ข่าว

ครม.ตั้งขรก.การเมืองล็อตใหญ่

ครม.ตั้งขรก.การเมืองล็อตใหญ่

06 ก.ย. 2554

ครม.ตั้งข้าราชการการเมืองล็อตใหญ่ เด้ง 'ถวิล' เลขาสมช. เป็นที่ปรึกษานายกฯ ฮือฮา 'สุรสิทธิ์' คัมแบ๊กดูกองสลาก ด้าน 'เสื้อแดง' ยังทยอยรับตำแหน่งถ้วนหน้า

          6 ก.ย.54 เวลา 14.30 น. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมืองตามที่รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงเสนอมา ประกอบด้วย นายศักดา นพสิทธิ์ เป็นเลขานุการรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ เป็นที่ปรึกษารมว.มหาดไทย นายสุนทร รัตนากร เป็นที่ปรึกษารมช.มหาดไทย (นายชูชาติ  หาญสวัสดิ์) พล.ท.มนัส เปาริก เป็นที่ปรึกษารมช.มหาดไทย (นายฐานิสร์ เทียนทอง) นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ เป็นที่ปรึกษารมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          นายกมล บันไดเพชร เป็นเลขานุการรมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี น.ส.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ เป็นเลขานุการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นที่ปรึกษารมว.ท่องเที่ยวและกีฬา นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล เป็นที่ปรึกษารมว.คลัง นายจิรเดช วรเพียรกุล เป็นที่ปรึกษารมช.คลัง (นายบุญทรง  เตริยาภิรมย์) นายภิญโญ ตั๊นวิเศษ เป็นที่ปรึกษารมช.คลัง (นายวิรุฬ  เตชะไพบูลย์) นายไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร เป็นเลขานุการรมว.คลัง นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการรมว.คลัง (นายบุญทรง  เตริยาภิรมย์) นายธนาธร โล่ห์สุนทร เป็นผู้ช่วยเลขานุการรมช.คลัง (นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์)

          นายอนุสรณ์กล่าวว่า ครม.เห็นชอบให้นายสุชน ชามพูนท ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ) ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งนายวุฒิพงศ์  ฉายแสง ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ) ขณะเดียวกันครม.ยังเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี จำนวน 4 ราย ดังนี้ 1. นายวิชัย  เทียนถาวร 2. นายวุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ 3. นายสุภาพ คลี่ขจาย 4. นายฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล

          ทั้งนี้ครม.ได้อนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอรับโอน นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ (นักบริหารระดับสูง) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้กำหนดชื่อในสายงานตามตัวบุคคลผู้ได้รับการแต่งตั้ง โดยยังคงตำแหน่งในสายงานเดิม และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และสิทธิประโยชน์อื่นที่ได้รับอยู่เดิม ทั้งนี้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดของทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมในการโอนแล้ว 

          นายอนุสรณ์กล่าวว่า ครม.ได้อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ดังนี้ 1. พล.ท.รุจวินท์ กิจวิทย์ แทน พล.ต.ท.สุรสีห์  สุนทรศารทูล 2. นายวีรภัทร ศรีไชยา แทน นายนครินทร์  เมฆไตรรัตน์ 3. พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ แทนนายฐนนท์ศรณ์  เลิศฤทธิ์ศิริกุล ซึ่งบุคคลลำดับที่ 3. เป็นบุคคลในบัญชีรายชื่อกรรมการรัฐวิสาหกิจตามประกาศกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน  2554 เป็นต้นไป

          และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน นอกจากนี้ครม.ยังอนุมัติตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 3 ราย ดังนี้ 1. ย้ายนายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 2. ย้ายนางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง 3. ย้ายนายดำรงค์  พิเดช รอง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแต่งตั้งครั้งนี้มีเสื้อแดงได้รับตำแหน่งเพิ่มเติมประกอบด้วย นายศักดา นพสิทธิ์ อดีตแกนนำคนเสื้อแดงพัทยาที่พาแนวร่วมไปขัดขวางการประชุมอาเซียนซัมมิทเมื่อปี 2552 นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตประธานนปก.รุ่น 1 หนึ่งในแกนนำที่เคยติดคุกสมัยบุกบ้านพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.ท.มนัส เปาริก หนึ่งในทีมวอร์รูมให้คำปรึกษาด้านกองกำลังของคนเสื้อแดง

          ขณะที่ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ได้กลับมาเป็นกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เช่นเดียวกับสมัยที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมีนายวีรภัทร ศรีไชยา ทนายของพ.ต.ท.ทักษิณในคดีซุกหุ้นเข้ามาร่วมเป็นกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย

 

ครม.ชี้ทราบกรอบกองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภูมิภาคอาเซียน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมครม. ในวันนี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอดังนี้ 1. เห็นชอบกรอบการเจรจาสำหรับการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน [Asean Infrastructure Fund (AIF)]  และให้นำกรอบการเจรจาดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป  2. มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้แทนเข้าร่วมการเจรจาและสามารถผูกพันวงเงินลงทุนในกองทุนฯ ในส่วนของประเทศไทยได้ตามความเหมาะสม  ซึ่งในเบื้องต้นนี้  จะเป็นจำนวนเงิน 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยให้ดำเนินการต่อไปได้  เมื่อกรอบการเจรจาตามข้อ 1. ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว 

          โดยสาระของเรื่องนี้นั้น กองทุน AIF จะมีเงินลงทุนเริ่มต้นจำนวน 485.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แบ่งเป็นเงินที่จะมาจากประเทศสมาชิกอาเซียน 335.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และจาก ADB 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประเทศไทยได้แสดงท่าทีในเบื้องต้นว่า  จะสามารถร่วมลงเงินได้จำนวน 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดยจะร่วมลงทุน (Co-financing) กับ ADB ในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียนในอัตราส่วน 30 : 70 และมีแผนที่จะออกตราสารทางการเงินกึ่งหนี้กึ่งทุน (Hybrid Bond) และการออกพันธบัตร (Bond) รวมถึงการเพิ่มเงินกองทุนจากผู้ลงทุนรายเดิมและผู้ลงทุนรายใหม่  โดยคาดว่ากองทุน AIF นี้จะมีความน่าเชื่อถือในระดับที่ธนาคารกลางของประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถถือพันธบัตร AIF เป็นส่วนหนึ่งของเงินสำรองระหว่างประเทศได้  

 

ครม.อนุมัติสร้างเหรียญในหลวงครบเจ็ดรอบ

          นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติครม.ว่า   คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาเหรียญเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ  และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน  แล้วดำเนินการต่อไปได้   กระทรวงการคลัง เสนอว่า  คณะกรรมการเหรียญเฉลิมพระเกียรติและเหรียญที่ระลึกตามพระราชบัญญัติว่าด้วยเหรียญเฉลิมพระเกียรติและเหรียญที่ระลึก พ.ศ. 2548 มาตรา 3 มีมติให้ความเห็นชอบให้จัดทำเหรียญเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

          เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 กค. เห็นควรจัดทำเหรียญเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 เป็นเหรียญเงิน ชนิดบุรุษ จำนวนผลิตไม่เกิน 100,000 เหรียญ ชนิดสตรี จำนวนผลิตไม่เกิน 84,000 เหรียญ และกำหนดจำหน่ายเหรียญละ 1,500 บาท  โดย กค. จะจำหน่ายเหรียญเฉลิมพระเกียรติดังกล่าวทั่วประเทศพร้อมกันในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 

          และคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ  และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน แล้วดำเนินการต่อไปได้   โดยกระทรวงการคลัง เสนอว่า  ควรจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล  ตลอดจนน้อมนำจิตใจชาวไทยให้แสดงความกตัญญูกตเวที  แสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  โดยกำหนดวันจ่ายจองในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554

          สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง 1. ชนิด ราคา โลหะ อัตราเนื้อโลหะ น้ำหนัก ขนาด อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ลวดลาย และลักษณะอื่น ๆ ของเหรียญกษาปณ์ทองคำ ราคาหนึ่งหมื่นหกพันบาท ประเภทขัดเงา (จำนวนผลิตไม่เกิน 25,000 เหรียญ)  2. ชนิด ราคา โลหะ อัตราเนื้อโลหะ น้ำหนัก ขนาด อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ลวดลาย และลักษณะอื่น ๆ ของเหรียญกษาปณ์เงิน ราคาแปดร้อยบาท ประเภทขัดเงา (จำนวนผลิตไม่เกิน 100,000  เหรียญ)  3. ชนิด ราคา โลหะ อัตราเนื้อโลหะ น้ำหนัก ขนาด อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ลวดลาย และลักษณะอื่น ๆ ของเหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ราคาห้าสิบบาท ประเภทธรรมดา (จำนวนผลิตไม่เกิน 3,000,000 เหรียญ) 

 

ครม.อนุมัติงบกลางช่วยน้ำท่วมครอบครัวละ5พันบาท

          นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.อนุมัติหลักการในการดำเนินการให้ความช่วยเหลือครัวเรือนผู้ประสบปัญหาอุทกภัยจากเงินประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินจำเป็น รวมงบประมาณทั้งสิ้น 886,915,000 บาท โดยจ่ายเงินให้ครัวเรือนละ 5,000 บาท ตามข้อมูลครัวเรือนที่ประสบอุทกภัยเบื้องต้นจำนวน 44 จังหวัด ในกรอบครัวเรือน จำนวน 174,383 ครัวเรือน รวมเงินทั้งสิ้น 871,915,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนครัวเรือนที่ประเมินเบื้องต้น

          โดยจังหวัดที่ประสบอุทกภัยต้องมีการตรวจสอบที่ชัดเจน ถูกต้อง ก่อนที่จะมีการจ่ายเงินช่วยเหลือ และสามารถจ่ายข้ามจังหวัดได้ โดยให้สำนักงานงบประมาณจัดสรรเงินตรงให้ธนาคารออมสินเพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อไป ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสนับสนุนการดำเนินงานศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัย จำนวนเงิน 15 ล้านบาท 

 

ครม.ไฟเขียวเงินช่วยน้ำท่วมชาวไร่อ้อยที่ไม่ได้ลงทะเบียน

          นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัย ในกรณีที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนด้านพืชกับกรมส่งเสริมการเกษตรแต่ขึ้นทะเบียนชาวไร่อ้อยตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ.2527 กับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรมให้สามารถขอรับการช่วยเหลือตามมติครม.เมื่อวันที่ 25ส.ค. 54

 

ครม.อนุมัติหลักการ130ล.จ่ายค่าตอบแทนกำลังพล

          นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้อนุมัติหลักการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 130,339,092 บาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนพิเศษให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติการในภาคสนามตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2554 ตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เสนอโดยครม.เห็นชอบให้กอ.รมน.ดำเนินการปรับค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มเติมในกำลังพอของกอ.รมน.

          โดยใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ของกอ.รมน.เอง ซึ่งเป็นแนวทางตามที่กรมบัญชีกลางได้แจ้งไว้ ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้เสนอให้ไปใช้งบเหลือจ่ายของกอ.รมน.เอง ที่ตั้งเบิกมา 130 ล้านบาทนั้นเพียงพออยู่แล้ว เนื่องจากมีงบเหลือจ่ายอีกถึง 1,284,944,000 บาท