ" โผที่แต่ละเหล่าทัพเสนอขึ้นมา พล.อ.ยุทธศักดิ์ จึงต้องพยายามหา "ช่องว่าง" ใน พ.ร.บ.กลาโหม เพื่อหาทางจัดวางคนของตนมาลงในตำแหน่งที่ต้องการ

            ทว่า เนื่องจากกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่า การแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลจะต้องทำในรูปคณะกรรมการ ไม่สามารถกระทำได้โดย "อำนาจ รมว.กลาโหม" เพียงคนเดียว

            พล.อ.ยุทธศักดิ์จึงส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความ "ขอบเขตอำนาจ" ที่ รมว.กลาโหม อาจมีช่องทางที่จะสามารถแต่งตั้งนายทหารในบางตำแหน่งได้เอง

            หลักยึดของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ นั้นอยู่ที่มาตรา 15 ของกฎหมายฉบับนี้ ที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ หวังบทบัญญัติที่ว่า "ให้รัฐมนตรีเป็นผู้เสนอผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของรัฐมนตรี" นั้นจะหมายถึง ปลัดกระทรวง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จเรทหารทั่วไป และสมุหราชองครักษ์ หรือไม่ ?

            อย่างไรก็ตาม เมื่อพลิกดูมาตรา 15 ของ พ.ร.บ.กลาโหม กลับพบว่า เป็นมาตราที่ระบุเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกองทัพไทยตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมเท่านั้น

            แต่ที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ยกมาอ้างอิงมากที่สุด คือ หมวด 2 การแบ่งส่วนราชการ มาตรา 10 ที่ระบุว่า กระทรวงกลาโหม มีส่วนราชการดังต่อไปนี้ 1.สำนักงานรัฐมนตรี 2.สำนักงานปลัดกระทรวง 3.กรมราชองครักษ์ 4.กองทัพไทย

            ส่วนตั้งแต่มาตรา 11-15 ล้วนเป็นการกล่าวถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ 4 หน่วยงาน และไม่ได้มีความวรรคใดระบุว่า ให้ รมว.กลาโหมมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารใน 4 ส่วนราชการนั้น ซึ่งใกล้เคียงที่สุดคืออยู่ "ภายใต้บังคับบัญชา" เท่านั้น

            น่าสนใจว่า กฤษฎีกาจะตีความอำนาจของ รมว.กลาโหม ในการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุดอย่างไร เพราะไม่มีข้อความตรงไหนเลยที่ให้อำนาจ รมว.กลาโหม สามารถแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารได้เองโดยลำพัง

            แล้วก็ไม่ต้องสงสัยว่าที่พยายามดิ้นหาช่องโหว่ของกฎหมายนั้น เป็นเพราะอะไร !