
เทียบเชิญ'ยิ่งลักษณ์'ร่วมงานเทนนิสโลก
ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ไอทีเอฟ 2011 ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น กรุงเทพฯ วันที่ 21-23 ก.ย. เชิญ"นายกฯ ปู"ร่วมงานเลี้ยงขอบคุณผู้ใหญ่ของวงการเทนนิส กว่า 500 ชีวิต จาก 200 ประเทศทั่วโลก "สุวัจน์" วาดฝันดันไทยจัด "เวิลด์ทัวร์ ไฟนอล" ในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ย.54 ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น กรุงเทพฯ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงข่าวประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ค.ศ.2011 ของสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ที่จะจัดระหว่างวันที่ 21-23 กันยายน ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น กรุงเทพฯ โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งประธาน ไอทีเอฟ คนใหม่ รวมถึงบอร์ดบริหาร ซึ่งปีนี้เพิ่มจาก 12 คน เป็น 13 คน
นายสุวัจน์ เปิดเผยว่า นอกจากการประชุมแล้ว ซึ่งไทยมีความพร้อมในการต้อนรับสมาชิกที่มาร่วมกว่า 500 คน จาก 200 ประเทศทั่วโลก ยังมีพิธีจับสลากประกบคู่การแข่งขันเทนนิสทีมชายชิงแชมป์โลก "เดวิสคัพ" ประจำปี 2012 ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก วันที่ 21 กันยายน และจะมีพิธีเปิดศูนย์ฝึกเทนนิสแห่งเอเชีย ที่อยู่ในบริเวณเดียวกับศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ ลอนเทนนิสสมาคมฯ เมืองทองธานี ในวันที่ 24 กันยายน
"หลังการประชุม จะมีงานเลี้ยงขอบคุณสมาชิกเทนนิสจากทั่วโลก ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 23 กันยายน โดยลอนเทนนิสสมาคมฯ ได้ทำหนังสือเชิญ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาร่วมงานเลี้ยงดังกล่าวด้วย" นายสุวัจน์ กล่าว
นายกเทนนิสไทย กล่าวต่อว่า ระหว่างวันที่ 17-20 กันยายน จะจัดนิทรรศการเทนนิส พร้อมกับการจัดแสดงโชว์ "ถ้วยเดวิส คัพ" อายุ 100 ปี ทำจากเงินแท้เคลือบด้วยทองคำ มูลค่ากว่า 18 ล้านบาท ให้แฟนเทนนิสได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดที่ห้างสยามพารากอน ซึ่งในส่วนถ้วยรางวัลที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของวงการเทนนิสโลกจะได้รับการดูแลจาก บจ.ทิพยประกันภัย ซึ่งมอบกรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิด จำนวนเงินเอาประกัน มูลค่า 21 ล้านบาท
นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า หลังเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ เชื่อว่าจะสร้างรากฐานที่สำคัญของไทยในวงการเทนนิสโลกได้มาก ทั้งเป็นการปูทางไปสู่การจัดการแข่งขันเทนนิสระดับนานาชาติในประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งที่ดูไว้มีรายการมาสเตอร์ด้วย รวมถึงอาจจะยกระดับรายการเอทีพี เวิลด์ทัวร์ "พีทีที ไทยแลนด์ โอเพ่น 2011" จากระดับ 250 มาเป็น ระดับ 500 หรือ 1000
ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการสร้างพื้นฐานให้สูงสำหรับการเป็นเจ้าภาพ โดยตนมีความใฝ่ฝันอยากให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพรายการเวิลด์ทัวร์ ไฟนอล ทัวร์นาเม้นท์ปิดท้ายฤดูกาล ที่นำนักเทนนิสมือ 1-8 ของโลก มาแข่งขัน
"การจะจัดเวิลด์ทัวร์ ไฟนอล ได้นั้น เราจะต้องมีความพร้อมเรื่องสนาม ซึ่งต้องจุได้ราว 1.2 หมื่นที่นั่ง ขณะเดียวกันต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลด้วย ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดน่าจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ประมาณ 10-15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมาก จึงมองว่าเราน่าจะทำได้" นายสุวัจน์ กล่าว



