
'สุรพงษ์'เผยเตรียมแจกไอแพดขรก.บัวแก้ว
"สุรพงษ์"เผยเตรียมแจกไอแพดขรก.กระทรวงการต่างประเทศ ควง "ยิ่งลักษณ์" เยือนเขมร 15 ก.ย.นี้ พร้อมเจรจาช่วย "วีระ-ราตรี" พ้นคุกเปรซอร์ ยินดี "องอาจ" นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีเงาต่างประเทศ ครม.รับทราบกรอบกองทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน
วันที่ 6 ก.ย.2554 ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เป็นประธานเปิดการประชุมเจ้าหน้าที่กงสุลทั่วโลก ประจำปี 2554 โดยมีเนื้อหาสรุปว่า งานกงสุลถือเป็นหัวใจของงานบริการของกระทรวงการต่างประเทศ เพราะได้สัมผัสใกล้ชิดกับประชาชน โดยช่วยเหลือคนไทยทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่าจะสนับสนุนการทูตเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของคนไทยในต่างแดน และคาดหวังว่าเจ้าหน้าที่จะมีจิตใจรักบริการ อดทน เอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความยืดหยุ่นภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ทั้งกับคนไทยและต่างแดน เพื่อให้งานกงสุลมีประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่กงสุลต้องเข้าถึงคนไทยในต่างประเทศ รวมทั้งนักธุรกิจ แรงงาน แม่บ้าน และนักเรียนนักศึกษา โดยต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเครือข่ายกับสมาคม ชมรม วัดไทย เพื่อรับทราบความต้องการของคนไทยในต่างประเทศ นอกจากนี้ต้องเน้นการทูตเชิงรุก เพื่อป้องกันปัญหาและเตือนภัย รวมถึงต้องมีการวางแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคนไทย
นายสุรพงษ์ กล่าวถึงนโยบายที่จะแจกไอแพดให้กับข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ตนต้องนำเสนอครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณเพิ่ม โดยเฉพาะเรื่องบุคลากร ค่าจ้าง ค่าทำงานล่วงเวลา ซึ่งไม่เคยได้เพียงพอ แม้กระทั่งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ก็ล่าสมัย ไม่ทันเหตุการณ์ โดยข้าราชการบางคนแนะนำว่าควรจะมีไอแพด เพราะเดี๋ยวนี้คนมีไอแพดกันหมดแล้ว แต่กระทรวงการต่างประเทศไม่มี
เมื่อถามถึงการเพิ่มบุคลากรและงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เท่าที่ได้ตรวจเยี่ยมพบว่า บุคลากรไม่เพียงพอ ทำงานหนักมาก เช่น กรมอาเซียน มีข้าราชการเพียง 10 กว่าคน ขณะที่ประเทศไทยกำลังจะไปสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
ควง"ยิ่งลักษณ์"เยือนเขมร15ก.ย.นี้
นายสุรพงษ์กล่าวถึงกำหนดการเยือนกัมพูชา ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ว่า คณะนายกฯจะเดินทางวันที่ 15 ก.ย.นี้ ส่วนกำหนดการที่แน่นอนอยู่ระหว่างการประสานกับฝ่ายกัมพูชา และจะมีการเดินทางไปสปป.ลาวด้วย สำหรับการเดินทางไปกัมพูชาครั้งนี้เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ เมื่อถามว่าจะมีการพบหารือกับนายฮอร์ นัมฮง รองนายกฯ และรมต.ต่างประเทศ ด้วยหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ยังดูเวลากำหนดการอีกครั้งนี้ เพราะตนต้องติดตามคณะของนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่า ในการเยือนครั้งนี้จะได้หารือถึงเรื่องการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรย์ สองแกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ที่ถูกจำคุกที่เรือนจำเปรยซอว์ ด้วยหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ตนพร้อมจะพูดคุย แต่ต้องรอดูจังหวะก่อน โดยหากยังไม่มีโอกาสหารือในครั้งนี้ ตนก็จะกลับไปกัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถามถึงความเป็นอยู่ของสองคนไทย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ทราบว่าทั้งสองได้รับการดูแลอย่างดีจากสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ โดยได้จัดส่งอาหาร และอำนวยการสะดวกให้ญาติของนายวีระ และน.ส.ราตรี ได้เข้าไปเยี่ยมได้มากกว่าปกติ
ผู้สื่อข่างถามถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า จะยึดหลักอาวุโส คิดว่าในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่น่ามีปัญหา เพราะทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และยึดหลักอาวุโส หากปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เสนอมาอย่างไร ก็พิจารณาไปตามนั้น เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่มีใบสั่งจากฝ่ายการเมือง นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่มี หากท่านปลัดฯ เสนอมาอย่างไร ก็จะดำเนินการไปตามนั้น ปีนี้มีเกษียณ 19 คน ซึ่งก็ใช้กฎเกณฑ์เดิม
เมื่อถามถึงข้าราชการที่เคยทำงานกับรัฐบาลชุดเก่าจะได้รับผลกระทบบ้างหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ข้าราชการทุกคนในกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งใจทำงานอยู่แล้ว ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานเหมือนเดิม อยู่ตำแหน่งไหนก็ใช้ได้ ไม่มีปัญหา ตนไม่ได้มีปัญหาเรื่องพวกนี้ อีกทั้งกระทรวงการต่างประเทศเป็นกระทรวงที่เรียบร้อยที่สุด อย่างไรก็ตามขณะนี้รายชื่อโยกย้ายข้าราชการยังไม่เสร็จสิ้น และคิดว่าในช่วงที่ตนเดินทางไปต่างประเทศ ก็จะดำเนินการ และจะพิจารณาเสนอครม.โดยเร็ว
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองในส่วนที่เหลือของกระทรวงการต่างประเทศ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ที่จริง อยากเสนอรายชื่อตำแหน่งที่ปรึกษารมว.ต่างประเทศ ในการประชุมครม.วันนี้ (6 ก.ย.) จึงเตรียมจะเสนอรายชื่อในสัปดาห์หน้า และจากนั้นจะเสนอแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วย รมว.ต่างประเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ด้านการเมือง
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ แต่งตั้งรัฐบาลเงา โดยให้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นรมว.ต่างประเทศเงา เพื่อตรวจสอบการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ดีใจ และขอแสดงความยินดีที่ได้มาเป็นรัฐมนตรีเงาของกระทรวงการต่างประเทศ และอยากให้ท่านติดตามงานที่ตนได้ดำเนินการ อย่างน้อยถ้าตนทำได้ดี จะได้ทำตามที่ตนได้ทำไว้ อันไหนที่ตนทำไม่ดี ก็ขอให้เสนอแนะมา ตนจะรับฟังคำชี้แนะของท่าน อย่างไรก็ตามตนคิดว่ากระทรวงการต่างประเทศ วันนี้ในทางการเมืองคงจะน้อยลง แต่จะเน้นเรื่องการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และการนำพาประเทศไทยกลับสู่ความเป็นผู้นำในอาเซียนเหมือนกับในอดีต รวมทั้งการสร้างความเข้าใจกับประเทศในภูมิภาคอื่น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับต่างชาติว่าขณะนี้ประเทศไทยได้สงบแล้ว ก็สามารถกลับมาลงทุน ก็ขอให้นายองอาจ ได้ติดตามงาน
ครม.รับทราบกรอบกองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภูมิภาคอาเซียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครม.วันนี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอดังนี้ 1. เห็นชอบกรอบการเจรจาสำหรับการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน [Asean Infrastructure Fund (AIF)] และให้นำกรอบการเจรจาดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป 2. มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้แทนเข้าร่วมการเจรจาและสามารถผูกพันวงเงินลงทุนในกองทุนฯ ในส่วนของประเทศไทยได้ตามความเหมาะสม ซึ่งในเบื้องต้นนี้ จะเป็นจำนวนเงิน 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยให้ดำเนินการต่อไปได้ เมื่อกรอบการเจรจาตามข้อ 1. ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว
โดยสาระของเรื่องนี้นั้น กองทุน AIF จะมีเงินลงทุนเริ่มต้นจำนวน 485.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แบ่งเป็นเงินที่จะมาจากประเทศสมาชิกอาเซียน 335.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และจาก ADB 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประเทศไทยได้แสดงท่าทีในเบื้องต้นว่า จะสามารถร่วมลงเงินได้จำนวน 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดยจะร่วมลงทุน (Co-financing) กับ ADB ในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียนในอัตราส่วน 30 : 70 และมีแผนที่จะออกตราสารทางการเงินกึ่งหนี้กึ่งทุน (Hybrid Bond) และการออกพันธบัตร (Bond) รวมถึงการเพิ่มเงินกองทุนจากผู้ลงทุนรายเดิมและผู้ลงทุนรายใหม่ โดยคาดว่ากองทุน AIF นี้จะมีความน่าเชื่อถือในระดับที่ธนาคารกลางของประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถถือพันธบัตร AIF เป็นส่วนหนึ่งของเงินสำรองระหว่างประเทศได้



